ประเมินความรู้ ทักษะและเจตคติ

 

 

สวัสดีค่ะ..คุณครูและเพื่อนกัลยาณมิตรที่รักทุกท่าน

       ไม่ได้พบกันนานนะคะ  สำหรับบ้านหลังนี้  คาดว่าช่วงนี้คุณครูหลายๆท่านกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับโรงเรียนนำร่องการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช ๒๕๕๑    แต่ละกลุ่มสาระก็คงกำลังจัดทำรายละเอียดของหลักสูตรฯ กันอยู่

       ในบันทึกนี้ขอเริ่มนำเสนอเรื่องราวที่คาดว่าน่าจะเกิดประโยชน์สำหรับคุณครูนะคะ  ประเด็นการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้  (คุณครูตุ๊กแก..สาวน่ารักเมืองสุพรรณกริ๊งกร้างมาถามค่ะ จึงเกิดแว๊บขึ้นมาว่า น่าจะเกิดประโยชน์กับเพื่อนครูท่านอื่นๆด้วย)

      รายละเอียดการวัดและประเมิน ผู้เขียนก็ขอนำเสนอดังนี้นะคะ

๑.จะประเมินอะไร (ประเด็นการประเมิน)

๒. จะกำหนดระดับคุณภาพการประเมินแต่ละระดับให้มีความต่างกันอย่างไร

๓.จะกำหนดเกณฑ์การผ่านรายบุคคลและรายห้องเรียนอย่างไร

    ลองดูนะคะ

การประเมินผล  ประกอบด้วย

๑.      ความรู้  การเขียนสะกดคำ    การบอกความหมายของคำ(ภาษาพื้นบ้านล้านนา)   

๒.    ทักษะ  การอ่าน  คิดวิเคราะห์ และเขียนคำประเภทต่างๆ  การเปิดพจนานุกรมค้นหาความหมายของคำ

           ลายมือการเขียน  และกระบวนการกลุ่ม

       ๓.   คุณลักษณะ   มีนิสัยรักการเขียน  และความตั้งใจในการทำงาน

เกณฑ์การประเมิน  

       ๑.  รายห้อง   ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐

       ๒.  รายบุคคล  ระดับ ๓ ดีถือว่าผ่านเกณฑ์

ประเด็นการประเมิน

ระดับคุณภาพ

ระดับ ๔ (ดีมาก)

ระดับ ๓ (ดี)ผ่านเกณฑ์

ระดับ ๒ (พอใช้)

ระดับ ๑ (ควรปรับปรุง)

๑.การเขียนสะกดคำ

เขียนได้ถูกมากกว่า

ร้อยละ ๙๐

เขียนผิดหรือตกหล่นไม่เกิน ๒๐ %

เขียนผิดหรือตกหล่น

ไม่เกิน ๓๐ %

เขียนผิดหรือตกหล่นมากกว่า ๔๐ %

๒.การเปิดพจนานุกรมค้นหาความหมายคำ

ค้นหาคำจากพจนานุกรมได้มากกว่าร้อยละ๙๐

ค้นหาคำจากพจนานุกรมได้มากกว่าร้อยละ๙๐

ค้นหาคำจากพจนานุกรมได้มากกว่าร้อยละ๙๐

ค้นหาคำจากพจนานุกรมได้มากกว่าร้อยละ๙๐

๓.การบอกความหมายของคำพื้นบ้านล้านนาเป็นภาษาไทยมาตรฐาน

บอกได้ถูกหมดทุกคำ

บอกผิดไม่เกิน ๒๐ %

บอกผิดไม่เกิน ๓๐ %

บอกผิดมากกว่า ๔๐ %

๔.ลายมือสวยงาม

ตัวหนังสือตรง

เป็นระเบียบ ช่องไฟพอเหมาะตลอด

ตัวหนังสือตรง

เป็นระเบียบ  ช่องไฟ

ไม่เหมาะ ๑-๒ แห่ง

ตัวหนังสือตรง  ไม่ค่อยเป็นระเบียบ  ช่องไฟ

ไม่เหมาะ ๓-๔ แห่ง

เขียนโย้ไปโย้มา

ช่องไฟไม่เหมาะสม

๕.การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน

(การเขียนผังมโนทัศน์)

อ่านและเขียนคำแล้วสามารถวิเคราะห์ได้ว่าเป็นคำประเภทใด ถูกต้องมากกว่าร้อยละ ๙๐

อ่านคำแล้วสามารถวิเคราะห์ได้ว่าเป็นคำประเภทใด

ผิดไม่เกิน  ๒๐ %

อ่านคำแล้วสามารถวิเคราะห์ได้ว่าเป็นคำประเภทใด  ผิดไม่เกิน  ๓๐ %

อ่านคำแล้วสามารถวิเคราะห์ได้ว่าเป็นคำประเภทใด

ผิดมากกว่า ๔๐ %

๖.กระบวนการกลุ่ม

สมาชิกทุกคนในกลุ่ม มีความสนใจกระตือรือร้น และตั้งใจร่วมกิจกรรม  มีการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มตามคำชี้แจงอย่างคล่องแคล่ว และเสร็จตามเวลาที่กำหนด

สมาชิกส่วนใหญ่

ในกลุ่มมีความสนใจกระตือรือร้น และตั้งใจร่วมกิจกรรม  ปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มตามคำชี้แจง  และเสร็จตามเวลาที่กำหนด

สมาชิกบางคนในกลุ่มไม่มีความสนใจ  ไม่ค่อยกระตือรือร้น ในการร่วมกิจกรรม  ปฏิบัติตามกิจกรรมกลุ่มตามคำชี้แจง และผลงานก็เสร็จตามกำหนดเวลา

สมาชิกบางคนในกลุ่มไม่มีความสนใจ  ไม่ค่อยกระตือรือร้นและไม่ตั้งใจ ในการร่วมกิจกรรม และผลงานก็ไม่ดีไม่เสร็จตามกำหนดเวลา

๗.มีนิสัยรักการเขียน

และมีความตั้งใจทำงาน

ตั้งใจเขียน ผลงาน สะอาดเรียบร้อยตลอด

เสร็จทันเวลา

ตั้งใจเขียน ผลงาน สกปรก ๑-๒ แห่ง

เสร็จทันเวลา

ตั้งใจเขียน ผลงาน

สกปรก ๓-๔ แห่ง

แต่ก็เสร็จทันเวลา

ไม่ตั้งใจเขียน ผลงาน

สกปรกมากกว่า ๔ แห่ง

ไม่เสร็จทันเวลา

                 ตัวอย่างการประเมินผลการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย    ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓                                          

   

      เป็นตัวอย่างที่ผู้เขียนจัดทำเพื่อประกอบการประชุมปฏิบัติการจัดทำหลักสูตรฯของโรงเรียนนำร่องการใช้หลักสูตรค่ะ   เพื่อนครูเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกันนะคะ หากยังมีประเด็นใดยังไม่ชัดเจน เช่น

๑.การกำหนดประเด็นการประเมินครอบคลุมหรือไม่

๒.การประเมินเจตคติของการเขียนตรงประเด็นไหม

๓.การกำหนดเกณฑ์การผ่านทั้งรายบุคคลและรายห้องเรียน สูงไปหรือต่ำไปอย่างไร

๔.การกำหนดระดับคุณภาพ ๑-๒-๓-๔ ถูกต้องหรือไม่  เลื่อนลอยหรือเปล่า(เป็นนามธรรม) นำสู่การปฏิบัติไม่ได้

      ลองเข้ามาแลกเปลียนนะคะ

      สวัสดีค่ะ