• เรื่องที่ 1 รักข้ามเผ่าพันธุ์

>> ตั้งแต่มีพ่อสื่อแม่ชักชวนกันแห่ขันหมากเจ้าบ่าวมา พวกเราก็จับให้ทั้งคู่อยู่กินด้วยกันเป็นเดือน มีคนสังเกตุเห็นว่าทั้งคู่จู๋จี๋ดู๋ดี๋กันเรียบร้อย จนกระทั่งมาถึงวันนี้ฤกษ์ดี ผมเดินไปเปิดประตูกรงให้คู่บ่าวสาวออกมาอยู่อย่างอิสระ เจ้าสาวออกมาก่อน เหลียวซ้ายแลขวาก็เดินเข้าพงหญ้าไปหาที่วางไข่ เจ้าพระเอกรูปหล่อกระโดดออกตามหลัง เดินทอดน่องเมียงมองไปเรื่อยๆ มองหาเจ้าสาวไม่เห็น จึงส่งเสียงร้องก้องกังวาล ..นกยูงร้องเสียงดังมาก ถ้าร้องบนยอดไม้สูงๆจะดังไกลเป็นกิโล จึงไม่ต้องห่วงว่าสาวเจ้าจะไม่ได้ยิน

<< เจ้าบ่าวเดินกรีดกรายโชว์หางสวย

และแล้วเรื่องรักกลางฤดูร้อนก็เกิดขึ้น !

ไก่งวงสาว 2 ตัวหันมาเจอหนุ่มหล่อ

ร้องจ๊อกๆเดินลิ่วมา คงนึกว่าเป็นไก่วงวงตัวผู้กระมั๊ง

เข้าไปประชิดแบบกอร่ออติ๊ก ไม่เสียเวลาขอบอร์โชว์ใจให้ยุ่งยาก

ล้อมหน้าล้อมหลังป้อไปป้อมา

เจ้ารูปหล่อเราดูจะชอบใจ ชวนกันเดินหลบเข้าร่มไม้ใบบัง

ส่วนจะไปทำมิดีมิร้ายกันยังไม่มีเวลาย่องตามไปดู

%&*^%@@#$%! นกยูงจะผสมพันธุ์ไก่งวงได้จริงหรือ$#%^@!

ถ้าใครใจบุญช่วยประทานไก่งวงตัวผู้มาให้ก็ดีนะ

” นิยายรักเรื่องนี้จะได้ไม่ผิดฝาผิดตัว”

  • เรื่องที่ 2 รักแท้ของแม่อู๊ด

>> ก่อนหน้านี้แม่หมูเหมายซานออกลูก 19 ตัว เสียชีวิตไป 3 ตัว เหลือ 15 ตัว ลูกที่เหลือก็ไม่ใช่น้อยนะครับ ตอนให้ลูกกินนมนี่โกลาหลมาก ผมสังเกตุเห็นลูกหมูแต่ละตัวกลมอ้วนท้วนแข็งแรง จึงแอบถ่ายรูปฉับๆ.. ยามที่แม่หมูล้มตัวลงนอน เนื่องจากไม่มีการแจกบัตรคิว ใครเก่ง/ขยัน/แข็งแรงก็คาบหัวนมดูดเอาๆ  ตัวที่ไม่เจอหัวนมก็ดิ้นรนป่ายซ้ายป่ายขวาแย่งชิงอุตลุด

>> แต่ความชาญฉลาดของแม่หมูนั้นน่าทึ่งนัก

หล่อนจะนอนให้ลูกๆดูดนมสัก 10 นาที และจะลุก

เดินไปมาสักรอบสองรอบ..ร้องอู๊ดๆอิ๊ดๆแล้วล้มตัวลงนอนใหม่

เปิดโอกาสให้มีการแย่งชิงการดูดนมใหม่ แทนที่จะนอนอึดทืดอยู่ท่าเดิม

ทำให้ลุกๆของนางมีโอกาสได้ดูดนมทั่วถึงกัน

ผมคิดว่าเทคนิคนี้จำเป็นสำหรับแม่หมูที่มีลูกมากเกินไป

ถ้าไม่ทำวิธีนี้..เธอก็ไม่สามารถบริหารความรักของแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่องนี้บอกให้รู้ว่า..รักอย่างเดียวไปพอ ควรเฉลี่ยรักด้วย

  • รักเรื่องที่ 3 เป็ดสีทอง

>>ในจำนวนไข่ด้วยกัน ถ้าเอามาต้มคนจะนิยมกินไข่เป็ดมากกว่าไข่ไก่  โดยเฉพาะต้มไข่ยางมะตูม ไข่เค็ม ไข่พะโล้ แสดงว่าคุณสมบัติเล็กๆน้อยๆมีแยกย่อยอยู่ในไข่แต่ละชนิด เมื่อวันที่ 8 ผมได้รับความรู้จาก ดร.ไพรัตน์ ศรีชนะ   รองผู้จัดการบริษัทซีพี.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ ท่านเล่าว่าเรื่องการทำไข่ไอโอดีนนั้นทำง่ายมาก เอาไอโอดีนผสมลงในอาหารสัตว์ปีกทุกประเภทได้ง่ายๆ และค่าใช้จ่ายก็ใช่ว่าจะมากมายอะไร ฟองหนึ่งลงทุนไม่ถึง 2 สตางค์ แต่เรื่องนี้ก็มีคนเอามาหาเศษหาเลย ขายไข่ไอโอดีนเสียแพงลิบ ไอโอดีนนั้นมีส่วนช่วยประสาทและสมองทำงานได้ดียิ่งขึ้น ถ้ามีนโยบายให้ผสมไอโอดีนลงไปทุกครั้ง เด็กไทยฉลาดขึ้น เรียนดีขึ้น โดยการลงทุนนิดเดียว ใครไม่ช่วยชาติก็บ้าแล้ว

>> ผมเลี้ยงเป็ดเทศ ซึ่งเป็นเป็ดบกไม่ต้องมีสระน้ำให้ว่ายเล่นก็ได้

ฤดูที่คึกคักก็จะบินว่อนในสวน

เลี้ยงไว้กำจัดวัชพืช และเลี้ยงแบบบุปเฟ่ต์ ไม่ค่อยได้เอาใจใส่อะไร

ถึงเวลาก็ออกไข่-ฟัก-เลี้ยงลูกเองตามเรื่องตามราว

ตอนเช้าๆก็จะพาลูกๆเดินอาบแดดต้วมเตี้ยมเป็นแถว

ผมสังเกตุว่าลูกเป็ดประมาณ 10 ตัว ถ้าปล่อยให้เลี้ยงเอง

จะรอดเหลือประมาณ 4-5 ตัว

จึงมีนโยบายแบ่งไข่มากิน ตามทฤษฎีวัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่ง

ชุดนี้แม่เปิดจึงมีภาระเลี้ยงลูกน้อยเพียง 4 ตัว

“นโยบายคุมกำเหนิดไข่แต่ไม่คุมกำเหนิดรักเป็นเช่นนี้เอง”

  • เรื่องที่ 4 ตอบแทนรัก

เช้านี้เดินไปเจอรังไข่ไก่ต๊อก ประมาณ 25 ฟอง

แต่นี้ไปก็จะออกเพิ่มไปเรื่อยๆ

จุดนี้เห็นนี้คงโดนฝนไปบ้าง

ไข่รุ่นแรกจึงต้องไปแยกมาต้ม

เอาไว้เฉพาะไข่ที่ออกใหม่หลังจามที่เราไปทำคลุมรังกันฝนให้แล้ว

ยังไข่รังอื่นที่เรายังค้นไม่เจออีกละ

ต่อนี้ไปก็จะกินไข่ไก่ต๊อกเป็นหลัก

คาดว่าจะแบ่งฟักประมาณ 1,000 ฟอง

” เรื่องนี้แบ่งรักแบ่งชิม “

  • เรื่องที่ 5 ถึงนมเหี่ยวก็รัก

ช่วงที่ผ่านมาถึงเราจะปลูกหญ้าเลี้ยงวัว

แต่ความแห้งแล้งที่ยาวนานทำให้หญ้าเหี่ยวฟุบติดดิน

วัวที่ออกลูกในช่วงนี้จึงขาดอาหารอย่างหนัก

เราจึงแก้ปัญหาด้วยการทำหญ้าหมัก และบดมันสำปะหลังให้วัวกิน

บังเอิญวิกฤตเศรษฐกิจทำให้โรงมันเส้นงดรับซื้อหัวมันสำปะหลัง

ชาวบ้านก็เดือดร้อน วัวก็เดือดร้อน

ผมจับมาจ๊ะกันเสียเลย ทำให้สมประโยชน์ทุกฝ่าย

ตอนนี้วัวพันธุ์หนังหุ้มกระดูกเริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้างแล้ว

แม่วัวตัวไหนนมเหี่ยว เราก็ใช้นมผงช่วย

ใครที่มีนมเยอะ อย่าปล่อยให้บูดหรือเอาไปเทประชดทางการ

เชิญเอามาเทที่นี่ได้ ..รับไม่จำกัด ทั้งนมเหี่ยวและนมยาน

  • รักตอนที่ 6 รักต้นไม้

ไผ่กิมซุงที่รอกอดให้มา เริ่มออกหน่อแล้ว

ต้นมะปริงที่คนรับรถป้าจุ๋มเอามาฝากก็ออกดอกติดผลเช่นกัน

พืชที่ 2 ชนิดนี้เพิ่งปลูก และให้ผลเป็นครั้งแรก

จึงสรุปได้ว่า ..ต้นไม้ไม่เคยลืมบุญคุณคน

ไม่เคยเบี้ยว ไม่เคยไม่รู้ไม่ชี้

ปลูกอย่างไรได้อย่างนั้น

เรียกว่ารักแท้แน่นอน..ต้องเป็นรักจากธรรมชาติ

ถ้าไม่อยากเจอรักลวง ไม่อยากอกหัก รักต้นไม้ดีกว่า อิ อิ

<< ไม่รักไม่บอกนะเนี๊ยะ>>