...

วิธีวัดค่าคนชาติไหนจะก้าวไปได้ไกลแค่ไหนวิธีหนึ่งคือ การดูอัตราความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ (literacy rate; literate = ซึ่งอ่านออกเขียนได้; literacy = การอ่านออกเขียนได้; rate = อัตรา)

สมัยก่อนนี้การอ่านออกเขียนภาษาแม่ (mother tongue language; mother = แม่; tongue = ลิ้น หมายถึงภาษา; language = ภาษา) ภาษาเดียวก็พอแล้ว

...

ทุกวันนี้ประเทศทั่วโลกไม่ได้แข่งกันเฉพาะภาษาแม่ ทว่า... แข่งกันกัน "อ่านออกเขียนได้" ในเรื่องสำคัญๆ ได้แก่

  • (1). ภาษาแม่ (mother tongue) เช่น ภาษาไทย ภาษาถิ่น (เหนือ-อีสาน-ใต้-ยาวี) ฯลฯ = Thai literacy
  • (2). ภาษาที่สอง (second language) ซึ่งยอมรับกันว่า ประเทศที่คนส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ดีมีความได้เปรียบในการแข่งขันกับนานาชาติ = English literacy

...

  • (3). การใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐานและอินเตอร์เน็ต = computer & internet literacy
  • (4). ภาษาที่สาม (third language) เช่น จีน ญี่ปุ่น อาหรับ อินเดีย ฯลฯ = third language literacy
  • (5). ภาษาสุขภาพ (health) เช่น การใส่ใจสุขภาพ การกินอาหารสุขภาพ การออกกำลัง การป้องกันโรค ฯลฯ = health literacy

...

คนอเมริกันเกือบครึ่งหนึ่งมีปัญหาในการรับรู้ ทำความเข้าใจ และทำตามคำแนะนำด้านสุขภาพ ทำให้เกิดการนิยามศัพท์ใหม่ว่า 'limited health literacy'

  • limit = จำกัด; limited = ถูกจำกัด มีอยู่อย่างจำกัด
  • health = สุขภาพ
  • literacy = การอ่านออกเขียนได้ การทำความเข้าใจได้ และที่สำคัญสำหรับการแข่งขันกับนานาชาติคือ ต้องแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้

...

การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า คนที่มี "การอ่านออกเขียนได้ด้านสุขภาพ (limited health literacy) ต่ำมีแนวโน้มจะมีสุขภาพแย่กว่า มีส่วนร่วมในการป้องกันโรคน้อยกว่า คัดกรองโรคน้อยกว่า ป่วยหนักจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่า

ผลคือ เฉพาะทำให้ค่ารักษาพยาบาลในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นปีละ $50-73 billion = 50-73 พันล้านดอลลาร์ฯ = 1.75-2.56 ล้านล้านบาท (หรือประมาณ 2.2 ล้านบาท คิดที่ 35 บาท/$)

...

การศึกษาเร็วๆ นี้พบว่า คนสูงอายุที่มี "การอ่านออกเขียนได้ด้านสุขภาพ (limited health literacy) ต่ำเสี่ยงตายก่อนวัยอันควรเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า (almost twice; almost = เกือบ; twice = 2 เท่า)

ดร.ซูโดร์กล่าวว่า หมอสหรัฐฯ มีเวลาพูดคุยกับคนไข้เพียงรายละ 15-20 นาที ไม่ว่าจะเป็นที่หอผู้ป่วย (ward / วอร์ด) หรือคลินิก นับว่าน้อยมาก (ท่านบ่น)

... 

บางทีท่านอาจจะไม่รู้ก็ได้ว่า หมออีกหลายๆ ชาติมีเวลาน้อยกว่านี้มาก... ผลการสำรวจอย่างไม่เป็นทางการพบว่า หมอในโรงพยาบาลชุมชนไทยมีเวลาซักประวัติ ตรวจ วินิจฉัย รักษาโรค และอธิบายเฉลี่ยรายละ 3 นาที (จดหมายข่าวแพทยสภา 2551)

เมืองไทยเรามีพยาบาลเวชปฏิบัติที่ผ่านการฝึกอบรมหลังปริญญา (postgraduate) มีหมออนามัยจำนวนมากทำงานเป็นแนวหน้าสุดทั้งด้านการรักษาพยาบาล การให้สุขศึกษา การป้องกันโรค เช่น ฉีดวัคซีน ฯลฯ ซึ่งทำงานหนักมาก และมีค่าตอบแทนต่ำ

...

ถ้ารัฐบาลไทยจะส่งเสริม สนับสนุนให้พยาบาลเวชปฏิบัติและหมออนามัยทั่วไทยมีโอกาสเข้ารับการศึกษาต่อเนื่องเป็นประจำ และพิจารณาค่าตอบแทนให้แนวหน้าที่ "ทำงานจริงๆ"

ขอเรียนว่า ควรตรวจสอบ และให้ค่าตอบแทนเฉพาะคนที่ "ทำงานจริงๆ" ไม่ควรให้ค่าตอบแทนเพิ่มกับคนที่ชอบลาไปอบรม ประชุม ไอเดียบรรเจิด(ให้ "คนอื่น" ทำงาน แต่ตัวเองไม่ทำ) หรือพวกที่ทำรายงาน... "แต่ไม่ทำงาน"

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา >                                                

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >  > 6 เมษายน 2552.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.