...

ภาพที่ 1: picture from [ flickr ] by [ RussBowling ]

...

ภาพที่ 2: picture from [ flickr ] by [ HugoCadavez ] 

....................................................................................................

ไข้หวัดหมู (swine flu) เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจของหมู (pigs) โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส (influenza type A) ปกติจะระบาดในหมูช่วงฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว ข่าวดีคือ หมูที่เป็นโรคไม่ค่อยตาย

ก่อนหน้านี้โรคนี้ไม่ติดต่อถึงคนหรือจาก "หมู-สู่-คน" ยกเว้นคนที่สัมผัสกับหมูโดยตรง และเป็นเพียงนานๆ ครั้ง นอกจากนั้นโอกาสติดต่อจาก "คน-สู่-คน" ก็พบน้อยมาก

...

กลไกการติดต่อจาก "คน-สู่-คน" น่าจะเกิดจากการกลายพันธุ์ และติดต่อคล้ายไข้หวัดใหญ่ที่พบมากเป็นช่วงๆ คือ ผ่านการไอ จาม และสัมผัส (ล้างมือด้วยสบู่ช่วยลดโอกาสติดโรคได้มากที่สุด)

องค์การอนามัยโลก (WHO) ตรวจสอบไข้หวัดหมูที่ระบาดครั้งนี้แล้ว พบว่า บางรายเป็นสายพันธุ์ใหม่ของ H1N1 (H1N1 / influenza type A) นั่นคือ มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นไวรัสที่กลายพันธุ์มาจากไข้หวัดใหญ่ทั่วไป

...

ไข้หวัดใหญ่ทั่วไปพบใน "คน" เป็นหลัก แต่ไวรัสที่พบคราวนี้อาจทำให้ "คน-นก-หมู" ติดโรคได้ สรุปคือ เป็นพวกที่มี "แนวร่วม" หรือแหล่งโรคพันธมิตรกว้างขวางขึ้น

ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานว่า ไข้หวัดหมูระบาดผ่านการกินเนื้อหมูได้ ทว่า... ควรทำให้สุก และถ้าจะดีกว่านั้นคือ กินเนื้อสัตว์ใหญ่ให้น้อยลงสักครึ่งหนึ่ง กินโปรตีนจากพืช เช่น ถั่ว เต้าหู้ ฯลฯ เพิ่มขึ้น

...

ขณะนี้มีความเป็นไปได้ที่โลกเราจะเกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่ (pandemic) ซึ่งระบาดครั้งสุดท้ายในปี 1968 หรือ พ.ศ. 2511 ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริง... น่าจะมีคนตายทั่วโลกหลายล้านคน

ข่าวดีคือ คนไข้ในสหรัฐฯ ทุกรายมีอาการไม่มาก

...

เมืองเม็กซิโกซิตี้มีประชากรอยู่กันแออัดมาก ทำให้เกิดการระบาด "เฉพาะถิ่น" และที่น่ากลัวคือ ไวรัสแม้จะเป็นสายพันธุ์เดียวกับสหรัฐฯ แต่ก็ "ดุ" หรือมีความแรงมากกว่า

ปัจจัยที่ทำให้การระบาดในเม็กซิโกน่ากลัวคือ คนที่ตายส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว ต่างจากไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่คนตายมักจะเป็นคนสูงอายุ

...

ยาที่ใช้ในการรักษาไข้หวัดใหญ่คราวนี้ได้คือ ทามิฟลู (Tamiflu), รีเลนซา (Relenza) อาจมีส่วนช่วยในการรักษาไข้หวัดหมูได้ แต่การที่ไวรัสกลายพันธุ์ออกไปทำให้ต้องรอผลการรักษาสักพักก่อน

ส่วนวัคซีนนั้นยังไม่มีวัคซีนเฉพาะ คงต้องพัฒนาต่อไปอย่างน้อยหลายเดือน

... 

 

ไข้หวัดหมูเม็กซิโก (pig flu / swine flu) ไม่เหมือนไข้หวัดนก (bird flu / avian flu) คือ เป็นสายพันธุ์ต่างกัน... ไข้หวัดหมูเป็น H1N1 ส่วนไข้หวัดนกเป็น H5N1

ไข้หวัดนก (H5N1) มีจุดเด่นที่กลายพันธุ์ (mutate) ได้เร็ว (คล้ายๆ ไวรัสเอดส์หรือ HIV) แต่จุดด้อยอยู่ที่การติดต่อเกิดขึ้นช้า มักจะพบเฉพาะคนที่สัมผัสหรืออยู่ใกล้สัตว์ปีก และพบการติดต่อจาก "คน-สู่-คน" น้อยมาก

...

ความน่ากลัวของไข้หวัดหมูเม็กซิโกอยู่ที่ลักษณะ 2 ประการได้แก่

  • (1). มีการติดต่อแบบ "คน-สู่-คน"
  • (2). อาการหนักในคนหนุ่มสาว (ไข้หวัดใหญ่ทั่วไปอาการหนักในคนสูงอายุ)

... 

โลกเรามีการระบาดไข้หวัดใหญ่มาแล้ว 3 รอบใหญ่ได้แก่ 

  • (1). ปี 1918 หรือ พ.ศ. 2461 ไข้หวัดสเปน (Spanish flu) จากเชื้อ H1N1 ทำให้คนเกือบ 40% ทั่วโลกติดเชื้อ และมีคนตายไปกว่า 50 ล้านคน เชื้อนี้ชอบเด็ก (อาการจะหนักในคนหนุ่มสาว)
  • (2). ปี 1957 หรือ พ.ศ. 2500 ไข้หวัดอาเซียน (Asian flu) จากเชื้อ H2N2 ทำให้คนตาย 2 ล้านคน ต้นตออาจมาจากการกลายพันธุ์ไวรัสในเป็ดป่า เชื้อนี้ชอบคนแก่ (อาการหนักในคนสูงอายุ)
  • (3). ปี 1968 หรือ พ.ศ. 2511 ไข้หวัดฮ่องกงจากเชื้อ H3N2 ทำให้คนตายเกือบ 1 ล้านคน เชื้อนี้ชอบคนแก่ (อาการหนักในคนสูงอายุ หรือเกิน 65 ปี)

... 

ถึงตรงนี้.. ป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกที่ได้ผลคือ

  • (1). การล้างมือด้วยสบู่หรือถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนกินอาหาร-ดื่มน้ำ หลังใช้ห้องน้ำ ก่อนเข้าบ้าน
  • (2). หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น ห้องแอร์ ฯลฯ หรือคนอยู่กันมากๆ เช่น ไม่ไปร่วมประท้วงกับพวก 2 สีในไทย ฯลฯ
  • (3). ปิดปาก-จมูกเวลาไอหรือจาม

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

... 

ที่มา                                                                                          

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >  > 27 เมษายน 2552.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.