จดหมายคลายทุกข์ กำลังใจแด่น้อง

หนูเจ็บหนูไข้ได้รักษา  หนูจึงต้องมาพบหมอ

 

ทุกคนช่วยหนูไม่รั้งรอ  เเม่พ่อหนูก็พลอยไม่สบาย

ได้ฟังเสียงจากหนู หนู   ตระหนักรู้ควรทำไฉน

จึงคิดโครงการขึ้นทันใด   จดหมายเขียนถึงทุกคน

นี่คือจดหมายคลายทุกข์  เขียนรุกถึงใครที่สับสน

เป็นที่ปรึกษาให้ทุกคน  รับฟังทั้งเรื่องบ่นและเรื่องดี

รับปรึกษาปัญหาสุขภาพ  ใครอยากทราบข้อมูลเชิญทางนี้

เราจะเเนะนำสิ่งดีดี          พร้อมชี้เเนวทางการพยาบาล

ยินดีตอบทุกๆฉบับ         จะรอรับและคอยช่วยประสาน

เป็นสื่อทางใจที่ยาวนาน    ดูแลทุกด้านครอบคลุม

 

 

 

        เมื่อปี 2547ฉันได้รับโอกาสจากท่านหัวหน้าหอผู้ป่วย 3ง ในขณะนั้นคือพี่สุชีลา เกษตรเวทิน ในการเข้าศึกษาต่อหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคเรื้อรัง ที่ม.มหิดล(ศิริราช)4 เดือนที่พากเพียรฉันได้รับความรู้ใหม่มากมายพร้อมทั้งได้เปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเอง ฉันมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างสูงจนกระทั่งเรียนจบหลักสูตรด้วยเกรดเฉลี่ย 3.82 แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สำคัญเท่ากับที่ฉันได้นำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา มาพัฒนาหน่วยงาน

         ฉัน startด้วยโครงการพัฒนาคุณภาพการบริการพยาบาล โครงการนี้ จดหมายคลายทุกข์ กำลังใจเเด่น้อง ซึ่งทีมผู้บริหารเห็นชอบกับโครงการนี้ ฉันได้รับงบสนับสนุนจากท่านอาจารย์หมอสุรพล เวียงนนท์( ประธานทีมนำทางคลินิกกุมารเวชกรรม ในปัจจุบัน) ท่านให้งบในส่วนของกองทุนผู้ป่วยเด็กมะเร็งโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มา 2,000 บาทพร้อมกับประโยคที่ทำให้ฉันมีกำลังใจและฮึดที่จะทำโครงการให้ประสบผลสำเร็จที่ฉันเองยังท่องอยู่ในใจจนทุกวันนี้" อันได๋แนวเป็นประโยชน์กับคนไข้ให้เฮ็ดเอาโลดเด้อ" จากนั้นจึงได้ฟอร์มทีมกับน้องๆ พี่ๆ ชาวหอผู้ป่วย 3ง น้องมนผู้ช่วยพยาบาลในทีมช่วยฉันในการรวบรวมที่อยู่คนไข้ในความดูแลของเรา ฉันวิ่งไปที่ไปรษณีย์ เพื่อขอสมุดรหัสไปรษณีย์ ทั่วประเทศ

         ฉันเริ่มเขียนจดหมาย 5 ฉบับ ฉบับเเรกเขียนถึงน้องที่รักษามะเร็งแล้วหายขาด ฉบับที่ 2 เขียนถึงครอบครัวของน้องที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ฉบับที่ 3 เขียนถึงน้องที่อยู่ระหว่างรักษาโรคมะเร็งด้วยการให้เคมีบำบัดฉบับที่ 4 เขียนถึงน้องที่พึ่งได้รับการวินิจฉัยครั้งเเรกว่าเป็นมะเร็งและอีกหนึ่งฉบับฉันเขียนน้องที่ขาดการติดต่อไม่มารักษา 5 ฉบับกับการสุ่มทดลองเขียนดู ผลปรากฎว่าทุกฉบับมีการโต้ตอบโดยการเขียนจดหมายตอบกลับมาที่หอผู้ป่วย 3ง พวกเราต่างดีใจกับจดหมายทุกฉบับและคิดว่าเรามาถูกทางแล้ว

นับจากนั้นมาเราจึงได้กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนในการเขียนจดหมายได้เเก่

กลุ่มเป้าหมายที่ 1 ผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งที่ได้รับการวินิจฉัยครั้งเเรก( First Diagnosis)

กลุ่ม เป้าหมายที่ 2 ครอบครัวของผู้ป่วยเด็กที่เสียชีวิต

กลุ่มเป้าหมายที่ 3 ผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างรักษา

กลุ่มเป้าหมายที่ 5 ผู้ป่วยเด็กมะเร็งระยะสุดท้ายที่ตกลงร่วมกับทีมและได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับโรคแล้วขอกลับไปใช้ชีวิตในช่วงท้ายและเสียชีวิตที่บ้าน

นี่คือจุดเริ่มต้นของโครงการจดหมายคลายทุกข์ กำลังใจแด่น้อง ยังมีเรื่องราวประทับใจเกี่ยวกับจดหมายคลายทุกข์ฯ อีกมากมายโปรดติดตามอ่านได้นะคะในบันทึกต่อไป