สวัสครับคุณสุธี

ขอบคุณครับสำหรับคำชม

สวัสดีครับอาจารย์วิรัตน์

ขอบคุณมากครับสำหรับคำชมและคำแนะนำ

ช่วยชุบกำลังใจให้ไฟที่มอดดับให้กลับมามีชีวิตได้ชั่วขณะ

บอกตรง ๆ นะครับผมอ่านข้อความของอาจารย์ไปพร้อมกับความปิติที่เกิดขึ้น

อย่างลึกซึ้งดีใจอย่างบอกไม่ถูกครับ

เข้าไปเยี่ยมชม blog oknation มาแล้วนะครับชอบมาครับ

และจะเข้าไปเยี่ยมชมบ่อย ๆ

เคยพบงานเจองานศิลปะดี ๆ มาระยะหนึ่งครับ

มีงาน เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒษ์ สงัด ปุ๋ยอ๊อก สวัสดิ์ ตันติสุข ถวัลย์ ดัชนี

ทวี นันทขว้าง จักรพันธ์ โปษยกฤต

และ สุเชาว์ ศิษย์คเณศ ก็ยังเคยเห็นอยู่จำนวนสองภาพ

เมื่อสิบกว่าปีราคา 2 แสนกว่าบาท

ขนาดภาพเท่ากับกระดาษ A4 เองนะครับ

สมัยนั้นไม่รู้หรอกครับว่าแต่ละท่านที่เอ่ยชื่อมานั้นเป็นใครกันแน่

ผมเก็บความรู้สึกของคนที่ชื่นชอบงานศิลป์มาให้อ่านกันครับ

เป็นความรู้สึกของคุณของ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร

“ครั้งหนึ่งตั้งใจจะไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ฝรั่งเศส ไปกับเพื่อน แล้วมาแวะที่อังกฤษต่อ ดิฉันก็ขอเพื่อนว่าไปดูพิพิธภัณฑ์หน่อยได้ไหม วิ่งไปดูคนเดียว รู้สึกจะเป็น The National Gallery วิ่งเข้าไปเพราะมีเวลาไม่มาก จำได้ว่าเราเคยดูในหนังสือ ว่าภาพแนว Impressionism นี่เราชอบ รูปของ VAN GOGH ก่อนหน้านั้นเราเคยเห็นจากหนังสือไม่เคยเห็นจากของจริง วิ่งเข้าไปมันเป็นฮอลล์ ของ Impressionism พอดี เวลาจะกลับหันหลังกลับ หันมาเจอภาพ Sunflowers มันอยู่ท้ายห้องพอดี จำได้ว่าตัวเองยืนตกตะลึง ร้องไห้เลย รูปมันแรงมาก ชาตินี้เกิดมาแล้วคุ้ม เห็นรูปนี้แล้วมีความรู้สึกว่าตายได้แล้ว มันดีมาก แล้วเรามีความรู้สึกว่าความรู้สึกนี้เราอยากให้คนเขาได้รู้สึก ทุกๆครั้งที่ได้เห็นรูปดีๆ มันเหมือนเรียนจบบท มันทำให้เราได้คิด”

แล้วคุณล่ะ ดูงานศิลปะแล้วเคยรู้สึกเช่นเธอบ้างไหม

(เป็นข้อความที่กล่าวไว้ของผู้เขียนบทความที่ผมคัดลอกมาอีกทีหนึ่งครับ)