ที่ผ่านมาศิลาเป็นเหมือนที่ปรึกษาให้กับคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูง พี่น้อง หรือแม้แต่ผู้ใหญ่บางท่านที่เขาเชื่อมั่นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเรา
เมื่อเร็ว ๆ นี้ศิลาได้สนทนากับพี่ที่นับถือท่านหนึ่ง ด้วยความเป็นห่วงในพี่อีกคนหนึ่งซึ่งอีกประมาณ 7 ปีก็จะเกษียณแล้ว แต่เธอยังมีหนี้สินพะรุงพะรัง เพราะใช้จ่ายฟุ่มเพือยและชอบดูคอนเสิร์ต เธอบอกว่า เธอเข้าใจธรรมะ แต่ยังไม่ถึงเวลาเข้าวัด
ศิลามีข้อคิด ปรัชญาอะไรก็ไม่เคยแนะนำพี่คนนี้เลย แม้ว่าเราจะสนิทสนมไปไหนไปกัน เราก็คุยเรื่องทั่ว ๆ ไป จนพี่ที่มาสนทนาหารือด้วยกันถามว่าทำไมศิลาให้คำปรึกษาแก่ใครมากมายแต่มีอะไรไม่แนะนำแก่พี่คนนี้เลย (อย่างดีที่สุดก็คือซื้อขนมนมเนยมาฝากและมีความอาทรตามประสามิตรสหาย)
ขอเก็บคำตอบไว้ตอบตอนท้ายค่ะ…

ศิลามีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ตั้งแต่คบกัน หลายต่อหลายครั้งที่เราคุยอะไรกัน มีเหตุผลที่มาอ้างกระทบกระทั่งขัดแย้งกัน โดยไม่มีบทสรุปของการแพ้ชนะ มีแต่ความไม่พอใจกันกลับไป จนในที่สุด ศิลาก็เป็นฝ่ายหลีกเลี่ยง ไม่พูดโต้ตอบอะไร เหตุผลที่บางครั้งปราศจากปัญญาไตร่ตรองกันอย่างแยบคาย เถียงกันไปก็ไม่จบ
เมื่อมีอะไรที่เรารู้สึกว่าถูกกระทบจิตใจจากคำพูดใด ๆ จากเขา แม้เขาจะให้เหตุผลว่าหวังดี เจตนาดี แต่ศิลาก็เกิดความรู้สึกภายใน เป็นอารมณ์ด้านลบ แต่ไม่ได้พุ่งความโกรธไปที่เขาแต่อย่างใด กลับมาดูอารมณ์ของตัวเองจนดับหายไป … และแน่นอนว่าศิลาก็ไม่เคยมีข้อคิดปรัชญาอะไร หรือข้อแนะนำใด ๆ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยตรงกับเขาแต่อย่างใด เฉกเช่นเดียวกับพี่ที่ศิลานับถือ
ทั้งที่ในชีวิตของศิลา มีพี่ ๆ น้อง ๆ คนอื่นที่เราสนทนาแลกเปลี่ยนและยอมรับสิ่งดี ๆ ด้วยกันมากมาย แต่ทำไมบางคนเราจึงละเว้น ในบางเรื่องไว้ไม่พูดคุย …ถามว่าเรารักเขาน้อยกว่าคนอื่นหรือ มิใช่เลย …รักและห่วงอาจจะมากกว่าหลาย ๆ คนด้วยซ้ำไป

คำในพระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อพุธ ฐานิโย[1] ต่อไปนี้ จะทำให้กัลยาณมิตรได้คำตอบค่ะ และเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านก็ได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันด้วยเช่นกัน
------------------------------------------------------------------
เมื่อเรามีการเกี่ยวข้องกับคนอื่น
เรามีความหวังดีต่อคนอื่นอยากจะให้
เขาประพฤติดีปฏิบัติชอบ
เมื่อเราให้คำแนะนำตักเตือนเขา...
...ถ้าเขายอมรับ
จิตของเราจะทำหน้าที่ให้การอบรมตักเตือนสั่งสอนเรื่อยไปด้วยความเมตตาปรานีด้วยความหวังดีที่จะช่วยพยุงการประพฤติกาย วาจา และใจให้มีระดับสูงขึ้น เป็นการสงเคราะห์กันด้วยธรรม เป็นการแสดงความเมตตากันโดยธรรม
....แต่ผู้ใดไม่ยอมรับฟังโอวาทคำสั่งสอน จิตของผู้รู้พิจารณาแล้ว ว่าทำไปก็ไม่เกิดประโยชน์ นอกจากจะทำให้เกิดมีการร้าวรานแตกความสามัคคีซึ่งกันและกันก็จะหยุดเสีย
ผู้ที่มีสมาธิมีสติปัญญาจะต้องเป็นอย่างนั้น
เพราะการประพฤติปฏิบัติธรรมนี่ขึ้นอยู่กับสมรรถภาพ
ของผู้ปฏิบัติเอง
.....................................................
อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จกลฺยาณานญฺจ มาตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํวิโสธเย
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้นเป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั้งปวงเพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
....................................
สุดท้ายนี้ ขอชื่นชมชีวิตการมีกัลยาณมิตรที่งดงามในสังคมแห่งนี้ เราต่างแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันด้วยรักและศรัทธาซึ่งกันและกัน ในขณะเดียวกันเราต่างก็รู้ว่าในบางกรณี คนที่เรารักมากกว่าใคร ๆ หรือรักมากแค่ไหน เราอาจจะพูดอะไรไม่ได้เลย … แต่เราแสดงความรักต่อเขาได้ค่ะ...
[1] แหล่งข้อมูลจาก http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=21530&sid=0ffb37a55a20723cd14dd83881f1974c
แวะมาพักใจกับคนใจเย็น
พี่ศิลาขา...
ได้ข้อเตือนใจดีๆอีกแล้วค่ะ ^__^
พี่ชาย ชยพร แอคะรัจน์
พี่ชาย ชยพร แอคะรัจน์
สวัสดีท่านมหาเหรียญชัย
ค่ะ ขอยกคำกล่าวที่ชื่นใจในยามร้อน ๆ แบบนี้ มาอีกครั้งค่ะ
แวะมาพักใจกับคนใจเย็น
พี่ศิลาคะ ทรายมาให้กำลังใจค่ะ
ได้ข้อเตือนใจดีจัง..คุณศิลาเป้นกัลยาณมิตรที่เขียนสิ่งดีดีมีสาระ..และเป็นประโยชน์เสมอเสมอ..ขอบคุณสิ่งดีดีนะคะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ อ่านไปอ่านมาหลายรอบค่ะ พอลล่าเห็นว่า คนที่รักและหวังดีกับเราจะสัมผัสได้ค่ะ แม้ไมได้ทำอะไรมากมายแต่ก็มีความปรารถนาดีในหัวใจอย่างเปี่ยมล้นค่ะ ขอบคุณสาระดีๆ รับปีใหม่ค่ะ
สวัสดีค่ะ
The sound of silence.
สวัสดี...ปีใหม่ไทย 2552 นะคะ
พอดียุ่งๆ ไม่ได้ทักทายตั้งนาน
มีสิ่งดีๆในทุกๆวัน นะคะ
Take care
เห็นด้วยนะครับ
ธรรมะอยู่ที่การเปิดใจ หรือ timing บางครั้งเราก็อยากให้คนใกล้ตัวเริ่มปฏิบัติธรรมบ้าง แต่ ธรรมะ บังคับกันไม่ได้จริงๆครับ ต้องพอจะมีความสนใจ หรือ บุญ บารมีอยู่บ้าง
บางคนถ้า timing ได้ ปิ๊งขึ้นมาก็มี บางคนก็จะไม่ว่างซะส่วนใหญ่
ผมก็เริ่มใช้หลักแนะนำคนที่ควรแนะนำครับ..