เมื่อสายวันนี้ ผมได้นำเสนอโครงการให้ที่ประชุมพิจารณาในรายละเอียด โดยที่หลักการใหญ่นั้น ได้รับอนุมัติแล้ว
ผู้เข้าประชุมมาจากหลายหน่วยงานครับ
ต่างคนต่างพูด ต่างคนต่างคิด นานาจิตตัง ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมกันอย่างหลากหลายครับ แทบที่จะผิดหลักการเดิมไปเลย ที่เป็นอย่างนั้น เพราะ
1. ประธานตัวจริงในที่ประชุมคนที่รับหลักการไม่มาครับ ให้คนที่มาประชุมทำหน้าที่ประธาน คนที่ทำหน้าที่ประธานไม่มีความรู้ในเรื่องที่ผมทำครับ ปล่อยให้พูดกันเรื่อยเปื่อย
2. คนที่พูดแสดงความคิดเห็น ก็ประเภท “โหลๆ อยากพูด” พูดกันมันปากไปเลยครับ คือ พยายามจะเปลี่ยนโครงการของผมให้ได้ โดยที่ไม่มีความรู้ในเรื่องที่ผมทำอยู่เลยครับ อาศัยว่าไม่มีใครคุมเกม เลยฉวยโอกาสพูดแสดงศักดา และ ให้ความคิดเห็นว่าโครงการของผมนั้น มีข้อบกพร่องมากมาย จำเป็นต้องเปลี่ยนตามที่เขาเสนอแนะ
3. คนที่พูดเสนอแนะให้เปลี่ยนแปลงทั้งหลาย ผมไม่โต้แย้งอะไรหรอกครับ ผมเพียงเพียงแต่บอกว่าที่พูดมานั้น ขอให้แสดงเหตุผลประกอบด้วย ว่ามีหลักการอะไรมารองรับ และจะดำเนินการโดยใคร อย่างไร พอผมถามไป ก็ไม่ตอบครับ
4. แสดงว่าเหมือนกับที่มีผู้กล่าวว่าสังคมไทย เป็นสังคมที่ชอบแสดงความคิดเห็น แต่ไม่ชอบหาความรู้ครับ โดยบอกต่อไปว่าในสิ่งที่ถูกต้องในการแสดงความคิดเห็น ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอะไร ผู้แสดงความคิดเห็นต้องหาความรู้ในเรื่องนั้นๆ มาก่อน
5. งานนี้โชคดีของผมครับ ก่อนที่โครงการของผมจะถูกเปลี่ยนแปลงไปตามอำเภอใจของแต่ละคน พอดีที่ประธานตัวจริงเดินเข้ามาพอดี ท่านบอกว่าในเมื่ออนุมัติเป็นหลักการไปแล้ว ก็ต้องให้ทำตามที่อนุมัติ ใครจะขอเปลี่ยนแปลงอย่างไร ให้เสนอโครงการเข้ามาใหม่
เงียบกริบ... ครับ
งานนี้ ผมเลยขออนุญาตสรุปว่า สมาชิกในที่ประชุมบางคน
ไม่ชอบความรู้ แต่ชอบพูด และ อยากมีบทบาท
ก็เท่านั้น..ครับ
ผมนึกอยู่ว่า ถ้าประธานไม่มาในวันนี้ จะออกมาแบบไหน
สวัสดีค่ะท่านรอง
อิอิ กอกำลังวุ่นกับการต้องไปช่วยจ่ายเช็คช่วยชาติค่ะ
เข้ามาแว้ป ๆ แบบว่าไม่ได้อ่านแล้วจะมาอ่านค่ะ
เป็นกำลังใจให้ท่านรอง
สู้ ๆ
วันนี้ ผมเดินไปประชุม เห็นมรการจ่ายเช็คชาวยชาติกันอย่างคึกคักครับ
ดีครับ ได้ช่วยชาติ ขอบคุณครับ
โอโหท่านรองมีแบบนี้ด้วยหรือครับ ก็โครงการผ่านแล้ว ถ้าพูดแบบมีความคิดเห็นมีหลักการก็น่าสนใจฟัง แต่ในที่ประชุมบ้านเราพูดอย่างเดียว ไม่ทำครับ เอาใจช่วยท่านรองครับ สู้ๆๆครับ
ขอเป็นกำลังใจให้ท่านรองค่ะ มีความสุขกับการทำงานนะค่ะ
สวัสดีครับท่านรอง
เห็นใจครับ คนทำโครงการณื ต้องผ่านหลายด่านครับ ยิ่งคนประเภทพูดได้ไม่เคยทำ งานร่วมกับชุมชน ไม่รู้หรอกว่ามันหนักแค่ไหน หลายโครงการณ์ เนื้องานไม่มีแต่เอกสารผ่าน (เสียดายงบครับ)
เป็นอีกหนึ่งลักษณะ และกำลังจะกลายเป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทยไปแล้วค่ะ บุคคลจำพวกนี้มีอยู่มาก หากเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง คงแย่มากๆ สู้ๆๆๆค่ะ ท่านรองวิชชา คนเก่ง
เป็นอย่างที่ท่านอาจารย์ขจิตว่ามาจริงๆแหละครับ ชอบพูดแต่ไม่ชอบทำ
- คนทำโครงการ ต้องผ่านหลายด่านจริงๆครับ
- และต้องเจอกับคนพูดได้ ไม่เคยทำ น่ารำคาญที่สุดครับ
ขอบคุณครับที่เข้ามาให้กำลังใจ
เป็นลักษรณะด้านลบของสังคมไทยจริงๆครับ ผมค่อนข้างหงุดหงิด แต่ก็ต้องอดทนครับ
งานผ่านแล้ว ก็ค่อยยังชั่ว
ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจ
แวะมาให้กำลังใจในบันทึกนี้ค่ะท่าน เวลาอ่านบันทึกในgotoknow บางบันทึกทรายไม่แสดงความคิดเห็นเพราะว่ารู้สึกว่าตนเองไม่ถนัดหรือไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น แต่ถ้าพอจะมีความรู้อยู่บ้างก็แสดงความคิดเห็นลงไป ในโรงเรียนก็เหมือนกันค่ะ คุณครูอาวุโสบางท่านไม่มีความรู้ในบางเรื่องแต่มักบอกว่าตนเป็นครูมาก่อน ก็ให้โอกาสท่านปฏิบัติ เมื่อทำไม่ทันใก้ถึงเวลาส่งครูผู้น้อยต้องมารับช่วงต่อ แต่มองในแง่บวก เราได้ใช้ความสามารถที่มีในเวลาที่จำกัด ถ้าทำได้เราก็เป็นครูที่ปฏิบัติได้ค่ะ
คุณครูอาวุโสบางท่านไม่มีความรู้ในบางเรื่องแต่มักบอกว่าตนเป็นครูมาก่อน
อาวุโส นี่ก็พูดลำบากเหมือนกันนะครับ
ขอบคุณมากครับ
เป็นกำลังใจให้นะ
ขอบคุณคุณsaard2552ครับ