หลักที่ทำให้ KM มีประสิทธิภาพ

ได้รับเงินงบประมาณของโครงการตามแผนพัฒนาจังหวัดพิษณุโลกโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตอ้อยโรงงานงบประมาณ  1,500,000  บาท  ในการสนับสนุนโครงการนี้  ให้กับสำนักงานเกษตรอำเภอบางกระทุ่ม  จังหวัดพิษณุโลก..งานเลยเข้า..จึงห่างเหินแต่ไม่ห่างหายได้รับมอบหมายให้เป็นวิทยากร   การถ่ายทอดความเทคโนโลยีการผลิตอ้อยตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร 

เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ  จำนวน  60  ราย

            การที่ได้เข้ารับการฝึกอบรม  KM  บ่อยๆ ที่มีทีมวิทยากรของกรมส่งเสริมฯ

เป็นผู้ถ่ายทอดสุดยอดวิชาทั้งหลาย....ซึ่งนำโดยท่าน  ผอ. สำราญ  สาราบรรณ์ 

นางศิริวรรณ  หวังดี  และอาจารย์อีกหลายท่านที่ไม่ได้เอ่ยนามครับ 

ที่นำความรู้ที่เปลี่ยมไปด้วยคุณภาพ...สามารถทำให้ผู้รับการถ่ายทอด

โดยเฉพาะตัวกระผมเอง....ออกไปท่องยุทธภพได้อย่างภาคภูมิใจ

การถ่ายทอดเทคโนโลยีตามกระบวยการโรงเรียนเกษตรกรดูเหมือนว่ายาก...

เพราะไม่มีความเข้าใจ...ต่อมา...เขาปัตตะนาแล้ว...(พัฒนาแล้ว)  หลังได้อาจารย์ดี  

ก็ใช้หลักที่ทำให้ KM  มีประสิทธิภาพ  โดยวิธี  ใช้เทคโนโลยี + เครื่องมือ

มีความสมดุลกับ กระบวนการ + ตัวบุคคล  โดยไม่หนักไปข้างใดข้างหนึ่ง

เท่านั้นเองครับ  การอบรมจึงเต็มไปด้วยเทโนฯหรรษาและได้อรรถรสในระดับหนึ่ง

.ส่วนสอง...สาม....สี่.....ห้า....จะเป็นอย่าไร....คิดดูครับ......มีการอบรมครั้งใดก็อยากจะเข้าร่วม

.....เพราะ...อิน...กับการอบรม....นะจะบอกให้....           

                                      

          ทำอย่าไรหรือ?...แบบนี้ไงครับ...ให้แบ่งปันเรื่องเล่า...แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อเล่าเรื่อง

การผลิตอ้อยของแต่ละคนภายในกลุ่ม...มีการจดบันทึกเพื่อสรุปเทคนิคในการผลิตต่างๆ....

นำเสนอในที่อบรม...จุดเน้น...ต้องแบ่งปันเรื่องเล่าเท่านั้นไม่ใช่แบ่งปันความคิด

เราก็จะได้แต่เนื้อหาสาระที่แท้จริงเพราะสิ่งที่เล่าไม่ใช่ปัญหา  ไม่ใช่การแก้ปัญหา

 และไม่ใช่แผนงาน  นั่นเอง  เมื่อได้เนื้อหาสาระที่เป็นเนื้อแท้แล้ว...ผู้เข้ารับการอบรม

ก็จะได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกัน....แล้วก่อให้เกิดการนำ...คือนำไปสู่การกระทำ....

นำไปสู่ภาพที่ต้องการ....ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี.....

 

   เราจะเห็นได้ว่า....สิ่งที่ดำเนินการไปนั้น

.เป็นหลักสำคัญที่ทำให้ KM ที่ได้ผล...นะครับ...เจ้านาย  ข้อให้พี่น้องชาวส่งเสริมทุกๆท่านจงมีแต่

ความสุขในการทำงาน...เพื่อให้เกษตรกรของเรารู้จัก คิดเป็นและยืนอยู่บนขาของตังเองได้

...โดยอาสัยภาครัฐให้น้อยลง.....

     

 

            ลองคิด...ทางที่เดินมาแล้วย่อมเป็นทางที่ปลอดภัยที่สุด

 

                                    ต้นน้ำ