ชวนเพื่อนชมเล

หลังจากได้นำเสนอบันทึกเที่ยวช่วยชาติที่เกาะลันตาตอนแรกไปแล้ว วันนี้ขอมาบอกเล่าตอนที่ ๒ ต่อครับ

เสียงคลื่นซัดสาดชายหาดยามเช้าตรู่ ผมรีบออกไปถ่ายภาพและสัมผัสธรรมชาติด้วยการวิ่งออกกำลังกายบนหาดทรายที่ชื่นชอบพอร่างกายอบอุ่น จนได้เวลากลับมาเตรียมความพร้อมทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ไม่นานนักรถของ

One day tour มารับพาพวกเราไปดำน้ำโปรแกรม ๔ เกาะ ที่เราเคยไปเที่ยว (โปรแกรมเดิมที่วางไว้เป็นเกาะรอกแต่ไม่สะดวกเรื่องเรือ) ลัดเลาะไปตามเส้นทางถนนราดยางที่คดโค้งแวะรับ Jan & Maike คู่หนุ่มสาวชาวเยอรมันเพื่อนร่วมทริปที่พักอ่าวพะเอะ แล้วมุ่งสู่ท่าเทียบเรือเกาะลันตาบริเวณเทศบาลเกาะลันตาใหญ่ สัมภาระถูกลำเลียงลงเรือหางยาวขนาดใหญ่ที่จอดลอยลำรออยู่ ทุกอย่างพร้อมเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นนายท้ายเรือเร่งเครื่องเบนหัวเรือฟันผ่าเกรียวคลื่นมุ่งสู่หมู่เกาะต่างๆ ตามโปรแกรม วันนี้ท้องฟ้าเปิดแสงแดดส่องจ้า รู้สึกว่าแม่ทะเลไขว่เปลเพียงแผ่วเบาท้องน้ำสีครามตามสไตล์อันดามัน เรือวิ่งเข้าใกล้ผ่านหัวเกาะไหงไม่นานนักก็ชะลอเครื่องยนต์จอดลอยลำ

 

เกาะม้ากับปฏิมากรรมหน้าผาหินที่งดงามกลางทะเล เรือทัวร์หลายลำจากปากเมงจังหวัดตรังผูกทุ่นจอดลอยลำให้นักท่องเที่ยวดำน้ำ มิรอช้าคว้าเสื้อชูชีพ หน้ากาก และท่อหายใจที่เตรียมมาให้เพื่อนคู่หู (Buddy) จาก สวพ.8 อีกชุดหนึ่งพร้อมตีนกบ (Fin) สำหรับผมเอง สวมเสร็จกระโดดลงสู่ผิวน้ำ ตาม Jan & Maike เพื่อนต่างแดนที่ล่วงหน้าไปเก็บเกี่ยวความงดงามของท้องทะเล ผมพา Buddy ดำน้ำชมปะการังส่วนใหญ่เป็นชนิดแข็งพวกเขากวาง โต๊ะ สมอง มีดอกไม้ทะเลนิดหน่อยและฝูงปลาสวยงามจนอิ่มตาปล่อย Buddy ไว้กับปุกเพื่อนทำงานที่ ม.ทักษิณ ตวัด Fin กลับมารับสาวนักธุรกิจเพื่อนอีกคนที่เรือ น้ำเริ่มลงไหลไปตามช่องหินพากลุ่มพวกเราออกไปจนตี Fin ขากลับอยู่กับที่ (ลากไม่ไหวซ้ายขวาติดหล่มเล) ส่งสัญญาณมือให้ Staff ของทัวร์บนนาวามาช่วยลากพากลับขึ้นเรือ ทานผลไม้อาหารว่าง เรือพาพวกเรามุ่งหน้าสู่เกาะมุกต์ท้องทะเลตรัง

 

 

ณ. ปากถ้ำมรกตที่นักท่องเที่ยวกำลังลอยตัวเกาะเกี่ยวกันเป็นแถว ๆ ตามแนวเชือกที่ผูกเตรียมไว้ จัดกล้องถ่ายรูปของปุกผู้เสียสละใส่

Ocean Pack แล้วใส่เสื้อชูชีพว่ายน้ำไปหากลุ่มเพื่อนที่รออยู่ ไกต์นำพวกเราเข้าสู่ปากถ้ำแสงไฟฉายถูกสาดส่องกระทบหินงอกหินย้อยที่ผนังถ้ำ เสียงผู้คนดังกึกก้องมานานนักเคลื่อนเข้าสู่ปล่องถ้ำเปิดขนาดใหญ่ภายในมีหาดทรายและต้นไม้นานาชนิด แต่ละกลุ่มเข้าคิวบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึกครั้งหนึ่งเคยมาเยื่อน ก่อนเข้าแถวแปลขบวนเคลื่อนกลับสู่เรือ อาหารเที่ยงถูกแจกจ่ายร้านอาหารลอยน้ำพาพวกเราย้อนกลับเส้นทางเดิม

 

เกาะเชือกวันนี้ยังคงความงดงามต้อนรับแขกผู้มาเยือน เรือจอดเกือบแน่นิ่งฝูงปลาสวยงามเล่นแหวกว่ายใกล้ ๆ แคมเรือ รีบสวมอุปกรณ์ลงดำน้ำอีกครั้ง แวกว่ายพร้อม

Buddy ชมปะการังและฝูงปลาใกล้แนวเชือกตามชื่อเกาะ จุดนี้ได้พบเห็นความเสียหายปะการังแข็งไม่ว่าจะเสื่อมโทรมจากการฟอกขาวหรือหักพังจากกิจกรรมการท่องเที่ยว ดูแล้วห่อเหี่ยวใจจริงๆ ตามนิสัยนักอนุรักษ์ จนได้เวลากลับมาที่เรืออีกครั้ง

 

เรือพาพวกเราสู่เกาะไหงสำหรับเล่นน้ำอาบแดดชายหาดทราย เราขึ้นสู่เกาะเดินบันทึกภาพแห่งความทรงจำเก็บไว้ มานั่งพักผ่อนกินน้ำผลไม้คลายร้อนที่ชาวเลบาร์ มายาเลรีสอร์ท ในดงมะพร้าวกลางทะเลช่างออกแบบได้ดูดี

จนถึงเวลาที่นัดหมายขึ้นเรือนายท้ายชาวเลเร่งเครื่องยนต์ เบนหัวนาวาหวนกลับคืนสู่ฝั่งลันตาถิ่นผลาย่างปลาตามตำนานที่ท่าเรือเดิม เก็บสัมภาระขึ้นรถยนต์คันเดิมมุ่งสู่ที่พักแวะส่ง Jaan & Maike พวกเราพร้อมใจ Say Good bye แขกต่างชาติผู้มาเยือน รถคันขาวพาพวกเราถึง Diamond Sand Palac ที่พักกาย

 

 

สภาพปะการังมีความหลากหลายและปริมาณต่อพื้นที่ลดลง พบเห็นความเสียหายมากที่สุดจากฝีมือของมนุษย์ ช่วยกันเก็บความงดงามไว้ให้ท้องทะเลไทย

อ้างอิง ตากล้อง เอก ปุก เพลิน สาว ตุ๊บตั๊บ Jan, Maike และคนเรือ