ได้แต่นับถอยหลังว่า วันเวลาแห่งความเจ็บปวดนี้ คงมีจำนวนลดน้อยลงไปทุกวัน ทุกวัน....ทุกวัน

  วันนี้ผู้เขียนตื่นสายมาก เกือบ 10 โมงเช้า ทั้งนี้เพราะฤทธิ์ยาที่ช่วยในการนอนหลับ และความอ่อนเพลียกับความเจ็บป่วย ผู้เขียนไม่ได้ไปทำงาน เพราะไม่สบายตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ไปโรงพยาบาลและรับยากลับมากินที่บ้าน

  ไม่นึกว่าตัวเองจะเป็นโรคยอดฮิต ในฤดูร้อนนี้ ที่มีการระบาดกันทั่วไป ทั้ง อีสุกอีใส งูสวัด และแล้วผู้เขียนก็เป็นโรคงูสวัดโรคแห่งความเจ็บปวดทรมาน

  งูสวัสเป็นเชื้อไวรัส จะขึ้นเป็นตุ่มแดงๆ ตามแนวเส้นประสาท ค่อยๆขึ้น และลุกลามไปตามแนวเส้นประสาทนั้น โบราณบอกว่า ถ้าขึ้นครบรอบตัว คนไข้จะตาย ที่จริงไม่ต้องครบรอบตัว คนไข้ก็เจ็บปวดจวนเจียนจะขาดใจอยู่แล้ว

  สำหรับผู้เขียนเอง มีอาการปวดเมื่อยเนื้อตัวมาก่อน ประมาณ 2-3 วัน จากนั้น ก็มีผื่นแดงๆขึ้น ที่ขาหนีบ ต่ำกว่าบั้นเอวนิดหนึ่ง และผื่นนี้ก็ลามไปทางด้านหลัง รวมๆแล้วความยาวของพื้นที่ที่เกิด ประมาณ หนึ่งคืบ เมื่อผื่นกลายเป็นตุ่มใสๆเล็กๆ ผู้เขียนมีอาการเจ็บปวดมาก ขยับเขยื้อนก็เจ็บ ตามร่างกายก็ปวดตึงไปหมด ในชีวิตไม่เคยเป็นโรคเหล่านี้มาก่อน จึงคิดว่าเป็นความเจ็บปวดมากในชีวิต นอกจากนี้ยังอ่อนเพลีย อยากจะนอน แต่นอนไม่ได้ มีความรู้สึกเหมือนตัวออกร้อน เหงื่อซึมๆตลอดเวลา

  ผู้เขียนต้องกินยาลดจำนวนไวรัสAcyclovir ครั้งละ 4 เม็ด ทุกสี่ชั่วโมง นอกจากนั้นก็เป็นยา ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ อีก2 ชนิด ก่อนนอน ให้กิน Amitrip เพื่อจะได้หลับสบาย อีกหนึ่งเม็ด ซึ่งทำให้ผู้เขียนหลับสนิทจนตื่นสายมาก เช่นวันนี้

  ที่จริงโรคที่ติดเชื้อไวรัสนี้ หากไม่ได้รับการรักษาเลย ก็จะอาการทุเลา และหายไปเอง ใน 1 สัปดาห์ ฟังดูเหมือนเวลาสั้นๆ แต่แท้จริงแล้ว แต่ละวัน แต่ละชั่วโมงที่ผ่านไป นานมากสำหรับผู้เจ็บปวดด้วยโรคนี้

 มีทั้งความเจ็บ ปวด และคัน ในเวลาเดียวกัน ความไม่สบายตัว หงุดหงิด เบื่อหน่ายกับการกินยา ครั้งละมากๆอีก เป็นสิ่งที่ต้องอดทนในช่วงชีวิคหนึ่งทีเดียว

  ขณะที่เขียนบันทึกนี้ ก็มีอาการดังกล่าวทุกประการ ได้แต่นับถอยหลังว่า วันเวลาแห่งความเจ็บปวดนี้ คงมีจำนวนลดน้อยลงไปทุกวัน ทุกวัน....ทุกวัน

  แล้วก็คงถึงวันลาจากความเจ็บปวดนี้ .....ตามกฎแห่งการ..เกิดขึ้น..ตั้งอยู่..และดับไป...ค่ะ