(หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ เจ้าภาพเฮ 8)


>>เก็บเอาความเหงา ใส่กระเป๋าไปทิ้งทะเล

ฝากไปกับเรือตังเก.. แล้วอย่าหันเหหวนคืนกลับมา >>


ไปลงทะเลเฮ 8 คราวนี้ พิเศษตรงที่เราชวนกันนั่ง รฟท.

ยานพาหนะประเภทอื่นเราไปกันหมดแล้ว

คราวนี้มารถไฟ ยังเหลือแต่การไปทางน้ำทางเรือ

ท่านปาลียอน กับ อ.ภูคา เป็นเจ้าภาพเฮ 10 ลองคิดโปรแกรมล่องเรือดีไหมครับ

ออกจากน่าน ไปขึ้นเรือที่ท่าเชียงแสน ล่องไปยังแขวงไชยะบุรี ไปหลวงพระบาง นี่ก็เท่ห์ไม่เบา..

..ธรรมเนียมของชาวเฮนั้น.. ไปไหนก็ได้อาศัยบารมีเจ้าที่เจ้าทางในพื้นที่ เป็นผู้บริหารจัดกระบวนการให้ทั้งหมด ยานพาหนะ ที่อยู่ ที่กิน ที่เที่ยว ที่เฮ ที่ฮา ที่พูดว่าที่ๆๆ..นี่ ไม่ใช่ส่งเดชนะขอรับ หมายถึงการนำเสนอในสิ่งที่ล้วนแต่อึ้งกิมกี่ทั้งนั้น รับรองได้ว่าเยี่ยมยอดกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป สมาชิกจะได้เรียนรู้กระบวนการ หน้าที่เจ้าภาพ และหน้าที่ผู้ไปเยือน อย่างคนที่เข้าถึงหัวใจกัน เคยเจอแล้วยังครับ ทัวร์ที่ใช้หัวใจจัดให้คนที่เรารักและคิดถึงสม่ำเสมอนั้นเป็นอย่างไร ถึงจะหัวใจกระด้างยังไง ..ก็คงจะรู้สึกได้ว่า..การทำในสิ่งที่ดีกว่า และทำได้นั้น ..จะมีอะไรที่ยิ่งกว่าการเทน้ำใจเข้าหากัน โดยเฉพาะในสภาพสังคมที่ผิดปกติอย่างในเวลานี้ .. > >

..ท่านบางทราย ..กับคนข้างกายมาถึงแล้ว

..ท่านอัยการชาวเกาะ ..กับคนข้างใจก็มาถึงแล้ว

..ท่านร้อยเกาะยกมากันทั้งครอบครัว

..ท่านบังหีน นอนอยู่ข้างๆด้วยกันตลอดคืนนี้

..ท่านปาลียอน บินตามมาทันลงเที่ยวทะเล

..สิงห์ป่าสัก และครอบครัว พ่วงแม่ยาย มาแล้ว

..โสธรพาบิดามาพบมาเที่ยวกับเราด้วย

..มองหาเจ้าหนิงไม่เจอ พาแม่ตกเครื่องบินเสียก็ไม่รู้

..ชาวเฮก็ยังงี้ละขอรับ

..มาก็สนุก ไม่มาก็สนุก ไปไหนไปด้วย ช่วยเฮ รอเฮ ได้ทั้งนั้น อิอิ

  • คนเรานี่นะครับ จะรู้จักใครยังไงก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าจะคบหากันเป็นเครือญาติขนาดใหญ่ทั่วประเทศด้วยแล้วไม่ง่ายเลย ถ้าไม่ถอดใจวางเป็นเดิมพัน ก็ยากที่จะได้สายญาติที่ยิ่งกว่าญาติในทุกภูมิภาค อานุภาพของเรื่องนี้ยากที่จะอธิบาย ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ หรือไม่ใช่แฟนทำแทนกันไม่ได้ มารู้มาสัมผัสถึงจะเห็นพลังของหัวใจมนุษย์ที่มีต่อกัน.เอาไปเปรียบกันไม่ได้หรอกนะครับกับความสัมพันธ์ในระบบ เพราะสิ่งนี้อยู่เหนือกติกาใดๆทั้งสิ้น

  • การได้ไปงานชุมนุม เฮฮาศาสตร์ทุกครั้ง ไม่ว่าเด็กและผู้ใหญ่หัวใจสูบฉีดแรงกว่าปกติ หลายคนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ เพราะงานเรามีมนต์ขลัง ด้วยพลังใจหรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ มักจะมีเรื่องพิเศษที่ประทับใจแทรกซึมเข้ามาทุกครั้งไป นับตั้งแต่เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งหัวลำโพงตอนเช้ามืด โชเฟอร์เปิดเพลงสวรรค์ชาวใต้เฉยเลย ยังกับรู้ใจว่าพวกเราจะไปเที่ยวใต้กันยังงั้นแหละ..หัวลำโพงวันนี้ยังคงเสน่ห์ตรึงใจภายใต้โดมขนาดใหญ่ ที่สร้างมานับเวลาได้ 112 ปีแล้ว เสียอย่างเดียวโบกี้ยังโกโรโส แอร์ เย็นบ้างร้อนบ้างสลับกันไป และสะอาดน้อยไปหน่อย จะเก็บค่าโดยสารเพิ่มกว่านี้ก็ไม่เป็นไร แต่การบริการควรพัฒนาให้เหมาะกับการเป็นปัจจัยของการท่องเที่ยว

(สารวัตรรถไฟดูแลเด็กๆดีมาก)

..อาหยง ถามสารวัตรตรวจตั๋วว่า..ทำไมมันเก่ายังงี้ละคะ

..คำตอบ..เรากำลังรอผู้ใหญ่ลงนามแก้ไขปรับปรุงอยู่ครับ

..ถึงยังไงก็เถอะ รฟท.ก็พาเราไปแหล่งใต้ได้ตามกำหนดการ

..เรารักรถไฟ รถไฟรักเรา

  • ป้าจุ๋มจองที่นั่งรถสปรินเตอร์คันที่ 1 ให้พวกเราได้ไปนั่งรวมกันเฮ ตาหวานกับหลานเอ็มมี่เอ็ม 100แวะ รับครูสุมาก่อนขบวนรถออกเล็กน้อย เมื่อรถเคลื่อนขบวนเสียงนกกระจอกเริ่มจ๊อกแจ๊กจอแจ มีนักท่องเที่ยวสาวญี่ปุ่นนางหนึ่งนั่งปะปนมากับกลุ่มเรา เธอคงแปลกใจว่า..ทำไมคนไทยขึ้นรถไฟถึงครึกครื้นยังกับไปงานทอดผ้าป่า เด็กๆแทนที่จะหลับกลับเย้าแหย่กันตลอดทาง คิกๆคักๆ สมกับเป็นหน่อเนื้อเชื้อเฮฮาศาสตร์ขนานแท้เลยละขอรับ..

(ชาวบ้านขนตาลใส่รถมาเฉาะขายสดๆรวดเร็วมาก 1 รถบรรทุกเฉาะขาย 5-6 วัน รายได้ดีเชียวแหละ)

  • ผมไม่เคยนั่งรถไฟสายใต้มาก่อน จึงตื่นตากับทิวทัศน์ 2 ข้าง ทาง รถวิ่งผ่านเรือกสวนไร่นาเขียวชอุ่ม เข้าเขตเมืองเพชรบุรี จะเห็นต้นตาลยืนต้นเต็มท้องนา เข้าใจว่าต้นตาลกับการทำนาคงไปกันได้ หรืออาจจะมีจุดสมประโยชน์ร่วมกัน ทำให้เมืองเพชรฯเป็นแหล่งลือชื่อเรื่องขนมหวาน พอเข้าเขตชุมพรก็จะเปลี่ยนเป็นต้นมะพร้าว ยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ทำภาคใต้เป็นเขตธรรมชาติที่ชุ่มชื่นอย่างมาก

  • มาถึงสถานีไชยา แม่เจ้าโว้ย ..พระอาจารย์ Handy นะสิครับ ให้ญาติรอเอากล้วยเล็บมือนางมาฝากพวกเรา ให้รอกอดไปเป็นคนรับ รถจอดแป๊บหนึ่ง ยื่นหมูยื่นแมว เอ๊ย ! ยื่นกล้วย 2 ถุงใหญ่ให้ปุ๊บรถก็ออกปับ ช่วงบ่ายพอดี ท้องกำลังหาเรื่อง..กล้วยเป็นเสมือนบรรณาการจากสวรรค์ เด็กๆเดินแจกจ่ายให้ผู้โดยสารได้ชิมด้วยทั้งโบกี้ ..

คำขวัญของจังหวัด

“..เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมมะ

ทำไมถึงไม่บรรจุกล้วยเล็บมือนางเข้าไปด้วยก็ไม่รู้นะ

ทั้งๆที่เป็นของดีไม่แพ้หอยใหญ่ตรงไหนเลย

ถ้าจะเติมลงไปเป็น

กล้วยอร่อย หอยใหญ่ ไปเที่ยวเกาะ กะเทาะไข่แดง แหล่งธรรมมะ

(ผมซื้อหอยใหญ่ตัวนี้มากับสาหร่ายทะเล แต่ไม่รู้วิธีทำกิน ท่านใดสันทัดกรณีเรื่องนี้แนะนำด้วยนะครับ)

  • กล้วยที่ได้รับวันนี้ แต่ละหวีสุกเหลืองอร่ามเหมือนจีวรพระบวชใหญ่ เป็นกล้วยจัดว่าเป็นพิเศษ สมบูรณ์มากในทุกมิติ สุกพอดี เนื้อแน่นหวานอร่อยเท่าที่เคยชิมมา พวกเราล่อกันไปคนละหลายลูก นับเป็นความประทับใจที่อาคันตุกะชาวเฮได้รับความเมตตา ระหว่างนั่งรถผ่านมา เห็นมีสวนกล้วยแทรกอยู่ประปราย ยังนึกว่าถ้าเราเป็นคนไชยาที่อยู่กท. ช่วงนี้จะกลับมาปลูกเล็บมือนางกล้วยที่บ้าน ถึงผมเป็นคนถิ่นอีสานนี่ก็เถอะนะ ยังอยากจะปลูกกล้วยพันธุ์นี้ พันธุ์ที่ผลอ่อนช้อยสวยเหมือนการฟ้อนเล็บของชาวเหนือ เราสามารถหาความสุขได้ง่ายๆจากปลูก- กิน- กล้วยครับผม

  • รถมาถึงสุราษฎร์ฯบ่ายคล้อยแล้ว เจอเขียวยิ้มแป้นรอรับที่ชานชาลา ทยอยขนกระเป๋าขึ้นรถตู้ 2 คัน ถนนดี ว่าง โชเฟอร์ชินทาง เราจึงบึ่งเข้ากระบี่อย่างรวดเร็ว มีฝนตกประปรายตลอดทาง มาใต้เที่ยวนี้เท่ากับเป็นการหนีแล้งมาเจอน้ำฝน ชุ่มชื่นใจดีเหลือเกิน เสียงในรถเงียบสนิท เด็กๆหลับกันเป็นแถว หมดฤทธิ์หมดเดชกันระยะสุดท้ายนี่เอง

  • ก่อนจะถึงกระบี่ รถพาเราแว๊บเข้าสถานีทดลองพืชสวนกระบี่ เจอหนุ่ม 100 เกาะกับครอบครัวมารอรับ น้องไผ่ น้อง..คุณ แม่ และคุณสิงห์ป่าสัก มารอกอดที่นี่ เพื่อนๆของเขียวชาวโรงพยาบาลกระบี่มากันหลายคน อาหารเย็นขึ้นโต๊ะพร้อมแล้ว ป้าจุ๋มเคยมาประชุมที่นี่..เล่าว่าแม่ครัวทำอาหารอร่อยมาก เรื่องนี้ไม่ลองไม่รู้..อร่อยจริงๆด้วย มีแกงไตปลาที่เผ็ดแต่อร่อย ซีดซ๊าดก็เป็นแถว แต่ก็มีแตงโมตบท้ายให้คลายเผ็ดลงได้ มีแกงแพะด้วยนะครับ ทำคล้ายกับแกงมัสมั่น เครื่องแกงหอมฉุยเนื้อหนังแพะเปื่อยได้ที่ ฝีมือไม่ธรรมดาจริงๆ
  • อิ่มแล้วก็แนะนำตัวกันพอหอมปากหอมคอ เจ้าภาพบอกว่า..จุดประสงค์ที่เลือกพักที่นี่เพราะสถานที่สวยงามมาก มีความเป็นส่วนตัว อยู่ก่อนถึงตัวเมืองกระบี่ มืดแล้วสมควรนอนที่นี่แหละ..แก็งค์ โก๊ะออกไปร้องเพลง แล้วเราแยกย้ายกันไปนอน ผมนอนบ้านรับรองกับรอกอด เห็นว่าอุณหภูมิกำลังสบาย ไม่ต้องเปิดแอร์เปิดพัดลมก็ฝันหวาน โดยมีเสียงแมลงกลางคืนร้องเพลงกล่อม นานๆจะได้ยินนกละเมอไพรร้องมาเป็นครั้งคราว ผมหอบหมอนลงมานอนข้างล่าง นอนใกล้ ฟังชัดๆ เสียงสวรรค์จากพงไพร

  • ตื่นเช้าหมอเจ๊ส่ง รถมารับเข้าเมือง แวะเติมอาหารเช้า ไปถึงอาหารละลานตาเต็มโต๊ะ เจ้าภาพบอกว่าจะให้รับประทานซาลาเปา โอ้โฮยิ่งกว่าต้อนรับท่านเปาบุ้นจิ้นเสียอีก คนแน่นร้าน ..แต่เราได้รับการอำนวยความสะดวกเป็นพิเศษ เจ้าของร้านมานั่งคุยด้วย อาเหลียงถามชื่อแซ่ ทราบว่าเป็นพี่สาวโกเหลียง แล้วโกเหลียงคือใคร โกเหลียงเป็นคนข้างกายหมอเจ๊ ..นี่แหละเจ้าเป็นไผภาคพิศดาร ที่หมอเจ๊เพิ่งมามาเปิดเผย ว่าย่างเข้าเมืองกระบี่ คณะเราได้อาศัยบารมีโกเหลียงที่ไม่ธรรมดา เราได้พบโสธรญาติทางเมืองตรังเอาหมูย่างมาสมทบ เข้านี้ขบวนเริ่มใหญ่ขึ้น

>> ..ทางใต้เรียกผู้มากบารมีว่าโกเกลียง โกแดง โกนั่นโกนี่

>> ..ทางอีสานเรียก ..นายฮ้อย

>> ..ทางเหนือเรียก อาเหลียง ใช่หรือเปล่าไม่รู้นะ มีอาหยงนี่น่า อิ อิ

อิ่ม แล้วก็ตระเวณสิครับ  เช้านี้เราไปบ่อน้ำพุร้อนกระบี่  อยู่ท่ามกลางสวนปาล์ม แดดอุ่นเดินสบายๆ  เจ้าของจัดว่างบ่อน้ำพุไว้ตามมุมเหมาะในแมกไม้ น้ำใสแจ๋วเด็กๆกระดี๊กระด๊ากันใหญ่ เจ้าหนูโก๊ะกระโดดลงไปก่อนเ้พื่อน หนูไผ่แก้ผ้าทันใด กระโดดตูมลงไป เจอน้ำอุ่นร้อนสะดุ้งโยงเนื้อตัวแดงหน้าแดง พอคุ้นชินก็ว่ายน้ำเพลิน แต่ความเจ้าเนื้อทำให้หนูไผเหนียมอายเล็กน้อย

มื้อเย็น มีรายการที่โรงพยาบาลกระบี่ ชาวเฮสายกระบี่มาสมทบกันคับคั่ง เจอหน้าก็กอดกันตามธรรมเนียม หลายคนเตรียมอาหาร เตรียมของฝาก-ขนม-ผลไม้-เอาจากสวนตัวเอง แถมยังมาปอกให้ชิมอีกต่างหาก ใจหนอใจ.. เอาชาวลูกหลานมารำมะโนราห์อวดเรา สนุกกันจนฮากระจาย ตอนท้ายๆหมอเจ๊..ชวนปิดประตูตีแมว..ถามว่า..มากระบี่เห็นอะไร คิดอะไร จะแนะนำอะไรให้ชาวกระบี่ ..

โห..แค่มาถึงวันแรกนะนี่ เจอคำถามเป็นชุด

ต้องขอเวลาทำการบ้าน หาคำตอบ มาเล่าในตอนต่อไป

โปรดติดตามด้วยความระทึกระทวยใจ  อิ  อิ..