การเขียนบันทึกของผมเดินทางมาถึงหน้าที่ 500 ... สำหรับผมเองเป็นเรื่องที่น่าตกใจพอสมควร เพราะแต่ไหนแต่ไร ไม่ชอบการเขียนบันทึกเลย ... ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ผมพยายามที่เขียนบันทึกลงสมุดไดอารี่ที่ซื้อมาต้นปีใหม่ เพื่อจะได้บันทึกเรื่องราวความรู้สึกลงไปเหมือนคนอื่น ๆ บ้าง กลัวว่า หากเวลาผ่านไปแล้วจะลืมเหตุการณ์หมดสิ้น ... แต่ในที่สุดก็มักจะประสบความล้มเหลวอยู่เป็นประจำ เริ่มต้นเขียนในวันแรก ๆ ของปีอย่างดีเลย แต่พอวันต่อ ๆ ไปเริ่มสั้นลงเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จนกระทั่งไม่เหลือแม้แต่ตัวอักษรเดียว ... หยุดไป ... พอปีใหม่อีกที ก็กลับฟิตอีกแล้ว แต่จบเหมือนเดิม

หากลองไปรื้อกล่องเก็บของเก่าที่บ้าน จะพบ สมุดไดอารีหลายเล่มเลย แต่หน้ากระดาษว่างเปล่า ... สงสัยตัวเองว่า คงเป็นพวกเด็กสมาธิสั้น ตั้งใจได้ไม่นาน

การเขียนบันทึกในชุมชนเสมือน Gotoknow นั้น ... ได้รับคำแนะนำมาจากท่านอาจารย์รุจโรจน์ แก้วอุไร อาจารย์ที่สอนผมตอนเรียนปริญญาตรี ที่ พิด'โลก ... ผมทำงานมาหลายทีเดียวจนลงมาตัวที่ "ครูมหาวิทยาลัย" ... ผมเจออาจารย์แบบตัวเป็น ๆ บ่อยพอสมควร อาจารย์มักจะมาอบรม สัมมนา ประชุมที่เชียงใหม่อยู่เป็นประจำ ... ผมยังเคยเอารถเครื่องเก่า ๆ ไปส่งอาจารย์ที่ท่ารถบัส (อาเขต) เลย

เมื่อเป็นครูแล้ว นอกจากพบตัวเป็น ๆ ยังได้พูดคุยผ่านระบบทางไกล MSN Messenger ครับ ... ผมทราบว่า อาจารย์ไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนัก เวลาเย็น ๆ หากผมออนไลน์แล้วเจออาจารย์โผล่มา เป็นต้องเข้าไปแซวอาจารย์ทันที หรือไม่ผมก็มีข้อสงสัยทางวิชาการ หากคนตอบไม่ได้ ผมก็จะเข้าไปสอบถามแบบออนไลน์ทันใด นาน ๆ อาจารย์จะคุยกับผมและตอบกลับมาบ้าง เพราะอาจารย์ไม่ว่างบ่อย (มาก) ... จนอาจารย์คงหมั่นไส้ผม จึงบอกผมว่า ฉลาดน้อยอย่างนี้ ไปสมัคร Gotoknow.org เลย ... แล้วจะมีผู้รู้อยู่มากมายให้ผมได้ถาม แถมผมยังได้ถ่ายทอดความคิดในรูปของบันทึกอีกด้วย

ขอบคุณครับ อาจารย์ ... ตอนนี้ก็ 500 บันทึกแล้วครับ

 

ผมเริ่มต้นด้วยการคิด "นามแฝง" ที่จะใช้ก่อน โดย "นามแฝง" นั้นควรสะท้อนตัวตนของผมอย่างชัดเจน ก็คิดไป 1 เดือนเท่านั้นเอง จึงได้นามแฝงว่า "วสวัตดีมาร" มา ... ซึ่งมันแปลกสำหรับหลายคนที่เข้ามาอ่าน และมักจะงงเสมอว่า มันอ่านว่าอะไร หมายถึงอะไร ทำไมถึงต้องใช้ชื่อนี้ โปรดติดตามที่บันทึกหมายเลข 1 ของผมครับ คือ ที่มาของชื่อ "วสวัตดีมาร"

"วสวัตดีมาร" เป็นตัวตนของผมจริง ๆ และที่แน่ ๆ ผมไม่ใช่คนดีร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมมีความชั่วร้ายแฝงอยู่ในตัว ดั่งเช่นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป เพียงแต่ว่าผมมี "ความเพียร" ในการทำความดีมากกว่าความชั่วเท่านั้น

ผู้ที่ติดตามงานเขียนผมสม่ำเสมอจะทราบความเป็นผม ความเป็นตัวตนของผม งานเขียน ระบบความคิด มุมมอง เป็นผมแน่นอน ผมไม่เคยเขียนคำโกหกลงไปในบันทึก แม้กระทั่งประวัติส่วนตัว

บุคคลที่มีความเห็นแก่ตัวสูง ๆ ชอบเรื่องโกหก การยกยอปอปั้น การเอาอกเอาใจมาก ๆ จะไม่ชอบผมมากนัก ... ผมมองโลกด้วยความยุติธรรมและตรงไปตรงมา ไม่ชอบการบิดพลิ้ว

 

งานเขียนหลักในสมุดบันทึก บันทึกความคิดดี..ความคิดชั่ว แสดงความคิดความอ่านของผมในแง่คุณธรรม จริยธรรม

ผมเขียนบันทึกทุกครั้งด้วยการพิมพ์เองทั้งหมด ร้อยละ 95 ส่วนที่เหลือร้อยละ 5 ... อาจจะใช้การนำข่าวสารจากอินเทอร์เน็ตมาใช้อ้างอิง

หากพิมพ์ที่ทำงาน อินเทอร์เน็ตมีความเร็วสูง ผมจะเลือกคิดและพิมพ์สด ๆ ที่หน้าเพิ่มบันทึก แต่พิมพ์ที่บ้าน อินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำ และไม่เสถียรเท่าไหร่ ผมเลือกพิมพ์ลง Notepad แล้ว Save เป็น text แล้วค่อยนำไปลงที่เพิ่มบันทึกในภายหลัง

ผมชอบพิมพ์สด ๆ มากที่สุด ... ผมไม่เคยร่างโครงสร้างการเขียนในกระดาษแม้แต่ครั้งเดียว ... การร่างโครงสร้างก่อนเขียนเป็นวิธีเขียนบันทึกในรูปแบบมาตรฐานที่เป็นการวางแผนก่อนเขียน บทนำว่าอะไรดี เนื้อหาเรียงจากไหนไปไหน อ้างอิงด้วยอะไร สรุปอย่างไร ... ผมไม่เคยทำเลย

ดังนั้น บันทึกที่ออกมานั้น เป็นการเขียนออกมาจากใจ และสมองที่คิดได้เท่าที่ตนเองมีความรู้ ณ ขณะนั้น อาจจะถูกก็ได้ ผิดก็ได้ แต่มันคือ ตัวตนของผมอย่างแท้จริง

 

ทุก ๆ บันทึกที่เขียนออกมามีเหตุและมีผลในตัวของมันเสมอ ... หากจะบอกว่า มีการใช้อารมณ์และความรู้สึกเหตุผลในการเขียนบ้างหรือไม่ คำตอบก็คือ ย่อมมีเป็นเรื่องปกติ แต่น้อยมาก หากไม่แน่ใจหรือไม่เชื่อ ลองติดตามอ่านดูนะครับ

สิ่งที่เขียน คือ สิ่งที่อยากให้ผู้อ่านได้รับรู้ ได้คิด ได้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง หรือค่านิยมนี้ดีจริง ๆ หรือ อะไรแบบนี้ เป็นต้น

เช่น

 

แต่หลายการเขียนบันทึกก็อยากแฝงอารมณ์ขั

ให้ผู้ติดตามอ่านบันทึกของผมได้ยิ้มบ้าง เพราะผมใส่รอยยิ้มลงไปจริง เพียงแต่มุขจะตื้น หรือจะลึกเท่านั้นเอง อันนี้ก็ตัวตนผมจริง ๆ

 

มีบันทึกที่ประทับใจเป็นการส่วนตัวอีก

 

บันทึกที่พูดถึงชุมชนเสมือน Gotoknow

 

ส่วน สมุดบันทึกเล่มสำคัญของผม คือ หอมกลิ่นหนังสือ... ผมมีเหตุผลในการเลือกเขียนสมุดบันทึกเล่มนี้ ดังนี้

1. เก็บความรู้ ความคิด มุมมอง ของงานเขียนที่ผมประทับใจ เมื่อได้อ่านหนังสือสักเล่ม

2. ช่วยสร้างกำลังใจและมุมมองแนวคิดบางอย่างให้สมาชิกที่กำลังค้นหาอะไรบางอย่างในชีวิตได้อ่าน

3. ห้องสมุดน้อย ๆ ที่หวังจะเป็นคลังความรู้สำคัญ เพื่อนำไปใช้ได้ในอนาคต

 

ไม่เชื่อ ... ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ

 

12 สมุดบันทึก ... 499 หน้าบันทึก (ไม่รวมบันทึกนี้) ... ทำให้ผมเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างไป ... การเขียนบันทึกสักบันทึกหนึ่ง ผมต้องค้นคว้าหาข้อมูลค่อนข้างมาก ต้องอ่านหนังสือมากขึ้นกว่าปกติ หลังจากนั้น ทำการประมวลความคิด แล้วจึงค่อยถ่ายทอดออกไปในหน้าบันทึกแบบสไตล์ผม ...

บันทึกผมจะหนักกว่าการเขียนไดอารีปกติ จนผมมักจะคิดเสมอว่า หากต้องการเขียนบันทึกสักบันทึก มันเหมือนการเขียนบทความลงวารสารวิชาการยังไงก็ไม่รู้

สงสัยจะด้วยผมไม่ชอบเขียนไดอารีประจำวันมากนัก และผมเองก็เห็นว่า Gotoknow ไม่ควรจะเป็นการเขียนไดอารีประจำวัน มันผิดวัตถุประสงค์กัน ถึงแม้ว่าจะบอกว่า เป็นความรู้ฝังลึก ไม่ฝังลึก แต่ผมชอบคิดถึงประโยชน์ที่ผู้อ่านได้รับก่อนการใช้อารมณ์ส่วนตัวมานั่งเขียน

 

มีบล็อกเกอร์หลายท่านอยากเจอตัวจริงของผมมากเลย ... ยิ่งไปอ่านงานของคุณเอก  จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ที่บันทึก หรรษาที่เชียงใหม่ กับ อาจารย์ Wasawat Deemarn ... โปรดให้อภัยผมด้วยครับ ผมไม่สามารถเปิดตัวเองได้มากนัก อาจจะเป็นว่า ผมมีโจทก์เยอะ ... ผมเก็บตัว ... ผมเข้าสังคมไม่เป็น ... อีกทั้งหากเปิดหน้ามากเกินไป งานเขียนบางอย่างของผมจะเขียนไม่ได้เลย เมื่อเขียนไม่ได้ ความตั้งใจบางอย่างของผมก็จะล้มเหลว ครับ

 

อยากให้ทำความรู้จักตัวผม ตัวตนของผมจากมุมมองและวิธีคิดจากบันทึกของผมที่ได้เขียนไว้ ... และห้ามเชื่อในสิ่งที่ผมคิดและเขียนไว้ทั้งหมด ขอให้ใช้วิจารณญาณของตนก่อนเชื่อ

 

ดั่งคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า

(๑) อย่าเพิ่งเชื่อ ... ด้วยการฟังตาม ๆ กันมา

(๒) อย่าเพิ่งเชื่อ ... ด้วยการถือสืบ ๆ กันมา

(๓) อย่าเพิ่งเชื่อ ... ด้วยการเล่าลือ

(๔) อย่าเพิ่งเชื่อ ... ด้วยการอ้างคัมภีร์

(๕) อย่าเพิ่งเชื่อ ... ด้วยการใช้วิธีการทางตรรกะ

(๖) อย่าเพิ่งเชื่อ ... ด้วยการอนุมาน

(๗) อย่าเพิ่งเชื่อ ... ด้วยการตรึกตรองตามแนวเหตุผล

(๘) อย่าเพิ่งเชื่อ ... ด้วยการทึกทักเอาว่าเข้ากับทฤษฎีที่ตนรู้จัก

(๙) อย่าเพิ่งเชื่อ ... ด้วยการคิดว่ามีเค้าน่าเชื่อถือ น่าเป็นไปได้

(๑๐) อย่าเพิ่งเชื่อ ... ด้วยการถือว่าสมณะท่านนี้เป็น "ครู" ของเรา

 

สุดท้าย อยากขอขอบคุณเพื่อน ๆ และกัลยาณมิตรทุกท่านที่ติดตามอ่านงานผมอย่างต่อเนื่อง และเข้ามาให้กำลังใจอย่างอบอุ่นเสมอ

บางท่านเป็นแฟนพันธุ์แทะ ... บางท่านมาอ่านเฉย ๆ ... บางท่านช่วยผมต่อยอดความรู้ให้สูงขึ้น ... บางท่านแวะมาทำให้ผมหัวเราะอยู่หน้าจอคนเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น จากบันทึก รางวัลสุดคะนึงประจำเดือน เม.ย. 52 : เชิญร่วมเสนอชื่อ Blogger เพื่อเข้าร่วมคัดเลือก ของน้อง มะปรางเปรี้ยว ทำให้ผมเพิ่งทราบว่า งานเขียนผม มีคนอ่านด้วย บางท่านไม่เคยแสดงความคิดเห็นใด ๆ เลย แต่ก็ไม่ใช่ความผิดนะครับ ... เรียกว่า อ่านแบบเงียบ ๆ

 

อยากพูดคำว่า่ "ขอบคุณมาก ๆ ครับ" 

บุญรักษา ... ทุกท่าน :)

 

ป.ล. มีคนให้การบ้านผมมาเขียนอีกหลายประเด็น ซึ่งผมขอบคุณที่ให้เกียรติและเคารพความคิดเห็นส่วนตัวของผม ... ขอบคุณมากครับ