ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมนั่งดูข่าวโทรทัศน์ที่รายงานข่าว "ระบบการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ ม.๑ โดยใช้วิธีการจับฉลาก" ของนักเรียนไทยทั่วประเทศ

การจับฉลากเหมือนการประกาศผลล็อตเตอรี่ มีการนำลูกปิงปองขึ้นบนเวที แล้วค่อย ๆ ตรวจสอบทีละลูกต่อหน้าผู้ปกครองและนักเรียนที่จับฉลาก หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เรียกชื่อให้นักเรียนมาจับลูกปิงปองทีละคนว่าใครสอบได้ หรือ ใครสอบไม่ได้ (อันนี้เหมือนจับใบดำใบแดงของการเกณฑ์ทหาร)

เด็กที่สอบได้ (จับฉลากได้) ... ดีใจ กระโดดโลดเต้น เหมือนประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างสูงสุด

แต่เด็กที่สอบไม่ได้ (จับฉลากไม่ได้) ... คอตก น้ำตาไหล ลงมาพ่อแม่ต้องคอยปลอบว่า ไม่เป็นไร ๆ

แถมมีในเบื้องหลังก่อนที่จะมาจับ ยังมีการวิ่งหากำลังใจจากศาลพระภูมิประจำโรงเรียน หรือสิ่งที่เสริมกำลังใจ ภาพข่าวเห็นน้ำสีแดง พวงมาลัยเต็มไปหมดทั่วบริเวณของศาลพระภูมิ

นี่มันอะไรกันครับ ...

จำได้ในสมัยก่อน ตอนที่ผมสอบเข้า ม.๑ ระบบของกระทรวงศึกษาฯ ที่ใช้ คือ การสอบวัดความรู้

แต่ต่อมาอีกสัก ๓ - ๔ ปี ... โรงเรียนยอดนิยมมีผู้เข้ามาสอบเกินกว่าจำนวนที่จะรับได้มากกว่า ๑๐ เท่าตัว กระทรวงศึกษาฯ พยายามหาวิธีการรณรงค์ให้สิทธิ์เด็กที่มีบ้านอยู่ในเขตโรงเรียนก่อน ส่วนเด็กที่อยู่นอกเขตก็ให้จับฉลากเอา

หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ตามข่าวเรื่องนี้มานาน

พอปีหลัง ๆ มานี้ อ้าว ! ... จับฉลากเพียว ๆ เลยหรือนี่ ไม่ต้องสอบเข้ากันแล้วเนอะ ความรู้คงไม่ต้องใช้ ขอให้ได้เข้าเรียนเสียก่อน

ใครมีข้อมูลใหม่ ๆ เรียนเชิญแวะมาเล่าให้ผมฟังหน่อยนะครับ

 

ขอคิดหน่อยครับ

 

โจทย์ คือ การจับฉลากเข้าเรียน ม.๑ สอนวิธีคิดอะไรให้กับคนในสังคมไทยบ้าง ?

คิดได้ว่า ...

๑. การเลือกศึกษาต่อของเด็กชั้น ป.๖ ต้องใช้ "ดวง", "โชคชะตา" หรือ "วาสนา" เท่านั้น

๒. "ความรู้" ไม่ใช่เรื่องที่เด็กประถมที่ ๑ - ๖ จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้นัก เพราะไม่ได้ใช้วิธีการสอบประมวลความรู้เข้าสู่ประตูมัธยม

๓. เด็กที่สอบได้รู้สึกภาคภูมิใจที่ "มือ" ดีกว่า "หัว"

๔. เด็กที่สอบไม่ได้รู้สึกว่า ชีวิตนี้มันไร้ค่า ถ้าไม่ได้เรียนโรงเรียนที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ (แพ้เพราะจับฉลากไม่ได้)

๕. โรงเรียนในประเทศไทยมีคุณภาพและคุณค่าที่ไม่เท่ากันในความรู้สึกของคนในสังคม ทำให้เด็ก ๆ และพ่อแม่ที่คิดว่า อยากให้ลูกมีชีวิตที่ดี แห่กันไปโรงเรียนที่อยู่ในความคิดนั้น

๖. อนาคตของเด็กที่สอบได้ และสอบไม่ได้ จะเล่นหวย เพราะเชื่อเรื่อง "ดวง", "โชคชะตา" หรือ "วาสนา"

๗. อนาคต หรือไม่ก็ปีนี้ สังคมไทยจะเห็นข่าวการฆ่าตัวตาย เพราะพลาดหวังของเด็กชั้น ป.๖ ที่จับฉลากไม่ได้

๘. กระทรวงศึกษาฯ ลืมรณรงค์เรื่องของการสอบไม่ได้ในชั้น ม.๑ ว่า ควรคิดและทำใจอย่างไรบ้าง

๙. กระทรวงศึกษาฯ ควรมีนักจิตวิทยาและการแนะแนวประจำอยู่ทุกโรงเรียนที่มีเด็กแห่มาจับฉลาก เพื่อดูใจคนพลาดหวัง

๑๐. หากระบบการเข้าเรียน ม.๑ ยังคิดได้แค่นี้ ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ควรต้องรับการทบทวน

 

ผมตั้งคำถามกับตัวเองไว้ว่า

  • "การจับฉลาก คือวิธีการสอบคัดเลือกเข้าสู่ ม.๑ ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสังคมไทยมากที่สุดงั้นหรือ ?"
  • "มันมีวิธีการอื่นอีกหรือไม่ ?"
  • "ที่จะทำให้เราไม่ต้องเห็นน้ำตาของเด็กที่จับฉลากเข้าไม่ได้ ?"

ผมคิดไม่ออกจริง ๆ ครับ ...

 

เชิญชวนเพื่อน ๆ และกัลยาณมิตรระดมความคิดกันครับ จะในกรอบ หรือ นอกกรอบ ได้ทั้งนั้นครับ

ขอบคุณครับ :)

 

อ่านข่าวและดูภาพ ได้จาก http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000035488

:)