สิ้นสุดเสียที ฝันร้ายกลางเมือง

ในที่สุดการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือม็อบคนเสื้อแดง ที่ปักหลักยึดข้างทำเนียบรัฐบาลชุมนุมกดดันรัฐบาลมาตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน แล้วส่งดาวกระจายไปปิดถนนชั้นใน เผารถ ก่อการจลาจลในกรุงเทพฯ ก็ถึงเวลายุติลง หลังนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนสำคัญประกาศยุติการชุมนุมเมื่อก่อนเที่ยงวันที่ 14 เมษายน รวมเวลาการชุมนุมนาน 7 วัน ที่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มข้นพร้อมการโฟนอินของอดีตนายกรัฐมนตรีเข้ามาปลุกระดมถี่ยิบ
ผลล้มเหลวของกลุ่มคนเสื้อแดง หลังยุทธวิธีดาวกระจายก่อจลาจล "ปิดถนน-เผาเมือง" ไม่สัมฤทธิผล การประกาศบังคับใช้ พรก.ฉุกเฉินร้ายแรง และการปฏิบัติเชิงรุกของรัฐบาลและกองทัพ ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงตั้งหลักไม่ทันโดยเฉพาะการแก้เกมวันต่อวันชั่วโมงต่อชั่วโมงของรัฐบาลและกองทัพ เห็นได้จากยุทธศาสตร์ "ดาวกระจาย" ของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่กระจายตามพื้นที่ต่างๆ ก็ถูกกองกำลังของทหารกดดัน จนสุดท้ายต้องเปิดเกมส์แรงเข้าใส่ทหาร จนทหารต้องส่งกำลังเข้ากดดันอย่างหนักในเช้าวันที่ 14 เมษายน 2552 แถมยังถูกคนกรุงเทพฯ จำนวนไม่น้อยรวมตัวต่อต้านอย่างหนัก และยิ่งนับวันยิ่งแสดงความเกลียดชังต่อคนเสื้อแดงอย่างเห็นได้ชัด
ความพ่ายแพ้ของกลุ่มคนเสื้อแดง ฉายแววเด่นชัดเมื่อใกล้พลบค่ำคืนวันที่ 12 เมษายน การปิดเส้นทางการจราจรหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ กลับทวีความเกลียดชังให้กับประชาชนชาวกรุงอย่างหนักที่ไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ การปิดเส้นทางหลายด่านถูกทหารทลายด่านกั้นได้สำเร็จ
ขณะเดียวกันประชาชนรอบข้างใกล้เคียงหลายพื้นที่มีการรวมพลังจัดตั้งกลุ่มต่อต้านม็อบเสื้อแดง เช่น
นางเลิ้ง ยมราช เพชรบุรี ซอย 5 ซอย 7 และแฟลตดินแดง ที่เห็นเด่นชัดสุดคงจะเป็นชุมชนนางเลิ้ง ถึงขนาดเปิดฉากปะทะกับกลุ่มเสื้อแดงจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บเกือบ 10 คน
ระหว่างนั้นแกนนำ นปช.มีการประชุมประเมินสถานการณ์เป็นระยะ โดยบรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียด อีกทั้ง พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส.ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน แถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ประกาศ ทหารจำเป็นต้องสลายการชุมนุมโดยจะใช้ความละมุนละม่อมแต่สงวนสิทธิ์ที่จะใช้อาวุธเพื่อป้องกันตัว หลังการออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจของ ผบ.สส. ทหารจำนวนมากเข้าโอบล้อมทำเนียบรัฐบาลทุกด้าน ปิดกั้นเส้นทางไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปบริเวณการชุมนุมของกลุ่มคน เสื้อแดงแต่อนุญาตให้บุคคลที่อยู่ภายในออกจากพื้นที่ได้เท่านั้น แถมยังตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงของกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย
วินาทีวิกฤตินี้ทำเอานายวีระและแกนนำคนอื่นๆ เคร่งเครียดและอยู่ในอาการกระสับกระส่าย เหมือนคนจนตรอก อีกทั้งในเวลาต่อมาไม่นานมีการเผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนต่างประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีลักษณะเพลี่ยงพล้ำให้แก่นายอภิสิทธิ์นายกรัฐมนตรี ก็ยิ่งเร่งเร้าให้บรรดาแกนนำหมดแรงถอดใจอย่างอาลัยตายอยาก
อีกทั้งกระแสข่าวดังลั่นสนั่นม็อบตลอดค่ำคืนของวันที่ 13 เมษายน ว่าทหารพร้อมสำหรับการบุกสลายการชุมนุมได้ทุกเวลา ขณะที่ชาวบ้านยิ่งทวีความโกรธแค้น คนเสื้อแดง ถึงกับรวมตัวกันต่อต้านอย่างหนัก วินาทีนั้นนายวีระรู้ดีว่า ในม็อบมีอาวุธโดยเฉพาะระเบิดเพลิง หากเกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมจริง กลุ่มผู้ชุมนุมอาจนำอาวุธเหล่านี้มาใช้ตอบโต้ทหาร อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายลงจำนวนมาก นายวีระ ไม่อยากได้ชื่อว่า "พาคนไปตาย" จึงตัดสินใจประกาศยุติการชุมนุม
นายวีระพร้อมด้วยนายสุพร อัตถาวงศ์ ติดต่อขอมอบตัวกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนพ.เหวง โตจิราการ เข้ามอบตัวสมทบภายหลัง ส่วนนายจักรภพ เพ็ญแข และนายจตุพร พรหมพันธุ์ รวมถึงแกนนำอีกหลายคนหายหน้าไปโดยไม่มีใครทราบว่าหายไปไหน
แกนนำ นปช. ที่เข้ามอบตัว ถูกตำรวจแจ้งข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้ที่มีหน้าที่สั่งการ และร่วมกันกระทำการให้เป็นที่ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา และร่วมกระทำการปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และ 215 โดยในมาตรา 116 มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี ขณะที่มาตรา 215 จำคุกไม่เกิน 5 ปี
ทั้งนี้ บุคคลที่ตำรวจออกหมายจับ ได้แก่ 1.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 2.นายวีระ มุสิกพงศ์ (มอบตัวแล้ว)
3.นายจตุพร พรหมพันธุ์ 4.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ (มอบตัวแล้ว) 5.นายจักรภพ เพ็ญแข 6.นายอดิศร เพียงเกษ 7.นพ.เหวง โตจิราการ (มอบตัวแล้ว) 8.นายสิรวิชญ์ พิมพ์กลาง 9.นายพีระ พริ้งกลาง 10.นายณรงค์ศักดิ์ มณี 11.นายณัฐพงศ์ อินทนาง 12.นายชินวัฒน์ หาบุญพาด และ 13.ชายไม่ทราบชื่อ
บรรดาคนไทยต่างติดตามเหตุการณ์บ้านเมืองด้วยใจจดจ่อในที่สุดก็หายใจโล่งอกพร้อมๆกันเมื่อเห็นภาพแกนนำส่วนหนึ่งกำลังมอบตัวทางโทรทัศน์
ท่านและคิดอย่างไรกับเหตุการณ์บ้านเมืองที่เพิ่งผ่านไปกลิ่นควันยังไม่ทันจางหาย
ดูๆแล้วเขายังไม่จบนะครับ
ต้องยอมรับ ว่า เสื้อแดง เขามีความสามารถในการปลุกปั่นมวลชนได้ดี ปูพื้นความคิดอย่างเป็นระบบ รู้จักเรียบเรียงตัวละครอย่างดี
คนที่เชื่อนี้เชื่อขาดใจเลยนะครับ
อมาตยาธิปไตยบ้าง ประชาธิปไตยเต็มใบบ้าง
สองมาตรฐานบ้าง กรอกหูกันทุกวันครับ
นี่ถ้าไม่ได้ พี่น้องสื่อมวลชนที่วิ่งตามและวิ่งนำทหาร เพื่อเก็บภาพ
ทุกช็อต รวมถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เก็บภาพเผยแพร่ภาพ ที่รวดเร็วเป็นหลักฐานประกอบการวิเคราะห์ผ่านสื่อต่าง
รับรองว่า ปลุกปั่นกันไปไกลกว่านี้อีก
สังเกตุดูสิครับ ภาพที่กลุ่มเสื้อแดงนำเสนอ มีอยู่ชุดเดียวแหละครับ
แ ต่พูดกันไปซะ
ถ้ามองว่านี่เป็นสงครามข่าวสาร ก็ต้องยอมรับว่า นายกและทีมที่ปรึกษาทำการบ้านดีมากครับ เอาคนที่เก่งเทคโนโลยี อย่างทักษิณ อยู่หมัดเลย แถมยังตามไปปิดเกมที่สื่อต่างประเทศ แบบชัดเจนเลยครับ
แต่อย่าลืมนะครับ คนที่มีความสุขกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็เป็น
คนที่เข้าถึงข้อมูลรอบด้านนะครับ ชาวบ้านอื่นๆที่อยู่ห่างไกล
ยังถูกปลุกปั่นด้วยคำพูด และ ภาพอยู่นะครับ
น่าจะเป็นกรณีศึกษา ให้นักสื่อสารมวลชนลองดูนะครับ
ติดตามข่าวสารมาตลอด
ขอชื่นชมผลงานของทั้งผู้นำรัฐบาล ผู้นำทหาร ตำรวจ และทุกๆฝ่าย
รวมทั้งท่านทหารหาญ และตำรวจที่แกร่งกล้า และอดทน
ที่ทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นความวุ่นวายไปได้
ขอให้ประเทศไทยกลับสู่ความสงบสุขเสียที
ขอบคุณบันทึกที่เป็นความทรงจำคะ
แม้รายการนี้นายกอภิสิทธิ์จะเป็นพระเอกตอนหลัง
แต่ที่จริงแล้วทหารคือตัวเอกของเรื่องนะคะ
ผู้ร้ายยังอยู่นอกประเทศ ที่พ่ายแพ้ตอนนี้แค่ตัวแทนผู้ร้ายคะ
ผู้ร้ายรายนี้ไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกคะ
ประชาชนคนดูยังทนดูไม่ได้ก็ออกมาขับไล่พวกร้ายๆ
น่าชมเชยนะคะสำนึกคนไทยเราวันนี้
เมื่อ พ. 15 เม.ย. 2552 @ 21:02
1241505 [ลบ] [แจ้งลบ]
ดูๆแล้วเขายังไม่จบนะครับ
ต้องยอมรับ ว่า เสื้อแดง เขามีความสามารถในการปลุกปั่นมวลชนได้ดี ปูพื้นความคิดอย่างเป็นระบบ รู้จักเรียบเรียงตัวละครอย่างดี
คนที่เชื่อนี้เชื่อขาดใจเลยนะครับ
อมาตยาธิปไตยบ้าง ประชาธิปไตยเต็มใบบ้าง
สองมาตรฐานบ้าง กรอกหูกันทุกวันครับ
นี่ถ้าไม่ได้ พี่น้องสื่อมวลชนที่วิ่งตามและวิ่งนำทหาร เพื่อเก็บภาพ
ทุกช็อต รวมถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เก็บภาพเผยแพร่ภาพ ที่รวดเร็วเป็นหลักฐานประกอบการวิเคราะห์ผ่านสื่อต่าง
รับรองว่า ปลุกปั่นกันไปไกลกว่านี้อีก
สังเกตุดูสิครับ ภาพที่กลุ่มเสื้อแดงนำเสนอ มีอยู่ชุดเดียวแหละครับ
แ ต่พูดกันไปซะ
ถ้ามองว่านี่เป็นสงครามข่าวสาร ก็ต้องยอมรับว่า นายกและทีมที่ปรึกษาทำการบ้านดีมากครับ เอาคนที่เก่งเทคโนโลยี อย่างทักษิณ อยู่หมัดเลย แถมยังตามไปปิดเกมที่สื่อต่างประเทศ แบบชัดเจนเลยครับ
แต่อย่าลืมนะครับ คนที่มีความสุขกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็เป็น
คนที่เข้าถึงข้อมูลรอบด้านนะครับ ชาวบ้านอื่นๆที่อยู่ห่างไกล
ยังถูกปลุกปั่นด้วยคำพูด และ ภาพอยู่นะครับ
น่าจะเป็นกรณีศึกษา ให้นักสื่อสารมวลชนลองดูนะครับ
คุณวิเคราะห์ได้ดีมากนะครับ ท่ามกลางความสับสนของคนไทยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ก็ยังมีคนไทยอีกมากมายจำนวนหนึ่งที่ทันรู้ทันเหตุการณ์
แต่เขาก็สามารถแยกแยะว่าใครดีใครไม่ดีใครเป็นคนขี้โกงใครไม่โกงจึงออกมาติดตามเฝ้าดูข่าวอย่างใจจดใจจ่อ
และมีความสุขกับเหตุการณ์ที่ทราบผลสรุปว่าฝ่ายแดงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในเกมส์นี้
เมื่ออ่านความเห็นของคุณเสร็จเรียบร้อยก็ชื่นชมอยากให้คนไทยมีความรู้ความสำนึกที่ดีเช่นคุณให้มากๆ
ประเทศชาติจะได้เจริญก้าวหน้า
ไม่ต้องมาให้พวกไม่ดีมาคิดคดโกงกินประเทศชาติอีก
ก่อนอื่น ต้องขอชื่นชม นายก ที่ฝ่านำประเทศไทย ผ่านวันวิกฤติมาได้ อย่างดี อย่า่งนิ่มนวล ขอชื่นชม ทหาร ที่ทำงานได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ผู้ที่สร้างความเสื่อมเสียต่อชาติ ครั้งนี้ ใหญ่หลวงมาก ไม่ว่า คดี ทุบรถ นายก ที่ พัทยา เหตุการณ์ที่ ประชุมอาเซียน +3 +6 คดี มุ่งฆ่า คณะนายก ที่ ก.มหาดไทย คดี ยิง M-79 ยิงใส่ศาลรัฐธรรมนูญ คดียิงชาวบ้านนางเลิ้ง คดีต่าง ๆ ต้องถือว่า เป็นคดีร้ายแรง มิใช่ต่อชีวิตเท่านั้น แต่มีภัยต่อคนทั้งชาติ คดีเหล่านี้ ต้องเอาตำรวจ ที่ไม่ใช่ฝ่ายทักษิณ 100 % ตำรวจ ต้องมีการล้างบางอย่างพลิกฟ้ามัวดิน แยก ตำรวจให้ชัด ๆ ณ เวลานี้ ตำรวจ เก่ง ยังไม่พอ ต้องเอาคนดี ฝักใฝ่ ตำรวจ ที่รัก ชาติ สถาบัน เป็นที่ตั้ง แต่ถ้า รัฐบาล ยังนิ่งเฉย ต่อตำรวจ และ ขรก ต่าง ๆ ก็ต้องบอกว่า ขณะนี้ รัฐบาลเป็นต่อแล้ว หลังจากเกือบสิ้นชีวิต ถ้าไม่ทำอีก ไม่รู้จักใช้โอกาส ขณะที่ ปชช อยู่ข้างรัฐบาลอย่างมากมาย
สถานการณ์ความเลวร้ายถึงขั้นเป็นสงครามกลางเมือง เมื่อวันสงกรานต์ 13 เมษายน 2552
สามารถคลี่คลายลงอย่างละมุนละม่อมในที่สุด
เมื่อบ่ายวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา
นับว่าทำให้คนไทยทั้งชาติที่เฝ้าติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ ด้วยความกังวลใจ และไม่สบายใจ
ต่างรู้สึกโล่งอกไม่น้อยไปกว่ารัฐบาล โดยการนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
แม้ยังมีกระแสข่าวที่ระบุในทำนองว่า สงครามครั้งนี้ยังไม่จบ
และให้ระมัดระวัง "อาฟเตอร์ช็อก" ที่กำลังก่อตัวเตรียมเอาคืน
เขาไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆครับ
ขอบคุณครับที่ยกเรื่องนี้มาพูดคุยกัน
สวัสดีค่ะ
รู้สึกโล่งใจ
แต่ก็ยังรู้สึกคลางแคลงใจที่กลุ่มแกนนำเสื้อแดง เขาทำอย่างไรจึงได้ใจคนเยอะแยะ
ขนาดนั้น
เหรียญยังมีสองด้าน แต่พวกคุณมองเพียงด้านเดียวของเหรียญ นำเสนอด้านสว่างของฝ่ายหนึ่งแล้วก็นำเสนอด้านมืดของอีกฝ่ายหนึ่ง พวกคุณทำให้ประชาชนในชาติแตกแยกความสามัคคี พูดดีเข้าตัว เอาชั่วให้ผู้อื่น เราเสียใจกับผู้ใหญ่บ้านเมืองนี้ พวกท่านนั่นแหละ
ผมไม่แน่ใจว่ามันคือความสงบเพราะ มันแค่สิ้นเสียงปืน แต่สังคมมันเกิดความแตกแยกชัดเจน แล้วต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นครับ ถ้าต่อไปลูกหลานเสื้อแดงกับลูกหลานคนเสื้อเหลืองมาเจอกัน หรือใครจะบอกว่ารัฐบาลไม่ใช่เสื้อเหลือง แล้วทำไม รมว.ต่างประเทศยังร่วมรัฐบาลได้ แล้วใครที่คิดว่าคนเสื้อแดงเขามาจากทักษิณ คุณต้องตามดูต่อ ว่าต่อไป คนเสื้อแดงเขาจะทำอะไรต่อไป แล้วถ้าไม่มีเสื้อแดงรัฐจะเอาเหตุผลอะไรมาอ้าง แล้วถ้าคนเสื้อแดงเปลี่ยนไปใส่เสื้อเหลีองไล่รัฐบาลจะทำไงครับ ต้องปราบเสื้อเหลืองอีกรึ ช่วยอธิบายต่อหน่อยครับ
เพื่อไม่ให้ ที่นี่ กลายเป็นห้องราชดำเนิน ในพันทิปไป
จึง ขอยุติการวิจารณ์ใ นเ ชิงการเมืองก่อนนะครับ
แต่สิ่งหนึ่งที่สนใจจะแลกเปลี่ยน กันในblog อื่นๆ
คือ การจัดการความรู้ เรื่องสื่อและการบริโภคสื่อของประชาชน
1. สื่อที่เป็นกลาง ความเป็นกลางของสื่อ เ ป็นอย่างไร
ที่เนื้อหา วิธีการนำเสนอ หรือ ช่องทางที่หลากหลาย
บทเรียนที่ไหน ที่บอกว่าสื่อเป็นกลาง รัฐบาลวางตัวอย่างไร และประชาชนเองเป็นอย่างไร
2.เราเน้นพัฒนาที่ตัวสื่อ แต่เราเคยพัฒนาผู้บริโภคสื่อหรือไม่ครับ
คำว่า วิจารณญาณในการรับชม มันมีอยู่จริงหรือไม่ อย่างไร
บทเรียนในการใช้วิจารณญาณ หรือรูปแบบ การใ ชัวิจารณญาณ คืออะไร มีตัวอย่างกรณีศึกษาบ้างไหม เช่น ประธานาธิบดี จอร์จบุช เคยบอกว่า เขาอ่านหนังสือพิมพ์ 7 ฉบับ ตอนเช้า เพื่อเทียบข้อมูล ก่อนเรื่มทำงาน เป็นต้น
แล้ว เราจะทำอย่างไร เพื่อให้รัฐบาล จัดการสนับสนุนส่งเ สริม การคิด การใช้วิจารณญาณของประชาชน เช่น ส่งเสริมการเข้าถึงบริการอินเตอร์เน็ตเ พื่อเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ของคนใ นพื่นที่ห่างไ กล ส่งเ สริมการพัฒนาการศึกษา การลดช่องว่างทางรายไ ด้ของคนเ มือง กับชนบท เป็นต้น
ผมคิดว่าในฐานะเครือข่ายคนจัดการความรู้ เราน่าจะมี แ นวทางอะไรกับเรื่องนี้นะครับ เพราะไม่เช่นนั้น ประชาชนก็ยังตกเป็นเครื่องมือ ของนักการเมือง เพียงเพราะ เขาถูกยัดเ ยียดใ ห้ รับข้อมูลข่าวสาร โ ดยไ ม่ม่ช่องทางเปรียบเทียบเลย
ขอบคุณมากครับ
พงศ์ธร
เหตุการณ์ผ่านไปหลายวัน ยังมีคนพูดถึงกันอยู่ทุกซอกตรอกซอยครับ
การที่มีคนบอกว่า (คห. 9)
แต่ก็ยังรู้สึกคลางแคลงใจที่กลุ่มแกนนำเสื้อแดง เขาทำอย่างไรจึงได้ใจคนเยอะแยะ
คุณดูจากคนเสื้อแดงจำนวนคนมากมายใช่ไหมครับ
ขอบอกว่า
1. จำนวนที่เห็นมากกว่าครึ่ง จ้างไปร่วมชุมนุมครับคนละ 1000 บาท คนจนเขาเอาครับ เขาไม่รู้ว่าใครดีใครไม่ดี เขาต้องการเพียงเงินครับ ข้อมูลของผมแม่นครับ คนรับเงินมาบอกผมเอง และข้อมูลจากชุมชนอื่นๆอีกเพียบ
2. พวกที่ได้รับประโยชน์จากทักษิณครับ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ประโยชน์ที่ได้รับทั้งเงินและโครงงานต่างๆ
3. พวกที่รับเงินประจำจากคนนอกประเทศเป็นรายเดือน ตั้งแต่เดือนละหลักหมื่นถึงหลักแสน ส่วนหนึ่งมาจากข้าราชการหลายๆฝ่ายครับ เขาเลี้ยงไว้เป็นพวกครับ
คนมากก็ด้วยเหตุนี้ครับ
คุณ
พงศ์ธร ครับ
เมื่อ พฤ. 16 เม.ย. 2552 @ 13:10
1242489 [ลบ] [แจ้งลบ]
ผมชอบความเห็นของคุณมากครับ
เมื่อ พ. 15 เม.ย. 2552 @ 21:04
1241510 [ลบ] [แจ้งลบ]
เมื่อ พ. 15 เม.ย. 2552 @ 21:09
1241519 [ลบ] [แจ้งลบ]
ติดตามข่าวสารมาตลอด
ขอชื่นชมผลงานของทั้งผู้นำรัฐบาล ผู้นำทหาร ตำรวจ และทุกๆฝ่าย
รวมทั้งท่านทหารหาญ และตำรวจที่แกร่งกล้า และอดทน
ที่ทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นความวุ่นวายไปได้
ขอให้ประเทศไทยกลับสู่ความสงบสุขเสียที
การติดตามข่าวสารมาโดยตลอดคุณคือคนมีคุณภาพครับ
ความอดทนอดกลั้นของรัฐบาลโดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำที่สามารถนำรัฐนาวาลำนี้ลอยผ่านคลื่นพายุร้ายให้ใกล้ถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าจะได้รับความเสียหาย แต่อย่างน้อยก็พิสูจน์ว่า เรือลำนี้ยังจะสามารถลอยล่องในลำน้ำได้อย่างแน่นอน จึงทำให้สถานการณ์วิกฤติของบ้านเมืองเกิดความพลิกผัน
บทบาทของทหารหาญได้รับคำกล่าวชมยกย่องจากประชาชน ชาวบ้านต่างออกมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ
บ้านเมืองเราผ่านพ้นจุดวิกฤตเพราะทุกฝ่ายต่างอดทนอดกลั้นและร่วมมือกันต่อต้านภัยจากพวกเสื้แดง
ประเทศไทยกลับสู่ความสงบอีกครั้ง แต่จะนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับอดีตนายกที่หนีอยู่ต่างประเทศ
เมื่อ พ. 15 เม.ย. 2552 @ 23:34
1241803 [ลบ] [แจ้งลบ]
ขอบคุณบันทึกที่เป็นความทรงจำคะ
แม้รายการนี้นายกอภิสิทธิ์จะเป็นพระเอกตอนหลัง
แต่ที่จริงแล้วทหารคือตัวเอกของเรื่องนะคะ
ผู้ร้ายยังอยู่นอกประเทศ ที่พ่ายแพ้ตอนนี้แค่ตัวแทนผู้ร้ายคะ
ผู้ร้ายรายนี้ไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกคะ
ประชาชนคนดูยังทนดูไม่ได้ก็ออกมาขับไล่พวกร้ายๆ
น่าชมเชยนะคะสำนึกคนไทยเราวันนี้
ผมคิดเช่นเดียวกับคุณ
การปราบการจลาจลเมืองครั้งนี้ผมชื่นชมทหารที่สุดครับ
ถ้าทหารไม่ออกไม่มีทางทำอะไรพวกเสื้อแดงได้ครับ
จะอาศัยตำรวจคงไม่ได้ เพราะแค่คุ้มกันรถนายกยังคุ้มกันไม้ได้
ทุกคนมองตำรวจไม่ยอมทำอะไรเลยครับ รู้ๆกันอยู่
เหตุการณ์ก็แค่สงบชั่วคราวฟังดูทางฝ่ายเสื้อแดงไม่เลิกราแน่นอนครับ
ผมประทับใจชาวบ้านที่ออกมาปกป้องตนเองครั้งนี้ครับ
เมื่อ พฤ. 16 เม.ย. 2552 @ 00:27
1241856 [ลบ] [แจ้งลบ]
เป็นปกติธรรมดาของระบอบประชาธิปไตยครับที่ต้องมีการประท้วงเดินขบวนออกนอกถนน
ไปปิดล้อมสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ประท้วง
การเคลื่อนขบวนอาจทำให้การจราจรติดขัดบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คนหมู่มากจะเคลื่อนที่ไปแต่ละที่ที่มีความสำคัญ
แต่การนำรถไปปิดเส้นทางการจราจรตามสี่แยกเพื่อมิให้รถสัญจรไปมาในจุดสำคัญๆหลายจุด
รวมทั้งการเผาบ้านเผาเมืองอย่างที่เห็นกันหลายวันที่ผ่านมานั้นิใช่การกระทำในระบอบประชาธิปไตยครับ
เมื่อบ้านเมืองกลับเข้าสู่สภาวะปกติก็เป็นที่น่ายินดีมีสุขกันนะครับ
ขอบคุณคุณคุณครู วรางค์ภรณ์ เนื่องจากอวน มากนะครับที่แสดงความคิดเห็นในความห่วงใยบ้านเมืองเราในครั้งนี้
อยากถามเหมือนกันครับว่าเสื้อเหลืองทำไงถึงมีคนมาเยอะแยะ
แล้วก็รู้สึกโล่งอกที่เขาประกาศมอบสนามบินคืน มอบทำเนียบคืน
น่าชื่นชมกลุ่มคนเสื้อเหลืองนะครับที่เขาใจดี