ที่จริงผมอยากแนะนำคุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ในบันทึกชุด “คนดีวันละคน” มานานแล้ว    แต่ติดที่ท่านไปเป็นรองนายกรัฐมนตรีเสีย    ผมหลีกเลี่ยงการแนะนำคนมีตำแหน่งใหญ่โต   เพราะเกรงจะส่งสัญญาณผิดๆ ต่อสังคมในเรื่องคนดี

          อ่านประวัติของท่านได้ที่นี่

          ที่จริงคุณไพบูลย์กับผมเป็นเพื่อนกัน   เรียนหนังสือห้องเดียวกันที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท  ๒ ปี ระหว่างปี ๒๕๐๑ – ๒๕๐๓   โดยที่ไพบูลย์ชอบเตะตะกร้อและฟุตบอลล์    ส่วนผมไม่เล่นอะไรเลย    แล้วเราแยกย้ายกันไปเข้ามหาวิทยาลัย   ไพบูลย์เข้าเรียนเตรียมแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์    ที่เรียกกันติดปากว่า “เตรียมแพทย์อาจารย์สตางค์”    ส่วนผมเข้าคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ    ไพบูลย์รับทุนธนาคารแห่งประเทศไทยไปเรียนเศรษฐศาสตร์ที่อังกฤษ    แต่ผมปฏิเสธการสมัครทุนนี้ เพราะในขณะนั้นผมไม่รู้จักเศรษฐศาสตร์  

         เมื่อผมไปอยู่หาดใหญ่    คุณไพบูลย์ไปเป็นผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทยสาขาภาคใต้ ซึ่งอยู่ที่หาดใหญ่ถึง ๒ ช่วง    เราจึงได้กลับมาสนิทสนมกันอีก   และหลังจากคุณไพบูลย์ออกจากธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารไทยทนุ    ท่านก็ทำงานด้านประชาสังคมมากขึ้น    วงโคจรชีวิตมาอยู่วงเดียวกันกับผมมากขึ้น    ยิ่งตอนหลังท่านได้รับเชิญเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยหลายแห่ง    และบางแห่งผมเป็นกรรมการอยู่ด้วย    เช่นเวลานี้ท่านเป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล

          คุณไพบูลย์ จึงได้ชื่อว่าเป็นคนที่มีความสามารถหลายด้าน เป็นนายแบ๊งค์  เป็น NGO (สายกลาง)  เป็นนักวิชาการ  เป็นนักคุณธรรม  เป็นผู้มุ่งมั่นบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคม     และที่น่าภาคภูมิใจสำหรับวงการ Gotoknow คือท่านเป็น บล็อกเก้อร์ด้วย   ท่านเขียนบันทึกสม่ำเสมอจนถึงปัจจุบัน อ่านบันทึกของท่านได้ที่นี่

          คุณไพบูลย์ ได้ชื่อว่าเป็นคนใจเย็น   เป็นคนจิตใจสูงอย่างที่จะหาคนเทียบได้ยาก    มีคนกล่าวว่าท่านเป็นพระในคราบของฆราวาส

          แต่ท่านเป็นคนที่มั่นคงและกล้าหาญในคุณธรรม    มีอยู่ช่วงหนึ่งเราเป็นกรรมการ สสส. ด้วยกัน    และรองนายกรัฐมนตรีที่มาทำหน้าที่ประธาน สสส. มีพฤติกรรมบีบ สสส. อย่างไม่สมเหตุสมผล (ไม่ยุติธรรม)    ก็มีคุณไพบูลย์นี่แหละที่ยื่นตัวออกต่อสู้    จนเป็นไม่เบื่อไม้เมากับรองนายกฯ ท่านนั้น 

วิจารณ์ พานิช
๒๙ มี.ค. ๕๒

คุณไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม