ผมก็ไม่แน่ใจ ว่าร่องต้องใหญ่ขนาดไหน
ผมก็ทำไปเรื่อยๆ โดยไม่ทราบมาก่อนว่าจะได้ผล
ผมก็ทำตามที่ปู่ผมทำ กะกักน้ำไว้ให้ได้หมดทั้งทุ่ง
จากงานวิจัยของผม พบว่าเกษตรกรที่บ่นว่าขาดแคลนน้ำนั้น ใช้น้ำจริงๆ ไม่ถึง ๓๐ % นอกนั้นปล่อยทิ้งไปเฉยๆ
พี่เขยผมที่โคราชก็เหมือนกัน
ผมถามว่าทำนาหรือยัง
พี่เขยตอบว่า ยัง เพราะรอน้ำอยู่
ผมถามว่า อ้าว แล้วที่ฝนตกหนักสองครั้ง น้ำไม่พอหรือ
พี่เขยตอบว่า ปล่อยทิ้งไปหมดแล้ว ตอนนี้ กำลังรอน้ำชลประทานเขาจะปล่อยมาให้เมื่อไร ก็ทำเมื่อนั้น
ผมฟังแล้วไม่อยากคุยอีกเลย
ไม่พยายามพึ่งตนเอง มีแต่คอยคนมาช่วย
ในกรณีของปู่ผม เป็นนาโคกดินทราย อยู่ในเขตแห้งแล้ง
นาปู่ผมกว้างประมาณสามร้อยกว่าเมตร ปู่ผมทำคันสูงสักสามเมตรได้ เนื่องจากดินเป็นทราย ถ้าไม่ปลูกตาลคงจะพัง และทานแรงน้ำไม่ได้
รากตาลจะแน่นหนามาก ยึดคันดินได้ดี ต้นยางนาน่าจะสู้ไม่ได้
อันนี้ผมคิดไปเอง
แต่ผมก็ปลูกทั้งยางนา และตาล
เรียกว่าปลูกทุกอย่างที่มีเมล็ด
ลองดูนะครับ
อยากดูต้นแบบต้องไปดูที่บ้านย่าผมที่โคราชครับ
"ป่าตาลราว" ยังอยู่ครับ