“ทนง” สร้างความมั่นใจ นักลงทุน ดันงบประมาณปี 2550 สมดุล ไม่หวั่นราคาน้ำมันพุ่งกระทบการจัดเก็บรายได้
นายทนง พิทยะ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า งบประมาณ ปี 2550 ยังคงเป็น   งบประมาณแบบสมดุล 1.476 ล้านล้านบาท   ตามที่รายงานต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการปรับลดวงเงิน หรือ จัดทำงบประมาณแบบขาดดุลแน่นอน แต่การตัดสินใจสุดท้ายเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ คาดว่าในไม่ช้าก็จะมี    รัฐบาลใหม่เข้ามาผลักดันกฎหมายงบประมาณปี 2550 ต่อไป
นายทนง กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้สินค้าราคาแพงและการบริโภคชะลอ ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2550   เนื่องจากอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันปีงบประมาณ 2548 กว่า 100% จากเดิม 20-30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มาเป็น 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง กล่าวว่า งบประมาณแบบสมดุล ถือเป็นนโยบายของพรรคไทยรักไทยที่ประกาศก่อนหน้านี้ เพื่อรักษาวินัยการคลังไม่ใช้จ่ายเกินตัว สร้างปัญหาหนี้สาธารณะ ซึ่งตามกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้  ต้องทำงบประมาณแบบสมดุล งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 25% ของเงินงบประมาณทั้งหมด, หนี้สาธารณะ  ไม่เกิน 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)  และสัดส่วนหนี้ต่องบประมาณไม่เกิน 15% ของ  งบประมาณรายจ่าย
แหล่งข่าวกล่าวว่า การเก็บรายได้ครึ่งปีงบประมาณ 2549 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548 ถึงมีนาคม 2549   เกินเป้าอยู่ประมาณ 7-8 พันล้านบาท ทำให้มั่นใจว่างบประมาณปี 2549 จะสมดุลตามที่ได้ตั้งไว้ เพราะในเดือนพฤษภาคมจะมีรายได้จากการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล และในเดือนสิงหาคมจะมีภาษีเงินได้นิติบุคคลของ  การดำเนินงานครึ่งปีแรก 2549 ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนมาก เพราะจากการรายงานผลประกอบการของบริษัท         ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์เริ่มมีกำไรเกือบทุกธนาคาร
ทั้งนี้ งบประมาณปี 2550 จำนวน 1.476 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2548 จำนวน     1.16 แสนล้านบาท หรือ 8.5% เป็นงบใช้จ่ายประจำ 1.03 ล้านล้านบาท หรือ 69.8%, งบลงทุน 3.88 แสนล้านบาท หรือ 26.3%, งบใช้คืนเงินกู้ 5.71 หมื่นล้านบาท หรือ 3.9% ของเงินงบประมาณทั้งหมด ภายใต้สมมติฐานจีดีพี 8.48 ล้านล้านบาท
โพสต์ทูเดย์  26  เมษายน  2549