บทกวีชั้นครู - เพื่อชีวิต
"ขอคารวะด้วยจิตน้อมรำลึก"

ตลิ่งของสองข้างทางน้ำของ
แม้ยืนมองดูยังคอตั้งบ่า
เขาหาบน้ำตามขั้นบันไดมา
แต่ตีนท่าลื่นลู่ดังถูเทียน
เหงื่อที่กายไหลโทรมลงโลมร่าง
แต่ละย่างตีนยันสั่นถึงเศียร
อันความทุกข์มากมายหลายเล่มเกวียน
ก็วนเวียนอยู่กับของสองฝั่งเอยฯ
บทกวีของ นายผี หรือ อัศนี พลจันทร์
********************************************************

" ความจริงของชีวิต
หนึ่งคน หนึ่งประกายหวัง
ผู้คน สังคม กลอุบาย หมุนเวียนเปลี่ยนเป็นไป
ความทุกข์อันงดงาม เก็บเกี่ยวขึ้นได้ด้วยใจ"
เคยอ่านกลอนบทนี้มานานแล้ว ครั้งแรกเข้าใจว่าเป็นของสุนทรภู่เสียด้วย เพราะมีสัมผัสนอกใน และเห็นภาพชัดเจน จนต่อมาทราบว่าเป็นของคุณอัศนี ก็ดีใจว่าคนที่พอจะร่วมยุคกับเราก็สามารถแต่งได้เหมือนกัน
ขอบคุณหลากหลายนะครับที่หามาให้ได้ชื่นชมกัน
ฅนดี เมืองไทยไม่ต้องการ
กลอนของฉัน
จับปากกาแทนใจผู้ทุกข์ยาก ทนลำบากมากชนชั้นมาแต่ไหน
รอยอดีตหมุนผ่านอำนาจใด ย่อมเปลี่ยนไปแน่นอนคือความจริง
ลุงไฟคือตำนานของสัจจะ ความจริง เคียงข้างคนจน คนไทยควรศึกษา
แม้กระทั่ง จิตร ภูมิศักดิ์. เตียง ศิรืขันธ์.
ในชีวิตประจำวันยังมีคนไทยที่ไม่รู้ความหมายประชาธิปไตยค่อนข้างมากทั้งที่มีรัฐธรรมนูญมา 75 ปีแล้วเพราะขาดการเอาใจใส่ของผู้ปกครองหรือการเห็นประโยชน์จากมันก็ได้ในการปกครองความสับสนระดับแรกคือ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นรัฐธรรมนูญวางบนพานดังนั้นจึงควรเรียก อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ มิใช่ประชาธิปไตย ..ประชา..มวลชน.เพื่อนมนุษย์ .ธิปไตย.สิทธิอำนาจเป็นของมวลชนในทางดีงาม เราเยาวชนรุ่นหลังต้องสร้างสังคมที่ดีให้พ้น ยุคทมิฬ ถิ่นกาขาว ไปสู่ สัจธรรมของชาววิไลเทอญ....