โรคตายจากยอดในยางพารา

โรคตายจากยอดในยางพารา : การรักษาและป้องกัน

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ยางขนาดเล็ก อายุ 1-2 ปี เป็นโรคตายจากยอดในหลายพื้นที่ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรทั้งหลาย ผมจึงนำวิธีรักษาและการป้องกันมาบอกกล่าวทุกท่าน ณ บัดนี้

อาการของโรคก็เหมือนดังชื่อ คือต้นยางจะตายจากยอดลงมาเรื่อยๆ ปล่อยทิ้งไว้ก็จะตายลงมาถึงโคนต้นและตายไปในที่สุด โรคนี้เกิดจากเชื้อไฟท้อปเทอร่า และเกิดขึ้นเฉพาะยางเล็กเท่านั้น กล่าวคือ ยางที่มีอายุ ประมาณ 3 ปีขึ้นไป จะพบโรคนี้น้อยมากๆ ส่วนต้นที่มีอาการ ถ้าท่านปล่อยไว้จนอายุ  3 ปี อาการของโรคก็จะหายไปเอง แต่อย่าเสี่ยงเลยครับ อาจจะตายหมดก่อน เพราะฉะนั้นเรามาดูวิธีการป้องกันและรักษากันเถิด

การป้องกัน

                ควรเว้นช่วงในการปลูกยางสักประมาณ 1 ปี หลังจากโค่นยาง หันมาปลูกพืชอื่นแทน อาจจะเป็นพืชตระกูลถั่ว หรือชนิดใดก็ได้ตามความชอบหรือความต้องการแต่ละคน ที่เราต้องการก็คือให้เชื้อร้ายในดินไม่มีที่อยู่อาศัยหลับนอนเติบโต เมื่อปลูกยางใหม่ ยางก็จะเติบโตโดยลดปัญหาเชื้อโรคสะสมไปได้หลายโรคทีเดียว

การรักษา

1.       เมื่อพบอาการของโรคแม้เพียงหนึ่งหรือสองต้นให้ทำการฉีดพ่นด้วย เมตาแลคซิล ขนาด 7-14 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร

ฉีดพ่นทุกๆต้นทั่วทั้งแปลงทุกๆ 7 วัน ข้อสังเกตที่สำคัญคือให้ฉีดเมื่อใบยางยังอ่อนมีลีเหลืองนวล จนใบเป็นสีเขียว ก็จะถือได้ว่าเพียงพอ

2. ต้นที่เป็นโรคแล้วให้ตัด แต่ไม่ต้องตกใจครับ วิธีการตัดก็คือ ตัดจากยอดลงมาจนถึงช่วงรอยต่อระหว่างยางที่ตายแล้วกับยางที่ยังเปลือกสีเขียวอยู่ ให้ตัดเลยมาถึงช่วงที่เปลือกยังสีเขียวลงมาประมาณ 5-10 ซม. ยางที่เหลือก็จะรอด และแตกแขนงใหม่ต่อไปด้วยดี

3. กรณีที่ปล่อยไว้จนต้นยางตายจนเหลือประมาณ 2 เมตรหรือน้อยกว่านั้น ให้ตัดต้นยางที่โคนต้น เหนือพื้นดินขึ้นมาประมาณ 15-20 ซม. ไม่ต้องตกใจอีกแล้ว เพราะยางจะแตกแขนงขึ้นมาเท่ากับต้นอื่นๆภายในเวลาประมาณ  2 เดือนเท่านั้น จากนั้น ก็แต่งกิ่งที่อยู่บริเวณหน้ายางออกไปเสียก็จะเรียบร้อย

                กันไว้ดีกว่าแก้ คำนี้ใช้ได้เสมอ แต่เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ ก็เช่นเดียวกัน  สวัสดีครับ