เราคนหนึ่งในฐานที่ทำงานเรื่องผู้สูงอายุ เราก็ต้องพัฒนาองค์ความรู้ ให้การดูแลรักษาที่จำเป็น ให้กับผู้สูงอายุทั้ง 3 กลุ่ม

 

เรื่องนี้ คุณนันทริกา ได้มาเล่าบทเรียนการทำงานให้ได้ฟังกัน ถึงบทบาทของผู้สูงอายุในชุมชน และการบูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพในชมรมผู้สูงอายุ

ในส่วนของมุมมองชมรมผู้สูงอายุในชุมชน

ปีนี้เธอรับราชการมาเป็นปีที่ 23 พบว่า ในอดีตชมรมผู้สูงอายุจัดตั้งขึ้นโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข  และส่วนใหญ่ปฏิบัติงานตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ว่า เจ้าหน้าที่จะ setting อย่างไร

ปัจจุบัน เปลี่ยนไป หลายทีที่ผ่านมา ตั้งแต่ Ottawa charter และ Bangkok ก็จะความพยายามบูรณาการงานสร้างเสริมสุขภาพของทุกภาคส่วน โดยอาศัยองค์ความรู้ และประสบการณ์ตรง ที่ได้รับจากเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้สูงอายุ ซึ่งตอนหลังมีการทำเรื่องของ KM เยอะมาก ตรงนี้จะเป็นผลลัพธ์โดยตรง โดยจะสามารถทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น และในเรื่องของชมรมผู้สูงอายุก็จะต้องเป็นการดำเนินงานโดยผู้สูงอายุ ส่วนบุคลากรทีมสุขภาพเป็นที่ปรึกษา หรือเป็นพี่เลี้ยง ให้การสนับสนุน ส่งเสริม เสริมพลัง ติดอาวุธทางปัญญาให้เขาเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง

ผู้สูงอายุในชุมชนจะไม่เหมือนกัน ความเข้าใจผู้สูงอายุในชุมชนของตนเอง มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ แต่ก็จะมีที่เหมือนกันก็คือ ในระบบที่เล็กที่สุด ก็คือ ครอบครัว ชุมชนที่เขาอยู่ เราต้องทราบว่า เขามีปัญหา หรือภาระอะไรที่เขาเผชิญอยู่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขส่วนใหญ่ ปัจจุบัน ความตระหนักในการต้องการความดูแลของผู้สูงอายุตอนนี้มาแรงแล้ว ระดับประเทศก็เป็น 10.7 และที่ อำเภอแจ้ห่ม มี 7 ตำบล 14 หมู่บ้าน มีผู้สูงอายุ 5,000 กว่าคน คิดเป็นร้อยละ 12.7 ... เราคนหนึ่งในฐานที่ทำงานเรื่องผู้สูงอายุ เราก็ต้องพัฒนาองค์ความรู้ ให้การดูแลรักษาที่จำเป็น ให้กับผู้สูงอายุทั้ง 3 กลุ่ม

ระบบบริการการแพทย์ในปัจจุบัน จะเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุยื่นความประสงค์ว่า ท่านมีความต้องการการดูแลมากน้อยเพียงใด ในแต่ละระดับของบริการ ตั้งแต่ ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ

หลักคิด ... ทัศนคติในการทำงานกับผู้สูงอายุ ต้องคิดว่า

  • ผู้สูงอายุ เป็นผู้มีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ ที่สำคัญคือ เรื่อง ศักดิ์ศรี และต้องการมีส่วนร่วม ทำให้เกิดความศรัทธา และแรงบันดาลใจที่จะทำงานร่วมกัน
  • สุขภาพผู้สูงอายุ "สุขภาวะ คุณภาพชีวิต ความผาสุข" ต้องการบริการที่ครอบคลุม เชื่อมโยง และบูรณาการทั้งภาคสุขภาพและสังคม
  • ครอบครัวยังมีบทบาทหลักในการดูแล และจำเป็นต้องมีกลไกในการสนับสนุน
  • ผู้สูงอายุมีสุขภาวะอาศัยในชุมชน โดยชุมชนมีบทบาทในการสนับสนุน เพราะว่าตอนนี้เรามีชมรมอยู่แล้ว ในส่วนของสังคม และที่อยู่รอบๆ ในการทำงานกับผู้สูงอายุ

บทบาทและเป้าประสงค์

ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิต ภายใต้การเกื้อหนุนของเครือข่ายในชุมชน โดยความร่วมมือของผู้สูงอายุ ครอบครัว ชุมชน & การสนับสนุนของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม

  • ผู้สูงอายุต้องมีสุขภาวะทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ภูมิปัญญา เปิดโอกาสให้ท่านได้ใช้ทักษะต่างๆ รวมถึงการแสดงบทบาทในสังคม ในเรื่องของคุณค่า และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
  • ครอบครัวต้องเห็นความสำคัญ และในแต่ละครอบครัวก็จะมีหลาย generation ที่อยู่รวมกัน ทำอย่างไรก็ได้ ที่จะไม่ทำให้เกิดช่องว่างในแต่ละวัย ทำงานร่วมกัน และพยายามให้ครอบครัวเป็นที่ยึดเหนี่ยวของผู้สูงอายุ และให้ท่านอยู่กับครอบครัวได้นานที่สุด เราไม่ผลักดันให้ผู้สูงอายุมาอยู่ที่สถานสงเคราะห์ โดยไม่ดูแล
  • ให้เกิดเครือข่าย เกิดพลังในชุมชน สังคม เพื่อให้ทุกคนได้มารวมกลุ่ม มาอยู่ร่วมกันในชุมชน
  • เราจะเห็นว่า มีศักยภาพที่เกิดขึ้นได้ผู้สูงอายุ ถ้าเราให้ความสำคัญ และดึงมาเป็นสิ่งที่ท่านได้แสดงคุณค่า และความเป็นประโยชน์

บทเรียนที่ได้รับจากการทำงานในเรื่องผู้สูงอายุ ตั้งแต่โครงการฟันเทียมพระราชทานเข้ามา และสุขภาพช่องปากเพื่อสุขภาพชีวิต และชุดสิทธิประโยชน์ ปี 2549-2550-2551 ทำให้เกิดมุมมองสะท้อนออกมาว่า

  • เรื่องของการเสริมสร้างศักยภาพ หรือพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ เราสามารถทำได้ตลอดเวลา เพราะว่าผู้สูงอายุมี 3 กลุ่ม ไม่จำเป็นต้องเริ่มเมื่อผู้สูงอายุเข้าเป็นสมาชิกชมรมเท่านั้น เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่า 78% เป็นกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ที่ 3 ก็ยังมีอีก กลุ่มที่เข้าไม่ถึง เราก็คงต้องจัดกลุ่มบริการให้สามารถเข้าไปถึง เพราะฉะนั้นในตรงนี้ เราก็ต้องอาศัยจิตวิญญาณการเป็นผู้ให้ และมองผู้สูงอายุทุกคน ในการที่เขาจะได้โอกาสเหมือนกัน
  • ทีมสุขภาพสามารถใช้การบริการให้คำปรึกษาสำหรับผู้สูงอายุ เป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่การสร้างเสริมสุขภาพที่จำเป็นในมิติอื่นๆ เพราะว่าการที่ทุกฝ่ายทุกงานมีนโยบายต่อผู้สูงอายุ ก็จะมีประโยชน์อยู่แล้ว แต่ว่า เราก็ไม่ควรแยกเป็นส่วนๆ เช่น สุขภาพช่องปาก ก็จะดูแต่ปากอย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้แล้ว หรือว่า งานกลุ่มเวช กลุ่มการฯ ก็คงไม่มีรั้วเหมือนบ้าน และโรงเรียน เราเป็นทุนทางสังคม เพราะฉะนั้น ก็ต้องคิดใหม่ คนทุกคนต้องอาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกัน เพื่อจะอยู่และร่วมกันทำงานได้
  • ผู้สูงอายุ ควรได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนวัยสูงอายุ วันนี้เป็นโชคดีที่ในห้องนี้ เราเป็นบุคคลหนึ่งที่ยังไม่ถึง 45 ปี ที่สามารถสมัครเป็นสมาชิกสาขาสภาผู้สูงอายุ ท่านก็จะมีโอกาสเตรียมพร้อมไปสู่วัยผู้สูงอายุ ก็มีโอกาสรู้ก่อน เป็นการดี
  • ควรมีการพัฒนาศักยภาพ บุคลากรทีมสุขภาพที่ทำงานร่วมกับผู้สูงอายุ ซึ่งจะนำไปสู่บริการที่จำเป็นอื่นๆ ถ้าเราพัฒนาจากตัวเรามาก่อน เราจะเริ่มเข้าใจ และเชื่อมโยงไปสู่บริการอย่างอื่นที่จำเป็นได้
  • การจัดการดูแลสำหรับผู้สูงอายุ ควรเน้นที่การยอมรับ ความเข้าใจ และความเอื้ออาทร คือความยิ่งใหญ่ที่มนุษย์มีให้แก่กัน

เรื่องนี้มีสิ่งที่ภูมิใจใน "กิจกรรมด้านการสร้างเสริมสุขภาพ"

กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน

สิ่งที่เขาได้รับ คือ ความภูมิใจที่ได้รับจากการเยี่ยมเพื่อน คือ

  • มิตรภาพ
  • การเสียสละและความสุขใจจากการเป็นผู้ให้ มีคุณค่าขึ้นมาก
  • ได้ฝึกประสบการณ์ตรงในการดูแลผู้ป่วย
  • เกิดความสัมพันธ์ที่ดีเห็นใจกันในกลุ่มผู้ดูแล
  • มีภาคีเครือข่ายสุขภาพในหลายๆ ทำให้เกิดการแข่งขันในทางที่ดี เริ่มตั้งแต่ในชมรม ชมรมดีขึ้น ก็จะเป็นอะไรในระดับอำเภอ จังหวัด
  • สังคมให้ความเคารพในศักดิ์ศรีในผู้สูงอายุมากขึ้น ในส่วนของให้บริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ ก็เริ่มเข้ามา

เวลาที่เขาทำอะไรดีดี เราก็เริ่มจากความภูมิใจในสิ่งที่ดี ที่เกิดการไม่อยากรู้อยู่คนเดียว ก็จะขยายออกไป และอยากเชิญคนอื่นให้เข้ามาทำด้วย

ตัวอย่างกิจกรรมชมรม

  • ออกกำลังกาย เป็นกิจกรรมที่นำออกมา และตอนนี้มีโครงการคนไทยไร้พุง ผู้สูงอายุจะมีกลุ่มหนึ่งที่มีความเสี่ยงในเรื่องนี้ และโครงการที่ดูแล เพื่อนช่วยเพื่อน เขาก็พลิกจากสถานการณ์ผู้สูงอายุว่า ผู้สูงอายุกลุ่มที่ 3 ที่ติดเตียง ไม่มีคนดูแล ซึ่งผู้สูงอายุที่เข้าชมรมได้ ก็จะเป็นผู้สูงอายุกลุ่ม 1 และ 2 เพราะฉะนั้น เราก็ต้องเอาพลังของ Active aging ออกไปช่วยเหลือสังคม ในการดูแล และมีทฤษฎีแทรก ก็คือ เรื่อง ภูมิปัญญา เสริมอาชีพ กลุ่มดนตรีพื้นเมืองด้านสุขภาพกายและช่องปาก ก็เป็นความโชคดีที่พอเรามีกิจกรรมเรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากเข้าไป มันเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเขาที่สุด เพราะว่าเขาตื่นนอนตอนเช้า เป็นกิจวัตรประจำวันที่เขาทำประจำ และอย่างน้อยทั้งวันเขาก็ต้องแปรงฟันอยู่แล้ว เป็นเรื่องใกล้ตัว ก็เลยไปพูดไม่ยาก มันก็เหมือนว่า เราพูดให้เหมือนกับเราอยู่ในครอบครัว ที่ต้องมีพ่อแม่สอนเรา ไปโรงเรียน คุณครูก็สอน
  • เริ่มจาก จนท. / มีแกนนำ
  • เติมเต็ม อบรม / ดูงาน / แลกเปลี่ยนเรียนรู้ / ประชุมสัญจร คนที่เคยทำ ก็อยู่ไม่ได้แล้ว มันจะต้องมีการทำกันมากขึ้น และตอนนี้กิจกรรมก็จะไม่เป็นการคิดจากเจ้าหน้าที่แล้ว มันจะเป็นความรู้สึกที่สนุก ของผู้ที่จะมาทำร่วมกัน หรือคนที่จะทำชมรมผู้สูงอายุ เขาก็จะคิดต่อ
  • กิจกรรม ตรวจฟัน บันทึก สอนแปรงฟัน สาธิตการแปรงฟัน / ให้ความรู้ เพื่อนช่วยเพื่อน ผู้สูงอายุที่มาร่วมกิจกรรมไม่ได้ เขาก็จะไปทำให้กับผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
  • มีการประกวดผู้สูงอายุฟันดี ดูแลลูกหลาน คนในครอบครัว ก็เป็นการเกิดการดูแลเชื่อมโยงกันไป ตั้งแต่วัยเด็ก วัยทำงาน และวัยผู้สูงอายุ

 

 

คนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ตอนต้น ตอนกลาง ตอนปลาย ก็จะมีคละๆ กันไปในชมรมฯ ท่านประธานชมรมผู้สูงอายุอำเภอแจ้ห่ม คุณพ่อกมล ท่านอายุ 75 ปี เป็นผู้สูงอายุตอนกลาง ท่านก็ยังอุทิศตัว และมาทำ ส่วนคุณยายที่มาออกกำลังกาย ก็มีอายุ 80 ปี 82 ปี ท่านก็ยังมาช่วยงานกัน และท่านผู้สูงอายุก็ยังช่วยงานกันตลอด ไม่ต้องไปนั่งคุม เขาจะนำเราด้วยซ้ำ เราจะออกกำลังกายพร้อมกับเขาหรือเปล่าเท่านั้น

 

เครื่องดนตรีนี้ของชมรมตะเคียนทองที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ชมรมเขาก็จะมีกิจกรรมเด่นๆ ด้าน "ฝึกฝนดนตรี ขี่รถ เต้นแอร์ ฝึกหัดอ่านเขียน สมุนไพร งานครัว อนามัยคุณหมอ" เขาก็จะแบ่งกลุ่มกันทำ ซึ่งมีหลากหลายมาก

 

สิ่งนี้เป็นผลงานที่ชมรมตำบลแจ้ห่ม วัดศรีหลวง บอร์ดความรู้ คุณแม่อรพินทุ์ สมร่าง ซึ่งได้ไปนำเสนอในงานประชุมวิชาการ ของ สพช. ล่าสุด ในเรื่องความรู้ การย้อมสีฟัน ที่มีคราบจุลินทรีย์ ท่านเป็นข้าราชการบำนาญเก่า จากตอนแรก เจ้าหน้าที่สอนกันก่อน และท่านก็ทำต่อ ว่า ทำอย่างไรให้สังคมออกไปทำได้ เหมือนเราไปทำงาน เราเป็นพยาบาล ก็ทำถึง 4 ปี ออกไปก็ต้องมีพี่เลี้ยง ถึงจะสำเร็จ และเวลาฝึกตรวจ ก็ต้อง empower เขา ว่าเขาก็สามารถทำได้ด้วย

 

10 ยอดฟันดีวัย 80 ปี ปี 2551 คุณแม่ทองเงิน วสุสัณฑ์ มีฟัน 32 ซี่

 

ตอนนี้เขาฝึกตรวจกันเอง ตอนแรกใช้ปากกา ตอนหลังมาใช้ cotton bud ตรวจ และนับฟัน

 

การย้อมสีฟัน

 

การแปรงฟันของผู้สูงอายุ ในชุมชน ไม่ว่า ในบางกลุ่ม ไม่ใช่แต่เพียงข้าราชการบำนาญ แต่รวมถึงชาวบ้าน เขาก็มีความคิด มีประสบการณ์ แล้วเขาก็สามารถมาทำกิจกรรมตรงนี้ได้

 

แบบตรวจฟัน ซึ่งมีการคิดค้น รุ่นตั้งแต่คุณหมอปู คุณหมอเก๋หมอพลอย ตอนนี้เป็นรุ่นคุณหมอจิ๊บ หมอป๋อม ... มีรุ่นของคุณหมอจิณห์วรา เป็นแบบตรวจฟันผู้สูงอายุ ตอนแรกจดไป ผู้สูงอายุบอกว่า ยาก อ้าปากแล้วนับฟัน แล้วจด ยังลืม ถ้าใช้แบบตรวจ และลงบันทึกจะง่ายกว่า ใครมีการปวดฟัน เสียวฟัน มีหินปูน ก็ลงบันทึกไป ทำแรกๆ ไม่ถูกหรอกค่ะ เราก็ต้องลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ และทำไปปรับไป ... สุดท้าย ตรวจเสร็จแล้วก็มีการให้คำแนะนำ บันทึก ต่อๆ กัน

มีใบส่งต่อให้แพทย์ เพื่อขูดหินปูน ถ้ามีคำแนะนำก็จะเขียนลงไป และเป็นที่มาของการตรวจนับฟัน มีชื่อ อายุ ชมรมผู้สูงอายุอะไร อำเภออะไร ความคาดหวัง บางคนก็เขียนไปเลยว่า อยากมีฟันใช้งานตลอดชั่วอายุขัย บางคนเหลือ 5 ซี่ 10 ซี่ ก็เขียน เพราะว่าเขาพยายามที่ส่งเสริมป้องกัน ไม่อยากให้มีการสูญเสียฟันไป

คราบจุลินทรีย์ที่มีการตรวจ ดูคะแนน เขาก็จะมาเข้าชมรม และจะมาตรวจรักษาฟันทุกเดือน เป็นการประเมิน ว่า เขาดูแลความสะอาด ในช่องปากถูกต้องไหม ตอนนี้กิจกรรมนี้ ทำถึง เมย. ก็จะครบ 1 ปี

รพ. มี แพทย์ / ทันตแพทย์ หมุนเวียนบ่อยมาก ในรอบ 4 ปี แต่เรา ผู้สูงอายุกับทีมงานเรา รู้สึกว่า มีความสุข และสนุกที่ได้ถ่ายทอด และได้คุยเล่าให้ทันตแพทย์ฟัง เหมือนกับการเล่าประวัติ และเราช่วยกันทำต่อ เราจะไปให้ความหวังของทุกคนหายไป เราจะช่วยกัน ขยายเครือข่ายไปเรื่อยๆ

เราได้ไปเยี่ยมเขาที่ชมรมฯ ไปกับหมอจิ๊บ พบเขาปั่นจักรยานออกกำลังกายกัน และเราไปเยี่ยม เราก็ไปแวะด้วย เราก็จะมีการบูรณาการ เราไปงานอื่น จะได้หลายๆ งานไปด้วยกัน เพราะว่าเราชวนกันไป บางทีไม่ว่าง กลางวันแอบไปกินข้าวก็แวะไปดูกัน อันนี้ก็เป็นกลยุทธหนึ่งในหลายๆ วิธี และเราก็จะชวนกลุ่มเวช หรือหลายๆ คนไปด้วยกันกับเราด้วย

อีกพื้นที่หนึ่ง ที่ตำบลแม่สุก ที่เห็นมุมมอง ทำในเรื่องทันตกรรม คือ กลุ่มชาวบ้าน ตอนแรกไม่มีสถานที่ และก็มาใช้พื้นที่อนามัยของแม่สุก และมาเริ่มทำ

มีการเชิญกลุ่มในพื้นที่ที่เขายังไม่เคยฟัง มาฟังความคิดเห็น มาดูร่วมกันว่า เป็นไปได้ไหมที่ผู้สูงอายุจะร่วมกันทำ เขาก็ให้ความร่วมมือดีมาก และตอนนั้นมีตัวอย่าง คนหนึ่งเขาใส่ฟันเทียมพระราชทาน เราก้เอาเขามาเป็นตัวแบบ ยิ้มสวย เขาบอกว่า ตั้งแต่เขามีฟัน เขาก็เป็น Presenter หลายตำบลแล้ว เพราะว่า ผู้สูงอายุมีทัศนคติลบต่อการใส่ฟันปลอม เขาก็อาสาตัว บอกว่า ไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรบอกยายเลย ยายจะช่วย ไปสอนถอด ทำความสะอาดอย่างไร ท่านก็จะยิ้มแย้ม

เขาเอาเรื่องดนตรีเข้าไปด้วย เวลาไปนี้ ไม่ได้มีแค่เจ้าหน้าที่พูดนะคะ ผู้สูงอายุจะเป็นคนออกไปสอน หรือพูด แต่เราชักชวน และเอามาเข้าทีม

ในเรื่องของอาสาสมัครดูแลเพื่อนช่วยเพื่อน เป็นการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มที่ 3 ที่อยู่ติดเตียง มีคนไข้อยู่ที่บ้าน หกล้ม ช่วงล่างทำงานไม่ได้ แต่ช่วงบนดีหมด และมีอาสาสมัครไปดูแล ป้อนข้าว สอนยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และสภาพผู้สูงอายุในบ้านหลังใหญ่ แต่เอาผู้สูงอายุอยู่นอกบ้าน เพราะบอกว่า ฉี่ ถ่าย ไม่บอก บอกว่าเขาสมองเสื่อม แต่ไปทิ้งเขาไว้คนเดียว และปิดกุญแจขังเขาไว้ ตอนเย็นก็มาเอาข้าววางไว้ให้ ... พอกลุ่มเพื่อนเข้ามาดู ตอนหลังเขาก็เปลี่ยนการดูแล เอาเข้าไปอยู่ในบ้าน นี่ไม่ได้ใช้เวลาวันเดียว เราเข้าไปหลายครั้ง ระยะหลัง ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น

ผลงานที่เกิดจากความตั้งใจของผู้สูงอายุ ทำให้คิดว่า ผู้สูงอายุในชนบทนี้ สามารถทำได้ มีการทำหลายๆ อย่าง ... เวลาทำ เราก็ชวนคนที่เป็นประธานชมรมผู้สูงอายุ แกนนำ อย่างคุณพ่อกมล หรือชมรมอื่น เข้ามา เวลาเขามีประกัน ก็เลือก case ที่จะไปเยี่ยม ทำเหมือนเราเรียนหนังสือ ก็สนุกดี ให้เขาสาธิต ทำ และฝึกออกไป และเวลาเราทำ ครอบครัวเขาก็จะหันมาสนใจ บอกว่า ตอนแรกหมอมา ก็คิดว่า เป็นการเยี่ยมบ้านเหมือนทั่วๆ ไป เสร็จแล้วก็จะเป็นเหมือนสายสัมพันธ์ ไม่เคยหิ้วของไปเยี่ยม แต่เราเอาความรู้ เอาอะไรไปประเมิน และไปสอนเขา คนที่วัดความดันก็จะเป็นผู้สูงอายุ บางทีไป 160/90 ก็บอกว่า ตัวบนเขาสูงนะ ... ขั้นนี้มีไข้แล้วนะ ต้องเช็ดตัว ลดไข้ เบาก็บอกได้ ... ไม่น่าเชื่อ ว่า คุณยายแก้วอายุ 90 ปีในกลุ่ม ยังเขียนหนังสือได้ และเวลาไม่ไป ยังโทรมาบอกเลยว่า เมื่อวานนะหมอ ที่วัดหลวงพ่อพระเกษม ตอนนี้เขามีปฏิบัติการทำเรื่องบริหารร่างกาย หลวงพ่อก็ทำแล้ว ยังอยู่ดี เขาก็มาเล่า มารายงาน เหมือนกับเอยากจะบอกผลงานให้ฟัง อันนี้ก็จะเป็นภาพตัวอย่าง

ภาพของผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชน อยู่บ้านหลังเดียวโทรมๆ คุณย่าเพิ่งเสียไม่มีใครดูแล มีแต่เป็ดไก่ ตอนหลังมีคนพบ และมาช่วยกันดูแล ช่วยในเรื่องสิ่งแวดล้อม อาหาร ทุกอย่าง ตอนนี้คุณลุงคนนี้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ระยะสุดท้ายของชีวิตของเขา ก็จากไปอย่างสงบ ห้องน้ำไม่มีก็มาช่วยกันสร้าง คุยกันในชุมชน อปท. อบต. ก็เข้ามาร่วมด้วย ต่อน้ำต่อไฟให้ ก็ถือว่า เป็นการดูแลด้วยความเป็นมนุษย์ ตอนหลังจัดงานศพ ลูกหลานก็บวชให้

มีกิจกรรมที่ชมรมผู้สูงอายุทำกัน เป็นกิจกรรมที่เราเอากลยุทธ์เรื่องจิตอาสา ทำบุญตักบาตรในโรงพยาบาล ทำให้มีกิจกรรมของชมรมฯ มีการคุยกันในแต่ละเดือน และคนที่เจ็บป่วย ใน รพ. ก็จะมีโอกาสได้ใส่บาตร ในมิติจิตวิญญาณ ทำให้มีความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับทุกเดือน เดี๋ยวนี้จะเป็นวัฒนธรรม ก็ต้องทำให้ครบปี เขาบอกว่า เวลาป่วยก็เหมือนมีการปันพร มัดมือให้อยู่ดีมีสุข เป็นผู้สูงอายุคิด แล้วก็ทำ ถามไปว่า จะทำต่อไปอีกไหม เขาก็บอกว่า จะทำ ทุกพุธแรกของเดือน เวลาไปก็ต้องมีการเขียนบันทึกเป็นหลักฐาน

ตัวอย่างสุดท้าย ตัวอย่างที่ดี มีค่าต่อคำตอบ ก็คือ ... ตอนที่พระท่านป่วยเรื่องหลอดเลือดสมองอยู่ที่บ้าน ดูแล 7 เดือน ท่านมีความหวังว่าจะกลับมาพูดได้ ตอนแรกพูดไม่ได้สักคำ ตอนหลังให้พร ก็ทำได้ การดูแลก็เป็นคนที่บ้านทำ ภูมิปัญญาชาวบ้านร่วมกันทำ ท่านก็มีกำลังใจ และมีความสุขที่ได้ช่วยกัน ตอนนี้ท่านกลับไปอยู่ที่วัด และให้มารับกิจนิมนต์ทำอะไรได้

ทุกอย่างต้องมีพี่เลี้ยง เราก็ต้องมีการประชุมกลุ่ม ทำอะไรของชมรมฯ ก็จะเป็นศักยภาพของชมรมฯ ที่เขาจะไปขยายไปที่อื่นๆ

ชมรมทุ่งผึ้งก็จะมีงบฯ จาก อบต. สนับสนุน เวลามา ค่ารถเขาหาเอง ขอจาก อบต. ไม่ต้องเป็นภาระ

และมีการขยายไปที่อำเภอปงดอน เราก็เอาเรื่องฟันใส่เข้าไปด้วย

สรุปความสำเร็จการดำเนินงาน ไม่ใช่จากเจ้าหน้าที่ คือ จากความสมัครใจ และเราคิดว่า เรื่องของการส่งเสริมป้องกันต้องรีบทำ เพราะการรักษาแพงเกินไป

เป้าหมาย เพื่อฟื้นฟูสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุต่อไป

หลัก นำเอา แง่คิดดีดีจากการประชุม ลปรร. ในปรัชญาของในหลวง เรื่องความเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ทำให้เราทำงานอย่างมีความสุข เป็นผู้สูงวัยที่มีความสุข และทีมงานก็สำคัญ ด้วยความคิดแบบองค์รวม สร้างสรรค์ และดึงศักยภาพออกมา และเรื่องของชมรมฯ ด้วยวิถีชีวิตชนบท ทุนทางสังคม และเครือข่ายก็พยายามดึงออกมา เราก็จะทำได้

"การทำงาน ให้ได้ผล คนทำงานก็เป็นสุข เราก็สุขใจ และผลการปฏิบัติก็จะส่งผลพวงถึงผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นประชากรของประเทศ ที่ต้องดูแลกันอยู่ มีอะไรไม่สายเกินไป ถ้าพวกเราตั้งใจ และช่วยกันทำ ทุกสิ่งมีค่า และสำคัญ"

รวมเรื่อง สุขภาพช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคทางระบบ