“ หื้อแล้วใจ๋ “เป็นภาษาเหนือหรือกำเมือง จำได้ว่าเมื่อตอนที่แม่ต้อยอายุน้อยๆ หากว่าอยากได้อะไร เช่นจำพวกของเครื่องใช้ อุปกรณ์การเรียนที่เพื่อนๆเขามีกันครบแล้ว เรายังไม่มี หรือเสื้อผ้าที่สวยๆ ตุ๊กตา ก็จะไปอ้อนวอนขอจาก พ่อ แม่ หรือบรรดา ลุงป้าน้าอา ทั้งหลาย แล้วแต่ว่าใครจะมีจิตศรัทธาที่จะช่วยอุดหนุน หากไม่ได้ ก็จะแสดงอาการขุ่นใจ หน้าตาง้ำงอ เพราะไม่ได้ดังที่ใจต้องการ ไม่พอใจที่ในสิ่งที่เป็นความหวัง อิ อิ
แต่ว่า มักจะมีคำๆหนึ่งที่เหมือนฟ้ามาโปรดคือ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ใหญ่เขาพูดเปรยๆขึ้นมาว่า “ ไปเซาะหามา..หื้อ แล้วใจ๋ “ ก็เป็นอันว่า ตกลงเราจะได้ของที่เราต้องการ แน่ๆ ผู้ใหญ่ก็จะพูดต่อมาอีกเมื่อเห็นเราออกอาการ ดีใจว่า “ เห็นไหม .. แล้วใจ๋ไปละ..”
คำว่า “ หื้อแล้วใจ๋ “ จึงน่าจะหมายความว่า ตามใจ หรือทำให้ดังใจที่คนนั้นต้องการนั่นเอง และแม่ต้อยก็ เกือบจะลืมคำนี้ไปเสียแล้ว จนกระทั่งวันหนึ่ง
วันที่มีโอกาสฟังเรื่องเล่าจากน้องคนหนึ่ง ชื่อ ชัยพร ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน อีกเช่นเคย น้องเขาตั้งใจที่จะมาเล่าว่าบางครั้งการทำงานกับคนไข้นั้น ถือว่าเป็นเรื่องบุญ ของตัวเอง ใครทำคนนั้นก็ได้ผลบุญนั้นไป
เรื่องของเรื่องมีดังนี้
“ ผมรู้จัก ผู้ชายคนหนึ่งครับ อายุประมาณ ๘๕ ปีแล้ว ลุงแกจะคุ้นเคยกับผมมากๆไปมาหาสู่กัน ว่างๆผมก็จะไปหาแกที่บ้าน ไปวัดความดันให้บ้าง หรือไปพุดคุยบ้าง..ตามประสา ”
“ มีครั้งหนึ่งเมื่อ ไปเยี่ยมพุดคุยกัน ตามปกติ ผมก็บอกว่า วันที่๑๒ นี้จะมาแวะหาลุงใหม่นะ..แกก็รอ “
แต่ว่า บังเอิญในวันที่ ๑๐ ก่อนหน้าที่ผมจะไปแค่สองวัน ลุงแกไม่สบายกะทันหัน ญาติลุงจะพาไปโรงพยาบาล.. ลุงบอกว่า .. เดี๋ยว ..รอวันที่ ๑๒ ก่อน..”
“ ลูกๆ ของลุงก็ร้อนใจ มาหาผมที่บ้าน เพื่อไปดูอาการลุง.. เมื่อผมไปดูอาการพบว่าลุง เหนื่อยหอบ แต่ไม่มีไข้ ..
“ น่าจะ เป็นปอดบวม..ผมนึกในใจ..อาการแบบนี้คงรักษาที่บ้านไม่ได้ เพราะแกหอบมาก..”
“ลุง..ลุงครับ..ไปโรงพยาบาลนะลุง.. เราต้องให้ ออกซิเจนด้วย ..ลุงหอบมาก.
ผมอธิบายอย่างเป็นห่วง.. พร้อมๆกับเสียงเชียร์ รอบๆจากลุกหลาน..
“ ไปก็ไป..หื้อแล้วใจ๋หมอ..”
แต่ลุงบ่นอนโฮงยา เน่อ..กำชับด้วยเงื่อนไขอีกครั้งก่อนยอมไปโรงพยาบาล
เป็นอันว่าลุงตกลงใจไปโรงพยาบาลท่ามกลางความโล่งใจของลุกหลานและตัวผมเอง..
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ก็มีการซักประวัติ ตรวจอาการ X-Ray แพทย์ เห็นสมควรต้องให้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการ ลุงทำท่าไม่ยอมอีกตามเคย
คราวนี้..ผมต้องเกลี้ยกล่อมให้ลุงนอนโรงพยาบาลอีกครั้ง ด้วยเหตุผลต่างๆนานา พร้อมสัญญาว่า หากลุงอยากกลับบ้าน ผมนี่แหละจะเป็นคนพาลุงกลับเองในทันทีที่ต้องการ แต่คืนนี้อย่างไรขอให้นอนดูอาการก่อน
ลุง...มองหน้าผมสบตา นิ่งนานและพูดเบาๆว่า
“ นอน ก็ นอน..หื้อแล้วใจ่หมอ..”
ผมกลับมานอนด้วยความอ่อนเพลีย ..คงไม่นานสักเท่าไหร่ เสียงกริ่งโทรศัพท์ ดังขึ้นระรัวในยามดึก ผมมองนาฬิกาเรือนเล็กที่หัวนอน..ตี ๑
“จะส่ง คนไข้ที่ Admit เย็นนี้กลับบ้าน ขอให้ช่วยเตรียมที่บ้านไว้ด้วย..”
ผมนึกรู้ทันทีว่าอะไรจะเกิดกับลุง
“ ผมตัดสินใจ ไปที่บ้านลุง ..และนั่งรอ รถพยาบาลที่จะมาส่ง.. เราจะบอกอย่างไรดี..”
เมื่อลุงมาถึงผมก็วัดความดัน ตรวจสัญญาณ ชีพ.. 80/40 mg ..ทำอย่างไรดี ..ผมคร่าครวญในใจ
ผมตัดสินใจ เรียกลุกๆหลานๆของลุงมานั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันรอบๆ ที่นอนของลุง
เอาดอกไม้ธูปเทียนมาขอขมาลาโทษ เอาของที่ลุงรักแสนรัก เช่น ย่าม แว่นตา ลุกประคำ ให้ลุกบอกพ่อว่าตอนนี้ลูกเอาของสิ่งเหล่านั้นวางไว้ที่ไหนให้พ่อ ได้รับรู้ พุดสิ่งดีดี ที่ลุงได้ทำให้กับลุกหลาน
ผมแยกตัวมานั่งเฝ้าห่างๆ และเผลอหลับไปด้วยความง่วงสุดขีด... สะดุ้งอีกครั้งเมื่อลุกของลุงคนหนึ่งมาปลุกผม
“ หมอ..พ่อบ่มีแล้วเน่อ..” จะหื้อทำหยั่งใดต่อไปครับ..
ผมมีความรู้สึกว่า สิ่งที่ผมได้มากกว่า เงินคือ บุญ ซึ่งคนทั่วไปที่ไม่ได้ทำงานอย่างผมคงไม่ได้ทำ บุญที่ผมได้..คนอื่นไม่มีโอกาสได้ แบบผมครับอาจารย์..
เป็นอีกเรื่องเล่า ที่มีความละเอียด มีความประณีต เป็นความงดงามที่แฝงในการทำงานประจำวันในโรงพยาบาลที่อยู่ไกลสุดกู่ ที่ไม่อาจจะมองข้ามได้ เป็นการแสดงความรักของคนที่ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างงามหมดจด
ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิด แม่ต้อย ถามน้องพรชัยต่อไปว่า...
“ คุณลุง คงรัก น้องพรชัยมากๆเลยนะ..”“
เพราะการไป โรงพยาบาลก็ดี.. การนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็ดี..ลุงไม่ได้ทำเพราะความรักตัวเอง หรือเพื่อให้ชีวิตของลุงยืนยาวเลย.. ลุงคงรู้ตัวเองดี.. แต่ที่ทำทุกอย่างทั้งๆที่ไม่อยากทำ.. เพราะตามใจ หมอ...คนที่ลุงรักมาก...ต่างหากเล่า ”
“ ขอหื้อแล้วใจ๋หมอ” คำพูดของลุงที่มีต่อหมอที่เขารัก..
สวัสดีคะ
ขอขอบคุณเรื่องเล่าจากคุณพรชัย แม่ฮ่องสอน
ชอบจัง
หื้อแล้วแต่ใจหมอ
ค่ะนึกถึงคนไข้ อย่างนี้จริงๆค่ะ แล้วแต่หมอถ้าหมอว่าดี กะเฮ็ดโลด
อ่านแล้วมองเห็นภาพเลยค่ะ
(คือว่าแม่ต้อยสวยจังค่ะ)
แวะมาอ่านเรื่องเล่าจากเเม่ต้อย
ค่ะเช่นเคยค่ะมาอ่านเอาเเรงบันดาลใจ เเม่ต้อยคะกุ้งสนใจโปรแกรม
การอบรม การเขียนเรื่องเล่าที่ทางพรพ.จะจัดปลายเดือนพ.ค. 52 นี้ค่ะ
ถ้ากุ้งได้ไปคงจะได้เเลกเปลี่ยนพร้อมทั้งเก็บเกี่ยวเอาความรู้ วิธีการ เทคนิคดีดีในการเขียนเรื่องเล่าจะได้มาต่อยอด กุ้งคุญหัวหน้าไว้ว่าถ้าเขียนได้เยอะเเล้วจะหาสปอนเซอร์รวามเล่มเหมือน งานคือความดีน่ะค่ะเเล้วก็ขายเอาเงินมาช่วยค่ารถผู้ป่วยที่ไม่มีเงินค่าร๔มาหาหมอเเละ case ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ขอไปเสียชีวิตที่บ้านและรายที่เสียชีวิตแล้วไม่มีเงินค่ารถกลับบ้าน พรุ่งนี้จะไปปรึกษาท่านผู้ตรวจการค่ะ
ขอตังค์ค่าลงทะเบียน อิอิ 7000 บาท
ตอนนี้กุ้งเขียนเรื่องเล่าไปลงเว็บ romklao.infoเรื่องที่ 5 แล้วค่ะ
ชื่อคอลัมน์ เรี่องเล่าจากงานบริการสุขภาพ
แม่ต้อยลองใหม่นะคะ เข้าทาง google ก็ได้ค่ะเเล้วพิมพ์ชื่อ สุธีรา พิมพ์รส
จะเจอเลยค่ะเขียนว่าพบข้อเขียนสุธีรา พิมพ์รส ศิษย์เก่าร่มเกล้า
สวัสดีคะแม่ต้อย
ไก่เคยไปส่งคนไข้กลับบ้านที่ต้องบีบambu ไปตลอดทาง เดินทางกลางคืน ง่วงก็ง่วง
แต่อย่างไรต้องส่งยายให้กลับถึงบ้าน อย่างที่มีชีวิตอยู่ ยายต้องกลับมานอนที่บ้าน ไปถึงกันตีสาม จะตีสี่ ง่วงมาก ช่วยกันกับลูสาวยายที่เป็นนักเรียนพยาบาล จนคบกันมาเป็นเพือนกันถึงปัจจุบัน
สวัสดีค่ะแม่ต้อย
ทานอาหารหรือยังค่ะ
แม่ต้อยคะกุ้งปรึกษาและเอารายละเอียดให้หัวหน้าและท่านผู้ตรวจการแล้ว ท่านเปิดทางให้กุ้งค่ะดีใจที่สุดเลย ตอนนี้ส่งเรื่องขึ้นไปที่ฝ่ายพัฒนาบุคคลากร
เพื่อหาคนที่จะไปเป็นเพื่อนกุ้งค่ะ จองที่นั่งไว้ให้กุ้ง 1 ที่นั่งนะคะ
ยังไงต้องไปให้ได้ค่ะ
อย่าพึ่งเต็มนะคะ คราวนี้กุงอยากได้รายละเอียดเกี่ยวกับการสมัครค่ะ
ขอบพระคุณแม่ต้อยนะคะที่ส่งเรื่องดีดีผ่านมาถึงพวกกุ้ง
ทันที รวดเร็วด้วย go to know
สวัสดีค่ะมาฟังเรื่องเล่าดีๆ สาธุ...ขอให้โรงพยาบาล ทำดีต่อๆไปเป็นที่พึ่งของคนไข้...คนที่ป่วยย่อมทุกข์กายและใจ คำพูดดีๆ อ่อนไหวต่อความรู้สึก ภาษากายที่สัมผัสได้... การทำดี...ไมมีที่สิ้นสุด... ขอเป็นกำลังใจให้คนทำดี...สาธุ
หลังจากpost ใน gotoknow อยากให้เด็กป่วยเขียนไดอารี่
ก็มีคนมาแนะนำ จะเริ่มกิจกรรมและนี่ก็เป็นทีมงานนะคะ
กระดาษ สี เชือก กระดาษสา คนก็พร้อมแล้วค่ะ
ขอคำแนะนำดีๆนะคะ...
อยากมาอบรม...ขอให้มีบุญวาสนาแล้วกันนะคะ
เขาเชื่อมั่นในตัวเรา บ่อยครั้งสัญญาของเรากับคนไข้ มักจะยิ่งใหญ่เสมอทุกครั้งไป เป็นมิตรภาพที่ดีระหว่างกัน ถึงแม้จะลับลาจากกันไป เป็นเรื่องที่ดีนะครับ อยากอ่านอยากฟังอีกครับ สวัสดีครับ
สวัสดีครับแม่ต้อย
หื้อใจ๋แล้วต้องได้ใจ๋
ขอบคุณครับสำหรับเรื่องดีดีมีสาระครับ