จากสันดาน เลือดนักสู้ ผู้รักถิ่น

   หนึ่งในวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยที่ประทับใจผู้เขียนตลอดกาล ก็คือกลุ่มชาวบ้านบางระจัน นับตั้งแต่เริ่มเรียนประวัติศาสตร์ และรับรู้เรื่องราวของท่านเหล่านี้ ผู้เขียนก็ไม่เคยลืมนามนี้เลย "ค่ายบางระจัน"

   Dsc03449

เป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนมีโอกาสไปสักการะ อนุสาวรีย์ท่านผู้กล้าทั้ง ๑๑ ท่าน ณ บ้านบางระจัน จ.สิงห์บุรี

     เมื่อคราวกรุงศรีอยุธยา ใกล้จะเสียกรุงครั้งที่สอง พม่ายกทัพเข้าตีหัวเมืองต่างๆ พร้อมทั้งการปล้นสะดมภ์ ข่มเหงชาวบ้านคนไทย จนกระทั่งมาถึงหมู่บ้านบางระจัน ชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง คิดต่อต้าน การรบของกองโจรพม่า โดยตั้งหลักมั่น เป็นค่ายในวัดโพธิ์เก้าต้น โดยมีพระอาจารย์ธรรมโชติ เป็นผู้ปลุกกำลังใจ และวิทยาคม ลงยันต์ป้องกันตนให้เหล่านักรบนั้น ทำให้ชาวบางระจัน มีกำลังใจฮึกเหิม ออกต่อสู้กับพม่า อย่างห้าวหาญ แม้การรบแบบตะลุมบอล ก็ไม่เคยเพรียงพล้ำ ด้วยการใช้ปัญญาไหวพริบ ในการรบ อย่างชาญฉลาด เช่น เมื่อมีผู้บาดเจ็บอยู่ในค่ายมากขึ้น ก็แสร้งสร้างค่ายลวง การแบ่งกำลังรบแบบกองโจร เป็นต้น

นับตั้งแต่ปลายเดือนสี่ ปีระกา พ.ศ.๒๓๐๘ กับการรบชนะรวดเดียวถึง ๗ ครั้ง

   การรบครั้งสุดท้ายที่ ในครั้งนั้น ชาวบางระจัน เสียนักรบผู้กล้า ที่เป็นผู้นำไปหลายท่านแล้ว อีกทั้งพม่า ก็ได้นายกองชาวรามัญ ที่คุ้นเคย และรู้จักอัธยาศัยคนไทยดี แต่ได้ไปรับราชการกับพม่า จึงคิดกลอุบายโดยไม่ออกมาตะลุมบอลเหมือนเคย และรู้ฝีมือคนไทยดี จึงได้แต่ยิงปืนใหญ่ออกมาจากค่าย สร้างความกดดันให้แก่ชาวบางระจันยิ่งนัก จึงร้องขอปืนใหญ่จากกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ จึงรวบรวมโลหะเท่าที่มี พากันหล่อปืนใหญ่ หมายจะใช้เป็นอาวุธ ถล่มค่ายพม่า เป็นการรวบรวมร่วมมือครั้งสุดท้ายของชาวบางระจัน และเป็นความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่เช่นกัน

      ชะตาบ้านเมืองถึงคราวจะสูญเสียอิสระภาพ

 แม้บุคคลจะมีน้ำใจที่ห้าวหาญปานใด

 ก็ไม่สามารถรั้งชะตาบ้านเมืองไว้ได้

ณ วันจันทร์ แรม ๒ ค่ำ เดือน ๘ ปีจอ พ.ศ.๒๓๐๙

       ปืนใหญ่ที่หล่อสำเร็จแล้ว เกิดอาการร้าว ไม่สามารถใช้ยิงต่อสู้กับศรัตรูได้ ชาวบ้านต่างรู้สึกเสียขวัญ ทั้งผู้บาดเจ็บมากมายในค่าย การสูญเสียผู้นำไปจำนวนมาก ทั้งศรัตรูก็ไม่ได้ออกมาให้ได้รบประราวีเหมือนเคย ที่สุดผู้กล้าชุดสุดท้าย อดรนทนไม่ได้ จึงออกจากค่ายหมายตะลุยศึก จึงถูกพม่าฆ่าจนเสียชีวิต และถล่มด้วยปืนใหญ่จนค่ายบางระจันแตก ถึงกาลอวสาน หลังจากตั้งมั่นมายาวนาน ถึง ๕ เดือน

Dsc03454

ความเป็นไทย      ได้มา    เพราะกล้าหาญ

จากสันดาน    เลือดนักสู้   ผู้รักถิ่น

กลายมาเป็น    เมืองสยาม    นามแผ่นดิน

เทิดชีวิน   บรรพบุรุษ   สู้สุดใจ

(บทกลอนในวัดโพธิเก้าต้น)

Dsc03451

กูจะสู้   แม้รู้ว่า    พวกกูน้อย

สู้ไม่ถอย    แม้รู้ว่า    จะดับสลาย

แผ่นดินนี้   พ่อกูอยู่   ปูกูตาย

กูสุดอาย    หากเสียที    ไพรีครอง

(บทกลอนหน้าค่ายโพธิเก้าต้น)

ขอทุกดวงวิญญาณผู้กล้า ชาวบางระจันทุกคน

 จงสู่สุคติภพ ด้วยพลานุภาพ แห่งความรักชาติยิ่งชีวิต

ชาวบางระจัน พ่ายแพ้สงครามในครั้งนั้น

อย่างราบคาบ

แต่ชาวบางระจัน สู้อย่างชนะใจผู้เขียนตลอดไป