ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาหาเรา ก็เปรียบเหมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้ จงแก้ไขมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ

กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิต..หากใครกำลังเหนื่อย..กำลังรู้สึกท้อกับการก้าวเดินไปข้างหน้า...คงไม่ใช่เป็นเรื่องแปลก...เพราะความรู้สึกนี้ เกิดได้กับทุกคน..ไม่ว่าเพศใด..วัยใด..สถานภาพใด..ก็รู้สึกกันได้ทั้งนั้น..

แต่ที่สำคัญคือ..เมื่อเกิดแล้วอย่าปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านั้นมันเป็นเหมือนเชื้อโรคร้ายทำลายความเป็นตัวตนของเรา..เพราะมันไม่ใช่สิ่งสลักสำคัญพอที่จะมาทำร้ายตัวตนของเราได้..

เราต่างหากที่สำคัญกว่า..สามารถปรับเปลี่ยนเชื้อโรคร้ายนั้นให้เป็น วิตามินบำรุงชีวิตของเรา

..ให้สดชื่น มีพลัง..สำหรับการก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง..

..เชื่อเถอะ..ว่าเราทำได้จริง..

..วิธีปรับเปลี่ยนเชื้อโรคร้าย ให้เป็นวิตามินบำรุงชีวิต..คือการทำวิกฤติให้เป็นโอกาสทอง

..ของเรา..นั่นเอง..

อ่านเรื่องต่อไปนี้..แล้ว..จะรู้สึกได้ถึง..คำว่า ทำวิกฤติให้เป็นโอกาสทอง..

 

ชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่งซึ่งแก่มากแล้ว มันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้อง 

ครวญครางอยู่เป็นเวลานาน ชาวนาเอง ก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา

         ในที่สุดชาวนาคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้วอีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้าน เพื่อมาช่วยกลบบ่อ ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ (คิดได้ยังไง..) ครั้งแรกเมื่อดินถูกหลังลามันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนเองทันที มันร้องโหยหวนสักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป 

          หลังจากชาวนาตักดินใส่บ่อได้สักสองสามพลั่ว เมื่อเหลือบมองลงไปในบ่อ ก็พบกับความประหลาดใจ ที่ลามันจะสะบัดดินออกจากหลัง ทุกครั้งที่มีผู้สาดดินลงไป แล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไร มันก็ก้าวขึ้นมาเร็วได้มากยิ่งขึ้น ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจเพราะในที่สุด เจ้าลาก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้    

 (ใคร..ว่า..ลาโง่..)


       

   นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเหมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้ จงแก้ไขมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อย ๆ เปรียบเหมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ ฉันใดฉันนั้น 

         
อุปสรรคมีไว้ให้ก้าวข้ามไป ชีวิตคนเราก็เช่นกัน เราก็ต้องประสบกับโลกธรรมแปดเป็นธรรมดา คือ ได้ลาภ ได้ยศ สรรเสริญ สุข ก็ต้องมีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ แต่เมื่อเรามีทุกข์ มีปัญหา หรือต้องประสบกับวิกฤติหนักหนาสาหัสแค่ไหน ก็ให้อาศัยขันติ มีความอดทน

          เมื่อ มีความทุกข์ หยุดทำ หยุดพูด หยุดคิด ตั้งสติใช้ปัญญา อาศัยอดทน อดกลั้น หยุดทุกสิ่งทุกอย่างไว้ก่อน ไม่ต้องคิดที่จะแก้ปัญหาภายนอกกำหนดรู้ลมหายใจออกยาว ๆ ลมหายใจเข้าลึกๆให้มีสติ มีความรู้สึกตัวกับลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ติดต่อกัน ต่อเนื่องกัน 

 "มีสมาธิตั้งมั่นกับลมหายใจ

 “ปล่อยวางความรู้สึกที่ไม่ดี ปล่อยวางจิตใจให้ว่าง ๆ ว่างจากอดีต ว่างจากอนาคต ว่างจากความไม่สบายใจ เหลือแต่จิตที่มีแต่ความรู้สึกตัว เบิกบานใจ น้อมเข้าไปหาธรรมชาติของจิตที่ บริสุทธิ์ผ่องใส เมื่อจิตสงบสบายแล้ว จึงค่อย ๆ คิดแก้ปัญหาด้วยสติปัญญา เมื่อจิตใจดี สบายใจทุกอย่างแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น ให้มีความหวัง กำลังใจที่จะต่อสู้

... ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน ขุมทรัพย์ก็มีอยู่ที่นั่น ...

... ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน สุขที่สุดมันก็อยู่ที่นั่น นี่เป็นความจริง ...

...ไม่ว่าจะมีวิกฤติหรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือรักษาใจของเราให้ดี ให้มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา                             

...เป็นคุณธรรมประจำใจ ของเรา...

...ขอบคุณลา...

...ขอบคุณชาวนา...

...ขอบคุณ บ่อน้ำ...

...ขอบคุณทุกคน..ทุกสถานการณ์..ที่ทำให้เราเข้มแข็ง..มีสติ...

...มีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไปอย่างมีความหวัง...

..ขอให้ทุกคนมีกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไป..อย่างมั่นคง..

และมีความสุข นะคะ..เป็นกำลังใจให้ด้วยความจริงใจค่ะ..

 

ขอบคุณสาระนิทานดี ๆจาก:พระอาจารย์มิตซูโอะคเวสโก:สาระแนดอทคอม