เมื่อหลายปีก่อนผมเคยใช้คำท้าทายสนุกๆ ว่า
“ถ้าเก่งจริงต้องทำให้น้ำท่วมอีสานเดือนเมษายน และมีน้ำพอดีๆเดือนสิงหาคม”
แต่เมื่อผมเริ่มทำนา
ปีแรก ฝนหนักต้นฤดู น้ำท่วมนาผม วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๙
ปีที่สอง ฝนหลังสงกรานต์ น้ำท่วมนา วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ปีที่สาม น้ำฝนหลังสงกรานต์ ท่วมนา วันที่ ๒๗ เมษายน๒๕๕๑
ปีที่สี่ ปีนี้ฝนสงกรานต์ ตก ๑๔ เมษายน ท่วมนาผม เมื่อวาน วันที่ ๑๕ เมษายน๒๕๕๒
ทำให้คำท้าของผมเริ่มจะหมดความหมายลง
ก่อนหน้านี้ ผมเคยคิดว่า อีสานแล้ง ไม่ค่อยมีน้ำทำนา
แต่ผมมาทำนาเอง แม้จะเป็นเขตชลประทาน ผมก็ไม่ใช้น้ำชลประทาน เพราะน้ำชลประทานมาไม่ค่อยถึง
ผมจึงทำคันดักน้ำฝน ดักปลาแทน
ผมทำคันนาใหญ่ ปั้นแต่งทุกปี แบบที่ปู่ผมทำที่โคราช แต่ผมทำเล็กกว่า
ปู่ผมทำคันดักน้ำฝนสูงกว่า ๒ เมตร ยาวหลายร้อยเมตร ขวางร่องน้ำ บริเวณที่นา ปลูกต้นตาลตลอดแนว จนได้รับคำขนานนามว่า “ป่าตาลราว”
ใครอยากพิสูจน์ว่าผมพูดจริงหรือเปล่า ให้ไปดูที่บ้านย่าของผม ที่บ้านกุดปลาเข็ง ตำบลโนนค่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา
ผมก็กำลังทำคันแบบเดียวกัน และกำลังปลูกตาลอยู่ทุกปี แต่ก็ยังไม่ค่อยโต คงอีกนาน จึงจะได้เท่ากัน
แต่ผมก็ได้น้ำฝนมาทำนา แบบไม่ต้องรอ และไม่ต้องง้อน้ำชลประทาน
และทำให้ผมมีน้ำทำนา และคุมหญ้าได้เร็ว ลดต้นทุนการจัดการน้ำ และวัชพืชได้มากมาย
และยังได้ปลามากมายทุกปีอีกด้วย
ผมต้องรีบไปจับปลาแล้วครับ ผมดักไว้หลายจุด ทั้งกันปลาหนี(ปลาทรยศ คิดหนีจาก) และดักปลาธรรมชาติ (ปลาถึงที่ตาย)
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ
ผมก็ขอให้ครูอ้อยเป็นที่รักของทุกคนตลอดไปครับ
ถ้าที่นาเราแล้งมาก ทำคันนาใหญ่จะกั้นน้ำได้เยอะไหมคะอาจารย์และต้องร่องกว้างขนาดไหนคะถึงจะกั๊กน้ำได้เยอะค่ะ เผื่อไปแนะนำให้พ่อทำที่บ้านค่ะ เพราะที่บ้านแล้งบ่อย พ่อต้องสูบน้ำจากสระน้ำมาดำนาค่ะ
แล้วปลูกต้นตาลไว้ทำไมคะ ปลูกต้นยางแทนได้ไหมคะที่บ้านมีต้นยางนาเยอะค่ะ
ขอบคุณค่ะอาจารย์
ผมก็ไม่แน่ใจ ว่าร่องต้องใหญ่ขนาดไหน
ผมก็ทำไปเรื่อยๆ โดยไม่ทราบมาก่อนว่าจะได้ผล
ผมก็ทำตามที่ปู่ผมทำ กะกักน้ำไว้ให้ได้หมดทั้งทุ่ง
จากงานวิจัยของผม พบว่าเกษตรกรที่บ่นว่าขาดแคลนน้ำนั้น ใช้น้ำจริงๆ ไม่ถึง ๓๐ % นอกนั้นปล่อยทิ้งไปเฉยๆ
พี่เขยผมที่โคราชก็เหมือนกัน
ผมถามว่าทำนาหรือยัง
พี่เขยตอบว่า ยัง เพราะรอน้ำอยู่
ผมถามว่า อ้าว แล้วที่ฝนตกหนักสองครั้ง น้ำไม่พอหรือ
พี่เขยตอบว่า ปล่อยทิ้งไปหมดแล้ว ตอนนี้ กำลังรอน้ำชลประทานเขาจะปล่อยมาให้เมื่อไร ก็ทำเมื่อนั้น
ผมฟังแล้วไม่อยากคุยอีกเลย
ไม่พยายามพึ่งตนเอง มีแต่คอยคนมาช่วย
ในกรณีของปู่ผม เป็นนาโคกดินทราย อยู่ในเขตแห้งแล้ง
นาปู่ผมกว้างประมาณสามร้อยกว่าเมตร ปู่ผมทำคันสูงสักสามเมตรได้ เนื่องจากดินเป็นทราย ถ้าไม่ปลูกตาลคงจะพัง และทานแรงน้ำไม่ได้
รากตาลจะแน่นหนามาก ยึดคันดินได้ดี ต้นยางนาน่าจะสู้ไม่ได้
อันนี้ผมคิดไปเอง
แต่ผมก็ปลูกทั้งยางนา และตาล
เรียกว่าปลูกทุกอย่างที่มีเมล็ด
ลองดูนะครับ
อยากดูต้นแบบต้องไปดูที่บ้านย่าผมที่โคราชครับ
"ป่าตาลราว" ยังอยู่ครับ
อ่านบันทึกของอาจารย์แล้วทำให้อยากกลับบ้านที่ชุมพรครับ อยู่หาดใหญ่ในแฟลตของมหาวิทยาลัยอย่างเก่งสุดก็ได้แค่ปลูกพริกปลูกกระเพราครับ
บ้านผมที่ชุมพรอยู่กลางนาของปู่ครับ ตอนผมเด็กๆ พื้นที่ตรงนั้นเป็นนาสุดลูกหูลูกตาทีเดียวครับ ภาคใต้น้ำดีน้ำท่วมทุกปีครับ ส่วนตอนนี้นั้นเปลี่ยนไปไม่มีอะไรเหมือนเก่าแล้วครับ กลับไปก็ได้แต่ไปดูแสงนีออนครับ
"ป่าตาลราว" ขอบคุณค่ะอาจารย์
วันนี้ชมรายการช่องทีวีไทย เค้าพาไปดูการปลูกตาล จึงทราบว่าตามคุนนา เค้าปลูกตาลไว้ยึดดินเค้าบอกยึดหน้าดินได้ดี
และได้ประโยชน์หลายอย่าง ทุกส่วนของต้นตาลเลยค่ะ
ครับ
ต้นตาลอยู่กับสังคมไทยมานาน เป็นพิชที่มีประโยชน์มาก ในทุกๆด้าน และกำลังจะหายไป
ตอนนี้หลายกลุ่มก็พยายามฟื้นฟู เช่นที่ศรีสะเกษ โดย ร.ต.ต. วิชัย ก็พยายามทำเป็นตัวอย่างอยู่
ผมก็ได้รับการสนับสนุนจากพี่ชาย ที่เก็บลูกตาลข้างบ้านมาฝากผมเป็นประจำ
ก็ปลูกจนกว่าจะเป็น "ป่าตาลราว" แหละครับ
"ป่าตาลราว
เป็นภูมิปัญญา เก่าแก่จริงๆนะคะ อ่านแล้ว ทึ่งจริงๆ
อาจารย์คะ ตอนนี้ น้ำกำลังทำท่าจะมีปัญหา เลยมีการคิดกันไปไกลถึง...
"น้ำเสมือน" (virtual water) Professor John Anthony Allan from King's College London and the School of Oriental and African Studies was the creator of the virtual water concept which measures how water is embedded in the production and trade of food and consumerproducts.
ญี่ปุ่นนำเข้าธัญพืชและเนื้อสัตว์จากโลกเป็นปริมาณมากเพื่อเป็นอาหารในแต่ละปี ดังนั้น จึงเท่ากับว่าเป็นผู้ใช้ "น้ำเสมือน"ด้วย มีการคำนวณว่าปีหนึ่งๆ ญี่ปุ่นใช้ "น้ำเสมือน" ประมาณ 64,000 ล้านตันต่อปี ถ้าญี่ปุ่นต้องผลิตสินค้าเกษตรเหล่านี้เองเชื่อว่าจะเกิดการขาดแคลนน้ำขึ้นในประเทศเป็นแน่ เลยนำเข้าดีกว่า
ดังนั้น การที่ไทยส่งออกสินค้าเกษตรออกสู่โลก เป็นอันดับต้นๆ แต่ทำไมเราได้ราคาน้อยไป ไม่ทราบว่า เราได้นำค่าน้ำมาคิดด้วยหรือเปล่า
ต่อไป เราน่าต้องขึ้นราคาแล้วนะ คะ เพราะถ้าส่งออกมากๆ น้ำในประเทศ ก็จะน้อยไป แถมยังต้องมีค่าการจัดการน้ำอีกล่ะ
ใครเคยคิดว่า น้ำ เป็นของฟรี ไม่จริๆๆๆ ไม่มี ของฟรี ในโลกหรอก ใช่ไหมคะ
ครับ
ชาวนาที่อยู่ใกล้ๆนาผมมีแต่ปล่อยน้ำทิ้งแล้วรอน้ำชลประทานครับ
มีมากก็สุรุ่ยสุร่าย ไม่เห็นคุณค่า มีน้อยก็บ่น ไม่พยายามหาทางพื่งตนเอง และใช้น้ำให้คุ้มค่า
ที่จริงประเทศไทยเราไม่ขาดแคลนน้ำหรอก เราขาดการบริหารจัดการน้ำมากกว่า
พูดเท่าไหร่ก็ยังมีคนเข้าใจน้อยครับ
เราจึงมีปัญหาและบ่นๆๆๆๆ กันอยู่เช่นเดิม
แต่ก็จะว่าไปเรื่อยๆ จนกว่าคนจะเข้าใจ หรือตายจากกันไปข้างหนึ่งครับ