หยาดน้ำตาของแม่ค่อยๆ เอ่อไหลซึมออกมา แม่พูดไม่ออก กัดฟัน กลั้นความคั่งแค้นเอาไว้ แม่จำได้แม่นว่า ซิ่นไหมเก่าๆ ผืนนี้ ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว มันยังนอนอยู่ในหีบของแม่

หนังสือสีเขียวเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่งที่ได้มาจากงานสัปดาห์หนังสือ

เป็นรวมเรื่องสั้นรางวัลซีไรต์ของประเทศลาว  เจ้าของผลงาน คือ ฮุ่งอะลุน แดนวิไล

ใช้ชื่อหนังสือ ซิ่นไหมผืนเก่าๆ  เป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกของเล่ม และเป็นเรื่องที่ได้รางวัลซีไรต์ของลาวปี 2008

อ่านแล้วชอบค่ะ...ชอบในความละเมียดละไมของความคิดคำนึง...ของผู้เขียน

เลยขออนุญาตเอามาฝากชาว G2K...ให้อ่าน..ไม่ได้ต้องการละเมิดความเป็นเจ้าของผลงาน

แต่อยากช่วยเผยแพร่...และอาจเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ที่ได้อ่านเรื่องแรกนี้

แล้วเดินไปซื้อผลงานของท่านมาเสพ...เพื่อช่วยกันสนับสนุนงานเขียนของเล่มนี้

เป็นวรรณกรรมที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา อ่านแล้วเข้าใจง่าย

ไม่ซับซ้อนเหมือนงานเขียนมือรางวัลของไทย...ที่บางครั้งต้องปีนบันไดอ่าน (สำหรับตนเองค่ะ)

หวังว่า...จะเป็นแรงดลใจ...ตามเจตนารมณ์...ของคนรักการอ่าน(และชอบซื้อค่ะ)

  ซิ่นไหมผืนเก่าๆ  โดย ฮุ่นอะลุน แดนวิไล(เขียน)  จินตรัย(แปล)

แม่เอ้ย  แม่... แม่เอ้ย...
อะไรกัน เอ็งทำไมตาลีตาเหลือกมา ไอ้เปี๊ยก

เขามาหาซื้อซิ่นเก่า เขาว่าถ้าไม่อยากขาย ก็แลกกะซิ่นผืนใหม่ๆ ก็ได้!”

ลูกชายคนเล็กวิ่งตาลีลาเหลือกมาทั้งๆ ยังหอบกระเส่ารีบรายงานแม่
อยู่ไหน ที่เอ็งว่าจริงเปล่าวะ

จริงๆ แม่ โน่นอยู่ตรงโน้นไง!”

ไม่รีรอ ลูกชายตัวกะเปี๊ยกลากแขนแม่ไปที่รถกระบะคันหนึ่งที่จอดอยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน 
ซึ่งมีกลุ่มชาวบ้านกำลังมุงกันเต็มราวกับมีงานบุญ


นานแล้ว ที่แม่ไม่ได้ซื้อซิ่นผืนใหม่ใส่เหมือนชาวบ้านชาวเมืองเขา 
แม่คิดว่าตัวเองนั้นแก่ชรามากแล้ว ใส่อะไรก็ใส่ๆ ไป
 เก็บเงินไว้ซื้อให้ลูกเต้าใส่ และส่งเสริมให้ลูกได้เล่าได้เรียนหนังสือหนังหาดีกว่า
เรื่องนี้ลูกสาวคนโตก็เคยเตือนออกบ่อยไปว่า

แม่ควรจะซื้อซิ่นผืนใหม่ๆ มาใช้สักผืนนะ!”

ลูกสาวคนโตชื่อ นวล กำลังเรียนที่โรงเรียนวิจิตรกรรมปีสุดท้าย
ส่วนลูกชายคนเล็กก็เรียนโรงเรียนประถม 
เมื่อพูดถึงนวลนี่ก็เกือบจะถึงเดือนแล้ว ที่ยังไม่เห็นหน้ากลับมาเยี่ยมบ้าน
ตามปกติ  นวลจะกลับมาเยี่ยมแม่ทุกอาทิตย์  หรือถ้านานหน่อยก็ไม่เกินสองอาทิตย์
นวลมันก็จะกลับมาเยี่ยมบ้านทีหนึ่ง

แม่สังเกตดูซิ่นผืนใหม่ๆ ที่เพื่อนบ้านกำลังเลือก พลางนึกถึงคำพูดของลูกสาว
แล้วทำให้รู้สึกว่าใจสดชื่นขึ้นมาทันที
แม่พินิจดูดีๆ แล้วเห็นว่า ซิ่นไหมที่ชาวบ้านเอามาขายหรือแลกเปลี่ยนกับซิ่นผืนใหม่นั้น
มันเก่ามาก  เก่าจนขาดก็มี


แม่ตัดสินใจกลับบ้าน เปิดเอาซิ่นไหมผืนเก่าๆ ออกมาจากหีบ 
ซิ่นผืนนี้เป็นซิ่นที่แม่ของแม่เป็นคนทอและเอามาฝาก
ถึงมันจะเก่าก็ยังไม่ขาด  ยังดูเป็นเงางาม
แม่เคยสวมใส่แต่ครั้งยังเป็นสาว  พอได้สามีก็เอาเก็บไว้ในหีบและไม่เคยใส่มันอีกเลย 
แม้แต่ลูกทั้งสองคนก็ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าแม่มีซิ่นผืนนี้

แม่ถือผ้ากลับมาหาพ่อค้าเร่  มีเพื่อนบ้านหลายคนทยอยกันเอาผ้าซิ่นเก่ามาแลกผืนใหม่
พ่อค้าเร่มองผ้าซิ่นที่แม่ถือมา แล้วพูดว่า
ผืนนี้ยังไม่ขาด  แต่เก่ามากแล้ว ขอสามพันกีบ ขายมั๊ย
ไม่ขาย!  แม่ไม่ขาย  แม่ขอเปลี่ยนกับซิ่นผืนใหม่
ราคาซิ่นผืนใหม่นี้สี่พันกีบ  แต่ไม่เป็นไรหรอก ถือเสียว่าลูกเขยตามนโยบายใหม่
มอบให้แม่ยายเป็นพิเศษก็แล้วกัน  มีลูกสาวมั๊ยล่ะ  แม่ยายน่ะ


เมื่อรับเอาผ้าซิ่นผืนใหม่มาแล้ว  แม่ก็ไม่ลืมกล่าวขอบอกขอบใจชายคนที่ยื่นผ้าซิ่นให้
แม่ขอบใจพวกลูกหลานหลายๆ ที่เห็นอกเห็นใจคนเฒ่าคนแก่
ดีราคาซิ่นผืนเก่าๆ เท่ากับซิ่นผืนใหม่ที่มีราคาตั้งสี่พันกีบน่ะ"

คืนนั้น แม่นอนไม่หลับตลอดคืน  แม่อยากให้ลูกสาวคนโตกลับมาเยี่ยมบ้านเร็วๆ
จะได้อวดซิ่นผืนใหม่  แม่คิดว่านวลจะต้องดีใจมากที่เห็นแม่มีซิ่นผืนใหม่ใส่
เหมือนชาวบ้านชาวเมืองแล้ว 

แม่ยังนึกขอบคุณคนที่มากับรถกระบะคันนั้น 
เขาเข้ากับคนได้ง่าย  ช่างพูดช่างจาจนน่าฟัง  ถึงไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนก็ตาม
สมควรลดให้ก็ลด  สมควรจะแจกจะแถมก็ให้ 
ช่างเป็นคนมีน้ำใจเหลือเกิน  แม่จะต้องเล่าเรื่องนี้ให้นวลฟังอย่างแน่นอน

เมื่อถึงเย็นวันต่อมา
นวลกลับมาเยี่ยมบ้าน  วันนี้รู้สึกว่าเธอมีใบหน้าที่สดใสผิดปกติ
จนแม่นึกสงสัยว่า
หรือว่า เจ้าเปี๊ยกมันแอบบอกพี่สาวมันแล้วว่าแม่ได้ซิ่นใหม่


เมื่อเห็นแม่มีสีหน้าสงสัย  นวลก็คิดว่าแม่ข้องใจที่สองอาทิตย์ก่อนนั้น เธอไม่ได้กลับบ้าน
นวลรีบอธิบายให้แม่เข้าใจทันทีว่า ที่เธอไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน
ก็เพราะเธอช่วยงานนิทรรศการการแสดงภาพจิตรกรรมของกระทรวง
ซึ่งบัดนี้งานดังกล่าวได้เสร็จผ่านพ้นไปแล้ว

ลูกยังได้นำภาพจิตรกรรมสามภาพเข้าร่วมแสดงครั้งนี้อีกด้วยนะแม่
แม่เห็นไหมว่าผู้หญิงก็สามารถมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมได้เช่นกัน


ครู่ต่อมา  นวลได้ล้วงเอาห่อ ห่อหนึ่งออกมาอวดแม่
แม่เอ้ย... แม่ทายดูซิว่า  ลูกได้อะไรมานี่

แม่ยังไม่เอ่ยตอบ  นวลรีบเปิดห่อกระดาษนั้นออกมา  จนทำให้แม่นิ่งอึ้งตะลึงอยู่ตรงนั้น
เพราะในห่อกระดาษนั้นมีซิ่นไหมเก่าๆ ผืนหนึ่ง

ลูกเห็นเขาวางขายอยู่ตลาดเช้า  พอดีตอนนี้ ลูกขายภาพจิตรกรรมชิ้นแรกได้ 
ลูกเลยซื้อเอาซิ่นผืนนี้  สามร้อยบาทเท่านั้นเอง  แถมมีคนให้ลูกตั้งสี่ร้อยบาทแล้วนะ
แม่ไม่รู้เรอะ  ถ้าเก็บเอาไว้ขายให้คนไทยอาจจะได้ถึงห้าร้อยบาทโน่นแน่ะ
แต่จะไปตีเป็นราคาก็ไม่ได้ดอกแม่  มันอยู่ที่คุณค่าทางศิลปะนั้นต่างหาก
เพราะมันคือศิลปะอันวิจิตรงดงาม และก็เป็นฝีมือของผู้หญิงลาวได้ประดิษฐ์
คิดสร้างสรรค์ขึ้นมา กลายเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งของชาติลาวเรา
ที่สามารถอวดอ้างในระดับสากลได้


ห้าร้อยบาทของลูก  มันเป็นเงินกีบเราเท่าไรล่ะ
แม่อดถามไม่ได้
หนึ่งหมื่นสี่พันกีบโน้นแหละแม่  แต่ลูกไม่ขายดอก  ลูกไม่อยากให้ของดีๆ ชิ้นนี้
สูญหายไปจากผืนดินลาว  ลูกจะเก็บรักษาไว้ เก็บไว้เป็นมรดก
เป็นต้นแบบหากลูกอยากทอผ้าซิ่น  ถ้าแม่อยากจะใส่ก็เอาไปใส่ได้เลยนะ
งามวิจิตรจริงๆ ดูลวดลายของมันสิ  ไหมล้วนๆ ของแท้เลย ดูสิแม่


หยาดน้ำตาของแม่ค่อยๆ เอ่อไหลซึมออกมา  แม่พูดไม่ออก กัดฟัน
กลั้นความคั่งแค้นเอาไว้

แม่จำได้แม่นว่า  ซิ่นไหมเก่าๆ ผืนนี้  ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว มันยังนอนอยู่ในหีบของแม่.

..........................
ผู้เขียน   ฮุ่งอะลุน แดนวิไล
เรื่อง ซิ่นไหมผืนเก่าๆ ได้รับรางวัลที่ 1 ในการประกวดบทประพันธ์วรรณคดี
จัดโดยวารสารวรรณศิลป์ ปี 1991
และได้รับรางวัลซีไรต์หลังจากตีพิมพ์ในหนังสือรวมเรื่องสั้นชุด
รอยยิ้มที่ไม่มีกลิ่นเหล้า ปี 2008.

  ซิ่นไหมลาว ที่เวียงจันทน์ค่ะ (ไม่ใช่รูปซิ่นไหมเก่าๆ)



Duangchampa - Laos artist