ทำไมเราจึงมองลำแสงสุดท้าย ของแต่ละวันแล้วเหงา

 

    วันนี้เป็นวันหนึ่ง ที่ฝืนสังขาร ไปทำงานที่สำคัญ และสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แม้จะรู้สึกเบิกบานใจ แต่ผู้เขียนกลับรู้สึกถึงร่างกายที่อ่อนแอลงเรื่อย ตามวันเวลากำลังจะพาลำแสงสุดท้ายของตะวัน ไปซ่อนให้พ้นสายตาอีกหนึ่งวัน

  เมื่อวานนี้ ผู้เขียนไปร่วมขบวนงานกองข้าว ที่ศรีราชา แสงแดดร้อนมากจนแสบผิวกายไปหมด ไม่นึกว่าพิษของแสงตะวันจะร้ายแรงขนาดนี้ ทั้งคืนผู้เขียนแทบจะนอนไม่หลับ เพราะมีอาการออกร้อนไปทั้งร่างกาย ร้อนอยู่ข้างใน มีเหงื่อออกจนชุ่ม ทั้งที่เปิดแอร์ และมาหลับเมื่อใกล้สว่าง

แต่วันนี้ มีภารกิจสำคัญ คือเป็นวันที่มีการรับบริจาคเลือด ตามโครงการ"ธนาคารเลือดเฉลิมพระเกียรติ" ที่ผู้เขียน ริเริ่ม ทำมาได้ ครบหนึ่งปีแล้ว เท้าที่ระบบ เพราะเดินไกลมาก ยังมีอาการเจ็บทุกฝีก้าว คอแห้งกระหายน้ำตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้มีมีไข้อะไร

 จนเที่ยงจึงเสร็จงาน หลังจากนั้นนั่งทำงาน จนหมดเวลา เกิดอาการ หมดเรี่ยวแรง ไม่อยากจะเคลื่อนไหวไปไหนอีก กลับบ้าน....

Dsc02324

 

ลำแสงสุดท้ายของตะวัน มองเมื่อไหร่ก็เหงา ดูหมดเรี่ยวแรงวังชา

ยินยอมให้ความมืด คืบคลานเข้ามากลืนกิน จนหมดแสงไป

คงเหมือนผุ้เขียน ที่กำลังรู้สึกจะหยุดนิ่งลงไปทุกที

 

 

P1030020

กำลังบอกตัวเองว่า ความสมดุลย์ในร่างกายคงไม่พอดี หิวแต่ก็กินไม่ลง

 เหมือนจะยังไหว แต่พอลงมือ ก็ดูจะฝืนๆ

 

Dsc03807

ทำไมเราจึงมองลำแสงสุดท้าย ของแต่ละวันแล้วเหงา

หรือเราก็กำลังจะเป็นลำแสงสุดท้ายเหมือนกัน