GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

Cop ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะสร้างศรัทธาและพลังของกลุ่ม

Cop กับ KM ในมุมมองของผม

                  หลังจากที่ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้ง โดยวันนี้ผมได้ทำหน้าที่เป็นวิทยากรมาบอกเล่าเรื่องการจัดการความรู้ และเรื่องของ Cop พลังของ Cop ในการร่วมกัน ลปรร ระหว่างกลุ่มด้วยกัน ผมไปเป็นวิทยากร ด้วยความรู้สึกที่เชื่อว่าเราจะมาเป็นผู้จุดประกายความรู้ให้กับกลุ่มได้รู้จักกับเรื่องของการจัดการความรู้ แต่สิ่งที่ผมพบกับเป็นสิ่งที่ทำลายความเชื่อมั่น ของการมาเป็นวิทยากรในครั้งนี้ และสร้างความท้าทายให้กับผมว่าผมจะทำอย่างไรให้กลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งเข้าใจ ถึงสิ่งที่ผมพูด เพราะกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งนั้นมีความแตกต่างกันมากทั้ง วัยวุฒิ ความรู้ และประสบการณ์ การศึกษา ซึ่งมีตั้งแต่ ประถมยันปริญญาโท การพูด หรือเป็นวิทยากรทุกๆ ครั้ง ผมจะพูดให้กับกลุ่มครู กลุ่มนักการศึกษา หรือนิสิตที่มีความรู้และประสบการณ์ไม่แตกต่างกันนัก แต่ครั้งนี้แตกต่างกันมาก แต่ อ.สมลักษณ์ ซึ่งก็เป็นผู้ให้กำลังใจกับผมมากในการทำการบ้านครั้งนี้

   

                ผมเริ่มด้วยการตั้งคำถาม ที่เป็นการบอกเล่าให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งฟังว่า วันนี้ที่เค้ามาประชุมกันนั้น เค้ามีการรวมตัวกันด้วยคุณลักษณะของกลุ่มดังนี้หรือไม่

  • ประสบปัญหาลักษณะเดียวกัน
  • มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากกันและกัน
  • มีเป้าหมายร่วมกัน มีความมุ่งมั่นร่วมกัน ที่จะพัฒนาวิธีการทำงานได้ดีขึ้น o วิธีปฏิบัติคล้ายกัน ใช้เครื่องมือ และภาษาเดียวกัน
  • มีความเชื่อ และยึดถือคุณค่าเดียวกัน
  • มีบทบาทในการสร้าง และใช้ความรู้
  • มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน อาจจะพบกันด้วยตัวจริง หรือผ่านเทคโนโลยี
  • มีช่องทางเพื่อการไหลเวียนของความรู้ ทำให้คกวามรู้เข้าไปถึงผู้ที่ต้องการใช้ได้ง่าย
  • มีความร่วมมือช่วยเหลือ เพื่อพีฒนาและเรียนรู้จากสมาชิกด้วยกันเอง

         กลุ่มส่วนหนึ่ง ดู ฟัง สนใจ กลุ่มส่วนน้อย เดิน วน สนทนา ปรึกษา พูดคุยในวงเล็กๆ โดยไม่สนใจในสิ่งที่ผมพูด อ.สมลักษณ์ รีบเข้ามากระซิบที่ด้านหลังว่า "Deep Listening" ผมต้องรีบปรับยุทธวิธีการพูดเพื่อให้เข้ากับสิ่งที่ อ.สมลักษณ์มากระซิบ ในขณะที่ในใจนึกโทษเครื่องเสียงกระป๋องกระแป๋งคงเป็นเหตุที่ทำให้ไม่สามารถสะกดผู้ฟังได้  ผมโทษเครื่องเสียงอยู่ในใจ

                 แต่เหมือนรู้ความคิดของผม อ.สมลักษณ์ ส่งไมค์ตัวใหม่ที่เครื่องเสียง ดีและดังกว่าเดิมมาให้ คราวนี้ เสียงพูดของผมดูมีพลังขึ้น แต่ผู้ฟังก็ยังเหมือนเดิม

   
   

            ผมเลยฉายสไลด์ภาพนี้ให้กลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งชมและถามเค้าว่า "วันนี้เราคุยกันมากขึ้น ตั้งใจฟังกันมากขึ้นหรือเปล่า " แหมเหมือนสโลแกน โทรศัพท์ยี่ห้อดังเลยนะ ได้ผลไปแว๊บหนึ่ง ผมนึกในใจ วันนี้เราคงเป็นวิทยากรที่ไม่ดี และรู้สึกชื่นชม อ.สมลักษณ์ ที่สามารถ ประสานงานกับกลุ่มคนที่มีความแตกต่างระหว่างกัน และเข้าใจธรรมชาติของกลุ่มนี้ได้อย่างดี ซึ่งจริงๆ แล้ว อ.สมลักษณ์ ก็ได้กล่าวเตือนผมแล้วล่ะ แต่ผมไม่เชื่อ ทำให้รู้เลยว่าการที่จะสร้าง Cop สัก Cop หนึ่งให้มีความเข้มแข็งและร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน นี่เป็นเรื่องยากมากๆ

         

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): การจัดการความรู้cop
หมายเลขบันทึก: 25602
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 11
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (11)

แม้การสร้าง cop จะยากแค่ไหน แต่การจะหาผู้มีพลังใจอันยิ่งใหญ่อย่างอาจารย์หนึ่ง (ดร.รุจโรจน์  แก้วอุไร) และอาจารย์ beeman (อาจารย์สมลักษณ์  วงศ์สมาโนดน์)  นั้นยากยิ่งกว่า

ดิฉันขอแสดงความคารวะมา ณ โอกาสนี้

อาจารย์หนึ่ง มีความมั่นใจสูงมาก บางครั้งคนเราก้าวพลาดไม่ได้หมายความว่า จะล้ม พลังใจอันยิ่งใหญ่ของตัวอาจารย์เองที่สำคัญที่สุด การเป็นวิทยากรยากยิ่งนัก  ผู้คนจะสนใจในตัววิทยากรได้ต้องมีสิ่งเร้า ผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยคำพูดบ้าง (ไม่ใช่สอนอาจารย์น่ะคะ แต่ประสบการณ์ผู้ฟังมักจะเป็นอย่างนั้น) คนไทยไม่เหมือนคนต่างชาติ บางกลุ่มคนไม่รับอะไรใหม่ ๆ ได้ง่าย  ถึงอย่างไร ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์หนึ่ง อย่าท้อแท้ สู้ค่ะอาจารย์

เรียน อาจารย์หนึ่ง

  • ต้องขอบคุณมากครับที่ช่วยไปเป็นวิทยากรให้ โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนครับ
  • ผมให้การบ้านยากไปหน่อยครับ แต่ว่าน่าจะทำให้อาจารย์เห็นถึงว่าการทำงานชุมชน จะต้องสร้างพลังศรัทธาให้เกิดขึ้นกับกลุ่มให้ได้ แม้ว่าจะเป็นงานยากแต่ก็ท้าทาย
  • เรื่องที่อาจารย์หนึ่งเล่ามานี้ เรียกว่า "เรื่องเล่าเร้าพลัง" เลยทีเดียวครับ
  • ผมพยายามจะเอาเรื่อง KM ไปบริหารจัดการกลุ่ม เลยต้องให้เขาค่อยๆ เรียนรู้เรื่อง "KM" ไปแบบช้าๆ
  • ซึ่งอาจารย์หนึ่งภูมิใจได้เลยว่า "เป็นจุดเริ่มต้นครับ"
  • แต่ผลคงจะช้าหน่อยครับ ผมทำงานกับกลุ่มนี้ฯ มา 2 ปี ยังไม่ค่อยมีอะไรคืบหน้าในการพัฒนาคนเลยครับ แต่ก็ต้องสู้ต่อไป
  • ขอบคุณครับ
ผมจะให้ตูนช่วยประสานงานให้ ให้อาจารย์หนึ่ง ให้ beeman และให้ผมได้มาทานข้าวกลางวันด้วยกันสักวัน จะลองถามรายละเอียดดู (AAR again) ผมว่าผมพอจะช่วยได้ครับ ผมจำได้ว่าผมก็เคยทำหน้าที่เป็น KF ให้กับชุมชนนี้มาอย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งแล้วที่ CITCOMS ชั้น 6 จึงอยากจะลองแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันดู

ขอแจมหน่อยนะคะอาจารย์  ด้วยความนับถือ
    1.ถ้าภาพแรกที่อาจารย์ฉายให้เห็นเป็นภาพห้องที่อาจารย์ใช้ในการเป็นวิทยากรครั้งนี้ นั่นคืออุปสรรคประการแรกเลยค่ะอาจารย์
    2.ประการที่สองคือเจ้าเครื่องเสียงที่อาจารย์นึกกล่าวโทษอยู่ในใจนั่นหล่ะ
    3.อาจารย์นำวัตถุประสงค์ที่ยิ่งใหญ่ 2 ประการมารวมไว้ในทีเดียวกัน คือให้ความรู้เรื่องการจัดการความรู้ และ หลักการ CoP เท่านั้นยังไม่พอ อาจารย์ยังหวังจะเป็นผู้จุดประกาย ชุมชนคนเลี้ยงผึ้งอีก  หนูมองว่าเป็นการหวังในหลายเรื่องเกิน
ไปในคราวเดียวกัน (ไม่ทราบว่าบรรยายกี่ ชม.)
    4.การทำหน้าที่วิทยากร ความท้าทายอย่างหนึ่งคือการสามารถทำให้ผู้ฟังหลายระดับในเนื้อหาที่เราต้องการสื่อได้ เมื่อเราสื่อไปแล้วเขาไม่รับหรือรับไม่ 100 % เรากลับสำทับเข้าไปด้วยภาพอีกว่า............เขาจะรู้สึกได้ทันทีว่าเราตำหนิเขา จะพลอยเสียกลุ่มคนส่วนหนึ่งที่สนใจไปด้วยค่ะ
    6.การรวมตัวเป็น CoP เป็นการรวมตัวกันโดยธรรมชาติของคุณ กิจ ทั้งหลาย โดยมีคุณกิจผู้ตั้งต้นทำตัวเป็นคุณอำนวยให้เกิดการรวมตัว การแลกเปลี่ยน  วันนี้ อ.เพียงทำหน้าที่วิทยากรมาบอกเล่า ให้เขารู้จัก ส่วนเขาจะมี passion (แรงปรารถนาร่วมกัน) หรือไม่มันต้องมีในกลุ่มเขาเอง 
    7.สุดท้ายที่อ.เล่าไว้ว่า "ทำให้รู้เลยว่าการที่จะสร้าง Cop สัก Cop หนึ่งให้มีความเข้มแข็งและร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน นี่เป็นเรื่องยากมากๆ" หนูว่าไม่ใช่บทบาทที่ อ.ทำในวันนี้นะคะ  อาจารย์เป็นวิทยากร นำความรู้เข้าใจมาให้ตากหาก  การประเมินควรประเมินการเป็นวิทยากรค่ะ ไม่ใช่ประเมินความร่วมมือในการ ลปรร. หรือการเกิด CoP 

ที่ มอ.มี....อาจเรียกว่า "คลินิค CoP"  คอยเยียวยา ดูแลชุมชนที่ มี passion มาแล้ว ยังต้องคอยลุ้นกันอยู่เหมือนกัน
     จากการแนะแนว "หลักการ CoP"(ตามที่อ่านมาจากตำราในระยะต้น ๆ) มาหลายครั้งพบว่า การจะพูดให้กลุ่ม คนมีพลังได้ ใช้หลักขายความคิดของตน ดังนั้นตนต้องเชื่อก่อนว่า CoP มีพลังจริง(อ.เองคงเชื่อเช่นนั้น) บวกกับรับผิดชอบพูดเพียงหลักการชุมชนให้เขารู้ passion มีอยู่เองในตัวเขา ห้ามหวังว่า passion จะเกิดขึ้นจากการพูดของเรา(วิทยากร) หากจะเกิดขึ้น จาก อ.beeman นั้นคงเฉี่ยว ๆ เพราะเข้าใจว่า อ.beeman เป็นคุณเอื้อในกลุ่มนี้ ใช่มั๊ยคะ ? และท้ายที่สำคัญที่สุดที่จะสร้างความเชื่อมั่น และจุดประกายเขาได้คือการที่เราต้องมี CoP ของเราอยู่ในบริหารจัดการ แม้จะเริ่มตั้งไข่  ตั้งแล้วไม่เยียวยา ไข่อาจเน่า แต่ไม่ท้อที่จะตั้งใหม่ มันจะมีประสบการณ์ไปเล่าให้ฟังแบบเห็นกันจะ ๆ  ปล.หนังสือเรื่องชุมชนแนวปฏิบัติ การจัดการความรู้สายพันธ์ใหม่ ที่ คุณพูนลาภ อุทัยเลิศอรุณแปล หนูและหลายๆ คนที่เป็นคุณอำนวยก่อตั้งชุมชน ให้ความเห็นว่าเป็นหนังสือที่ดีมากสำหรับการเรียนรู้เริ่องการล้มลุกคลุกคลานของชุมชน ไปพร้อมๆ กับการทำจริงค่ะ

หน้าตา blog อาจารย์มีลีลานะสนใจนะคะ ใส่วิธีการ animation ภาพถ่ายมาให้เรียบร้อย  ขอบคุณค่ะ

ด้วยความนับถือค่ะ
สาว มอ.(ลูกสอง)คนนั้น

    

 

 

 

 

ขอแจมหน่อยนะคะอาจารย์  ด้วยความนับถือ
    1.ถ้าภาพแรกที่อาจารย์ฉายให้เห็นเป็นภาพห้องที่อาจารย์ใช้ในการเป็นวิทยากรครั้งนี้ นั่นคืออุปสรรคประการแรกเลยค่ะอาจารย์
    2.ประการที่สองคือเจ้าเครื่องเสียงที่อาจารย์นึกกล่าวโทษอยู่ในใจนั่นหล่ะ
    3.อาจารย์นำวัตถุประสงค์ที่ยิ่งใหญ่ 2 ประการมารวมไว้ในทีเดียวกัน คือให้ความรู้เรื่องการจัดการความรู้ และ หลักการ CoP เท่านั้นยังไม่พอ อาจารย์ยังหวังจะเป็นผู้จุดประกาย ชุมชนคนเลี้ยงผึ้งอีก  หนูมองว่าเป็นการหวังในหลายเรื่องเกิน
ไปในคราวเดียวกัน (ไม่ทราบว่าบรรยายกี่ ชม.)
    4.การทำหน้าที่วิทยากร ความท้าทายอย่างหนึ่งคือการสามารถทำให้ผู้ฟังหลายระดับในเนื้อหาที่เราต้องการสื่อได้ เมื่อเราสื่อไปแล้วเขาไม่รับหรือรับไม่ 100 % เรากลับสำทับเข้าไปด้วยภาพอีกว่า............เขาจะรู้สึกได้ทันทีว่าเราตำหนิเขา จะพลอยเสียกลุ่มคนส่วนหนึ่งที่สนใจไปด้วยค่ะ
    6.การรวมตัวเป็น CoP เป็นการรวมตัวกันโดยธรรมชาติของคุณ กิจ ทั้งหลาย โดยมีคุณกิจผู้ตั้งต้นทำตัวเป็นคุณอำนวยให้เกิดการรวมตัว การแลกเปลี่ยน  วันนี้ อ.เพียงทำหน้าที่วิทยากรมาบอกเล่า ให้เขารู้จัก ส่วนเขาจะมี passion (แรงปรารถนาร่วมกัน) หรือไม่มันต้องมีในกลุ่มเขาเอง 
    7.สุดท้ายที่อ.เล่าไว้ว่า "ทำให้รู้เลยว่าการที่จะสร้าง Cop สัก Cop หนึ่งให้มีความเข้มแข็งและร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน นี่เป็นเรื่องยากมากๆ" หนูว่าไม่ใช่บทบาทที่ อ.ทำในวันนี้นะคะ  อาจารย์เป็นวิทยากร นำความรู้เข้าใจมาให้ตากหาก  การประเมินควรประเมินการเป็นวิทยากรค่ะ ไม่ใช่ประเมินความร่วมมือในการ ลปรร. หรือการเกิด CoP 

ที่ มอ.มี....อาจเรียกว่า "คลินิค CoP"  คอยเยียวยา ดูแลชุมชนที่ มี passion มาแล้ว ยังต้องคอยลุ้นกันอยู่เหมือนกัน
     จากการแนะแนว "หลักการ CoP"(ตามที่อ่านมาจากตำราในระยะต้น ๆ) มาหลายครั้งพบว่า การจะพูดให้กลุ่ม คนมีพลังได้ ใช้หลักขายความคิดของตน ดังนั้นตนต้องเชื่อก่อนว่า CoP มีพลังจริง(อ.เองคงเชื่อเช่นนั้น) บวกกับรับผิดชอบพูดเพียงหลักการชุมชนให้เขารู้ passion มีอยู่เองในตัวเขา ห้ามหวังว่า passion จะเกิดขึ้นจากการพูดของเรา(วิทยากร) หากจะเกิดขึ้น จาก อ.beeman นั้นคงเฉี่ยว ๆ เพราะเข้าใจว่า อ.beeman เป็นคุณเอื้อในกลุ่มนี้ ใช่มั๊ยคะ ? และท้ายที่สำคัญที่สุดที่จะสร้างความเชื่อมั่น และจุดประกายเขาได้คือการที่เราต้องมี CoP ของเราอยู่ในบริหารจัดการ แม้จะเริ่มตั้งไข่  ตั้งแล้วไม่เยียวยา ไข่อาจเน่า แต่ไม่ท้อที่จะตั้งใหม่ มันจะมีประสบการณ์ไปเล่าให้ฟังแบบเห็นกันจะ ๆ  ปล.หนังสือเรื่องชุมชนแนวปฏิบัติ การจัดการความรู้สายพันธ์ใหม่ ที่ คุณพูนลาภ อุทัยเลิศอรุณแปล หนูและหลายๆ คนที่เป็นคุณอำนวยก่อตั้งชุมชน ให้ความเห็นว่าเป็นหนังสือที่ดีมากสำหรับการเรียนรู้เริ่องการล้มลุกคลุกคลานของชุมชน ไปพร้อมๆ กับการทำจริงค่ะ

หน้าตา blog อาจารย์มีลีลานะสนใจนะคะ ใส่วิธีการ animation ภาพถ่ายมาให้เรียบร้อย  ขอบคุณค่ะ

ด้วยความนับถือค่ะ
สาว มอ.(ลูกสอง)คนนั้น

    

 

 

 

 

คุณเมตตา จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ดิฉันขอเรียนให้ทราบด้วยความสัตย์จริงว่า ดิฉัน อ่านข้อเสนอแนะของคุณเมตตาซ้ำ 2 ครั้ง อย่างละเอียด...

อยากทราบไหมค่ะ ว่าทำไม ?

ก็เพราะเป็นข้อเสนอแนะที่ดีที่สุด  แทงใจดำที่สุด เท่าที่ดิฉันเคยพบเคยเห็นนะซิค่ะ

คุณเมตตา วิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ ละเอียดละออ แถมให้ด้วยข้อเสนอแนะที่วิเศษสุด

คุณหมอเมตตา คุณหมอใหญ่ ประจำ "คลินิก CoP"  คะ

ดิฉันขอผีฝากไข้ด้วยคนนะค่ะ  หากวันใดโรครุมเร้า ได้โปรดช่วยรักษาที  คิดแพงเท่าไหร่ก็ยอม 

  • อ่านข้อเสนอแนะ ของคุณเมตตาแล้ว ช่วยเปิดกะลาให้กับผมเป็นอย่างดี ในการสร้าง CoP ให้เข้มแข็ง
  • ผมขอเป็นคนไข้คนหนึ่ง ที่ต้องเข้ารับการรักษาที่ "คลินิก CoP" ครับ
อ.มาลินี และคุณบอย คะ คลินิค นี้ยังไม่มีหมอใหญ่ค่ะ เพราะโรคที่มาให้รักษาเป็นโรคใหม่ หมอเลยไม่เข้าใจ Case ที่แปลกๆ ตั้งใจจะเชิญคนที่ อยู่ในแวดวง CoP มาเป็นหมอประจำคลินิคอยู่  มีรายชื่อของ อาจารย์ และคุณบอย อยู่ใน list ด้วย ค่ะ  หมอเองจะได้ ลปรร.กันไปด้วยกัน มีคลินิคอยู่หลายๆ ที่รับคนไข้หลายที่ หมอจะได้เก่งเร็ว ๆ  
  • ขอบคุณ คุณเมตตา มากครับ ผมว่าคุณเมตตา เมตตาสมชื่อ
  • อ่านแล้วทำให้ผมได้ข้อคิดอะไรมากมายเลยครับ ผมก็อ่านบันทึกคุณเมตตาสองรอบเลยครับ (เพราะบันทึกคุณเมตตาใส่ไว้ 2 ครั้ง ล้อเล่นนะครับ) ที่ต้องอ่านสองครั้งเพราะ ทำให้เราได้อะไรเยอะมากๆครับ
  • ผมได้บทเรียนว่า การที่ผมไปเป็นวิทยากร ผมไม่ได้เป็นอาจารย์สอน ดังนั้น การใส่รูป หรือคำพูด ไม่ทันได้นึกไปว่าบางครั้งอาจไม่เหมาะกับกลุ่มคน หรืออาจไปตำหนิเขาได้
  • แต่ที่แน่ๆ ต้องบอกว่าดีใจมากครับ ที่สาวลูกสอง อุ๊ย! ไม่ใช่ต้องบอกว่าคุณหมอใหญ่ ได้เข้ามาอ่านบันทึกนี้ และยิ่ง ดีใจเหมือนได้รางวัลอีกที่ คุณเมตตา ได้กรุณา เขียนข้อคิดเห็นดีๆ ฝากไว้ด้วย ดีใจมากครับ

อ.ช่วยเอาออกให้หน่อยซิคะ ความเห็น 2 ครั้ง เจ้าของ blog จะจัดการได้ คนให้ความเห็นเอาออกเองไม่ได้ ผิดพลาดทางเทคนิคเลย กด 2 ครั้ง แต่ในแง่บวก ทำให้ ทั้ง อ.หนึ่งและ อ.มาลินี อ่านตั้งคนละ 2 รอบแน่ะ (แซวเล็ก ๆ)

ขอบคุณค่ะ