ขอขมาการกระทำอันเดียงสา

 

 

 

อาจารย์เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์

ครั้งหนึ่งในชีวิตที่เดินตามความฝัน  400 ร้อยกว่าวันที่ฉันเดินเฉียดเส้นทางสายศิลปะมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เสียใจจากการกระทำอันโง่เขลาอย่างไม่น่ารับการอภัยยิ่ง

"ผมทำงานเขียนลายเส้นของอาจารย์เฉลิมชัยขาด"

 

เหมือนรอยตำหนิรอยใหญ่หลวงตรงกลางใจก็ว่าได้ หากผมไม่ได้กล่าวขอขมาอย่างเป็นทางการกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นไว้ ณ ที่นี้แล้ว

"ชาตินี้ผมคงนอนตายตาไม่หลับอย่างแน่แท้"

"หนึ่งชิ้นงานที่บรรจงเขียน"

เขียนด้วยจิตวิญญาณ ทุ่มเทและใส่ใจทุกรายละเอียดนับตั้งแต่น้ำหนักของเส้นแต่ละเส้นที่ใช้พลังของมือบรรจงเน้นหนักเบา ขีดเขียนขึ้นลง ไปซ้ายไปขวา ทะแยงขึ้นบนลงล่าง  ขีดเขียนอย่างเป็นจังหวะจนทับซ้อนกันเป็นรูปร่าง

กว่าสะท้อนความหมายของภาพขึ้นมาได้นั้น ล้วนใส่ความเพียรมหาศาล กี่หมื่น ๆ กีพัน ๆ ลายเส้นที่บรรจงวาดด้วยใจ

"ทั้งหมดนั้นเพื่อให้ภาพเกิดมิติสวยงาม"

เพื่อผู้ชมได้อิ่มเอม กับการชมความสวยงามของภาพ ที่แฝงด้วยเจตนาและความหมายในภาพ

 

 

 

ยังจำได้ดี..

"แววตาที่มองมาอย่างเข้าใจ เมตตา อ่อนโยน จดจำไม่ลืมเลือน"

จึงกราบขอขมาในการกระทำในครั้งนั้นไว้ ณ ที่นี้

ด้วยจิตคารวะ

จากเด็กขายภาพเขียนคนนั้น

ที่มีหัวใจมอบให้งานศิลป์หมดใจ