เช้าวันหยุดวันเสาร์ที่ผ่านมา ป้าแดงชวนน้องๆมุ่งหน้าสู่นครโบราณ ที่ครั้งหนึ่งบอกว่าถูกน้ำท่วมและเพิ่งถูกขุดค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ "เวียงกุมกาม"

พวกเราออกจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าตามเส้นทางสู่อำเภอสารภี เราไม่มีข้อมูลมากนัก จึงเดินทางตามป้าย โชคดีที่มีป้ายบอกทาง เวียงกุมกาม เป็นระยะ จึงทำให้เราไปถึงสถานที่ที่ต้องการในที่สุด

เราไปสิ้นสุดการเดินทางที่วัดช้างค้ำ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ค้นพบเวียงกุมกามเมื่อ พ.ศ. 2527 ที่นี่เราพบรถม้า รถราง ที่คนแนะนำบอกว่า ชาวบ้านได้ช่วยกันจัดหามาเพื่อบริการนักท่องเที่ยวและรายได้ต่างๆก็นำไปทำนุบำรุงเวียงกุมกาม

จริงๆแล้วป้าแดงตั้งใจอยากไปดูศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกามและพิพิธภัณฑ์ แต่ไปไม่ถูก เดินตามป้ายมาเจอที่นี่ คนที่คอยต้อนรับแนะนำว่าไม่ต้องไป เพราะสิ่งของต่างๆได้ถูกนำไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์ที่เชียงใหม่แล้ว จะเห็นก็เพียงแต่รูปภาพเท่านั้นเอง ผู้ร่วมเดินทางมาด้วยกัน คล้ายจะบอกว่าก็ไม่ต้องไป ด้วยการเดินขึ้นราง

เราจ่ายค่ารถรางไป 250 บาท ในจำนวนคน 1-5 คน ใช้เวลาเที่ยวชมเวียงกุมกาม 45 นาที การเที่ยวชมเป็นการเที่ยวชมวัด จำนวน 9 วัด โดยมีไกด์คอยบรรยาย ถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาต่างๆ มีป้ายปิดประกาศไว้ด้วยว่า ไกด์เป็นอาสาสมัคร การให้ค่าบรรยายแล้วแต่จะเห็นเหมาะสม คล้ายกับบอกว่าเราควรจะให้ทิปคนบรรยายหรือไกด์

วัดที่จะพาเที่ยวชมและไหว้พระ ประกอบด้วย วัดอีค่าง วัดพระองค์ดำ วัดพญามังราย วัดธาตุขาว วัดปู่เปี้ย วัดหนานช้างวัดกู่ป้าด้อม วัดเจดีย์หลวง และจบลงที่เริ่มต้นคือวัดช้างค้ำ

พญามังราย ทรงสร้างเวียงกุมกามขึ้น โดยขุดคูเมืองเป็นสี่ด้านให้แม่น้ำปิงไหลเข้ามาขัง ด้วยอากาศที่ร้อนมาก เหงื่อที่ไหลท่วมตัว แถมแสงแดดที่ส่องมายังที่นั่งบนรถราง ทำให้สมาธิในการฟังไกด์บรรยายมีไม่มากนัก การลงไปไหว้พระ ถ่ายรูปก็ทำกันอย่างรวดเร็ว

วัดต่างๆหรือเวียงกุมกามที่รถรางพาเที่ยวชม จะผ่านไปตามหมู่บ้านที่มีบ้านเรือนของชาวบ้านจำนวนมากทีเดียว คนขับรถรางบอกว่า ที่นี่เป็นหมู่บ้่านในตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี ภายในหมู่บ้านมีโรงงานเซรามิครวมถึงร้านที่จัดแสดงเซรามิค ที่ดูเป็นสถานโออ่า สวยงาม แต่ดูเหมือนไม่มีนักท่องเที่ยว

เรื่องราวหนึ่งที่ไกด์บอกเรา " ช่วงสงกรานต์ เตรียมรถ เตรียมไกด์ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเยอะมาก แต่ไม่มีใครมาเลย ปีนี้สงกรานต์เงียบเหงามาก เด็กๆมัคคุเทศน์หนีไปเล่นน้ำในเวียงเชียงใหม่กันหมด" วันนี้ที่เรามา นักท่องเที่ยวก็มีประมาณ 2-3 กลุ่มเอง น่าเป็นห่วงเหมือนกันว่า ที่นี่อาจจะไม่ได้รับการพัฒนาให้น่่าสนใจได้มากนัก

 

ภายในหมู่บ้าน ป้าแดง เห็นว่ามีการจัดทางจักรยานเอาไว้ หากเป็นเวลาเย็นๆการได้ปั่นจักรยานเที่ยวชมวัดต่างๆโดยผ่านไปในหมู่บ้าน เห็นวิถีชีวิตที่แตกต่าง คงจะช่วยให้เกิดความคิดอะไรขึ้นมาได้

ที่พระธาตุขาว เราได้รับคำแนะนำให้ลงไปไหว้พระกัน ที่นี่คนที่ออกมาต้อนรับบอกว่า ศักดิ์สิทธิ์มากขออะไรก็ได้หมด ป้าแดงเลยขอถูกล๊อตเตอรี่รางวัลใหญ่ที่ได้เงินมากพอซื้อรถยนต์ได้ซักคัน ต้องรอดูผลลัพธ์ ไม่รู้ขอมากไปรึป่าว................


วัดเจดีย์เหลี่ยม เป็นวัดที่ยังมีความสมบูรณ์ของเจดีย์

 

ระหว่างทางของการเดินทางกลับ พวกเราก็ถกกันว่า ที่นี่ต้องได้รับการดูแลอย่างหนัก เพราะหากเป็นคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์จริงๆ แล้วก็คงไม่เลือกมาท่องเที่ยวที่นี่.............สถานที่เที่ยวชม อ้ันได้แก่วัดต่างๆก็อยู่ห่างกันเกินไป และดูไม่อลังการมากนัก ทำให้ไม่น่าสนใจ เหมือนที่ สุโขทัย หรือ อยุธยา....... ซึ่งสิ่งเหล่านี้ อาจต้องได้รับการสนับสนุน ช่วยเหลือ ปรับปรุงพัฒนา ทั้งจากนักท่องเที่ยว ชาวบ้านและผู้ที่เกี่ยวข้อง..........