ทันตาเอ๋ยทันตาภิบาล

มีข่าวมาแจ้งให้พี่น้องทันตาทั่วประเทศทราบค่ะ เรื่องใหญ่เหมือนกันค่ะ ลองอ่านดูนะ

เรื่องหลักสูตรทันตา 4 ปี*
*
จากที่ประชุมวานนี้ คุณหมอศิริชัย ประกาศก้องบนเวที   ซึ่งบางเรื่องที่พูดนั้นตรงกับที่เรารับรู้กันมาบ้างแล้ว      พอสรุปได้ดังนี้*
    1.
กระทรวงทำยุทธศาสตร์แผนพัฒนาอัตรากำลังโดยปี 53  จะเปิดหลักสูตร 4  ปีตอนปี 53 *
       
ผู้รับผิดชอบคือ สบช.  ก็วสส.นั่นแหละ

   2.  กองฯทำร่างบทบาทและหน้าที่ของทันตแพทย์และทันตาภิบาลค่อนข้างชัด : เอกสารแจกใหม่วันนี้ 

      หาอ่านได้ที่  สสจ./รพช. จังหวัดท่านที่เป็นตัวแทนเข้าประชุม)*
   3.
สบช.นิ่ง เนื่องจาก  เปลี่ยนผอ.ฯลฯ ทั้งที่ > วสส.ขอนแก่นร่างหลักสูตรเสร็จและสภาผ่านแล้ว
       
แต่หยุดอยู่ที่สบช. *
    
  ผลกระทบจากภาวะคุกคามการแท้งครั้งนี้   คือตามแผนเปิดเรียนปี 53
      
ในปีเดียวกันทันตาที่จบ  ป.ตรีมาแล้ว เทียบหน่วยกิตกับหลักสูตรแล้วทำผลงานขอประเมินเข้าสู่ตำแหน่ง
      
นวก.(แท่ง k) โดยกำหนดตำแหน่งจาก**เลขตำแหน่งเดิม(เหมือนพยาบาล)   ซึ่งทำได้เนื่องจาก
       อยู่ในอำนาจของ อกพ.กระทรวง  (ในผีเสื้อขัยบปีกก็เขียนไว้)โดยประมาณการว่าจะได้
      450-600
ตำแหน่ง

-          เมื่อข้อแรกแท้ง  ทำให้ข้อสองกลายเป็นลูกกรอกเพราะทันตาป.ตรี  ไม่มีตัวเทียบเคียงวุฒิและคุณสมบัติ

       ที่มีกับวุฒิของหลักสูตรได้
 4.
ผู้เกี่ยวข้องหลักที่ต้องร่วมกันผลักดันและขับเคลื่อนมี   7 องค์กร เช่น*
     *
ชมรมทันตแพทย์สสจ. ,
     *
ชมรมทันตสาธารณสุขภูธร
      
ชมรมทันตาภิบาล *
      
งานนี้ประกาศบนเวทีต่อหน้าสาธารณชน
      
ชมรมเราจึงคงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ค่ะ*นี่คือเหตุผลว่า*
        ทำไมต้องมีทันตา 4 ปี*> *เพื่อความก้าวหน้าของเพื่อนๆทันตาฯทุกคน*
    *
และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเรา   ต้องไปพบ รมต. วันที่ 25  มี .ค. 52* เวลา 14.00 น.ที่กระทรวงฯ*

                                                             *
ขอบคุณค่ะ*
                                                             ดัดแปลงจากเมล์ ทพ.ญ.วิโรชา รพ. ป่าบอน
      มีต่อจ้า

จุดอ่อนของวิชาชีพ

·        มีความมั่นใจในตัวเองสูง มีความสามารถเชิงเทคนิกสูง

·        ไม่ถนัดในการทำงานเพื่อจุดหมายเดียวกัน ทำให้ภาพไม่ชัดเจน โดยเฉพาะในระดับจังหวัด

โอกาสในการทำงาน  2552

  • มีการนำเสนอข้อมูลวิชาการด้านทันตสาธารณสุข 16 เรื่อง ผลงานดี ได้การยอมรับดี ข้อมูลดี( มีการวิจัยหนึ่งแสดงว่า อสม ความรู้ดี แต่พฤติกรรมส่วนตัวไม่ดี ดังนั้นไม่น่าจะสามารถถ่ายทอดความรู้ให้ประชาชนได้ )
  • ข้อเสนอเรื่องการพัฒนากำลังคน และการบริการปฐมภูมิในหนังสือ กันยายน 2551 อยากให้นำไปขับเคลื่อนระดับประเทศ
  • มีการของบ สปสช ประชุม 17-18 เพื่อทำยุทธศาสตร์บริการปฐมภูมิ เพื่อตกลงหาทางยอมรับในหลักการ เช่น
    • ต้องยอมรับการทำงานภายใต้ทรัพยากรจำกัด 8.4% ซึ่ง 8.4% เป็นผลงานทันตาภิบาล 50%

ปัญหาของระบบบริการ

  • ผู้เข้าถึงบริการคือคนเขตเมือง
  • งานส่งเสริมป้องกันโรคขาทิศทางการทำงาน
  • การคบคุมโรคดูดีขึ้น แต่อัตราการเกิดโรคเพิ่มขึ้นในเด็กกลุ่มใหม่

 ข้อเสนอ ร่างการแก้ไขปัญหา (/2552) นำเสนอต่อ รองไพจิตร(กสธ ดูแลกลุ่มภารกิจสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมอนามัย กรมสนับสนุน กรมวิทย์) รองประทีป(สปสช)

  1. ขยายและพัฒนาบริการสุขภาพช่องปากเน้นการบริการระดับปฐมภูมิ
  2. พัฒนากำลังคน ทันตแพทย์ ทันตาภิบาล
  3. การสนับสนุนระบบ มีองค์กรส่วนกลาง มีคณะกำการควบคุมกำกับ อยู่ในตัวชี้วัดของสำนักตรวจ ตั้งกลุ่มทันตสาธารณสุขระดับจังหวัด ให้มีหน้าที่กำหนดแผนการขยายบริการทันตสาธารณสุข 5 ปี ระดับจังหวัด

การต่อรอง ต้องชัด และตรงกัน ทั้งทันตภูธร และทันตาภิบาล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง ที่นิ่งและเห็นตรงกัน คือการสนับสนุนด้านกำลังคน

  • สำหรับทันตแพทย์ พุ่งประเด็น ไปที่การรับตรง และส่วนสองร้อยคนที่เพิ่มการผลิตเพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลน ต้องการระบบการคัดเลือกแบบแพทยชนบท จัดตั้งคณะทำงานเพื่อตกลงกันระหว่างกสธ และทบวง ให้พื้นที่ได้แก่ สสจ. และอปท เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น (สามแสนบาทต่อคน)
  • ทันตาภิบาล เสนอให้เพิ่มการผลิต หรือเพิ่มองค์ความรู้ให้เป็นสี่ปี รองไพจิตรถามว่าการเพิ่มเป็นสี่ปีแล้วประชาชนได้อะไร (หกหมื่นบาทต่อคน)
    • การป้องกันโรคของทันตาจะต่างกับการส่งเสริมสุขภาพอื่นๆซึ่งเป็นลักษณะการให้ความรู้  งานป้องกันโรคของทันตฯจะมีหัตถการร่วมด้วย (ของเวชกรรมคือฉีดยา) ของทันตกรรมป้องกันโดยการทำเคลือบหลุมร่องฟัน :ซึ่งการทำหัตถการที่ invasive ควรทำโดยคนที่มีองค์ความรู้มากขึ้น
    • การขยายเวลาฝึกอบรมจากสองเป็นสี่ปีจะทำให้ทันตาภิบาล ที่จจบมีความพร้อมมากขึ้น
    • เพิ่มคุณภาพบริการ ซึ่งแปรผันตามความรู้และประสบการณ์

ได้นำเสนอให้ท่านรองประทีปทราบว่าก่อนหน้านี้ได้มีการดำเนินการเรื่องทันตาสี่ปีมาแล้ว ที่ผ่านมาไม่มีเรื่องที่เป็นทางการไปสู่ทันตแพทยสภา ทำให้ไม่ชัดเจนถึงจุดยืนของทันตาภิบาล

การดำเนินการที่ผ่านมา 14 มิย 2547 ปลัดได้เสนอ รมต และสั่งการให้

  1. มอบสถาบันพระบรมราชชนก รับผิดชอบด้านการเตรียมการพัฒนาหลักสูตรและการเตรียมการด้านการประสานแผนการผลิต
  2. มอบกองทันตสาธารณสุข เตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการจัดทำข้อเสนอขอแก้ไขกฎหมาย
  3. มอบกลุ่มบริหารงานบุคคล พิจารณาเรื่องตำแหน่ง ความก้าวหน้า และการจ้างงาน
  4. สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ เป็นแกนประสานการจัดประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประสานการดำเนินการในเรื่องนี้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อไป

ความคืบหน้า ล่าสุดทันตแพทยสภา ได้ตอบรับและเห็นชอบกับบทบาทใหม่ของทันตาภิบาล เมื่อ 23 กพ 2550 โครงสร้างของสบช เป็นกลุ่ม ฝ่าย การพัฒนาหลักสูตรอยู่ในกลุ่มของ Dr Lilly ดังนั้นการต่อรองหลังๆได้เชิญ สปสช เพื่อรับทราบเกี่ยวกับความต้องการของผู้ซื้อบริการ (สปสช) ว่าต้องการบุคลากรเท่าไร ซึ่งมีทันตาภิบาลเป็นหนึ่งในองค์กรประกอบนั้น

ความก้าวหน้า

  1. สบช ทำร่างหลักสูตร และประสานแผนการผลิต ลุล่วง และตั้งธงจะรับนักศึกษาในปี 2553 และเมื่อสบช เริ่มรับนักศึกษาทันตาภิบาล 4 ปี เมื่อเริ่มเปิดการเรียนการสอน
    1. เราจะมี job นักวิชาการทันต 4 ปี ได้ ด้วยปัจจุบัน กพ มอบอำนาจให้อกพ กระทรวงแล้วให้สามารถปรับรายละเอียดในแท่งของทันตาได้ ซึ่งจำทำให้ทันตาภิบาลเดิมที่มีประกาศทันตาสี่ปี และมีปริญญาตรีสาขาที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าแท่งนวกได้ (จากการสำรวจของชมรมทันตาเมื่อสองปีที่แล้ว มีทันตาที่จบ ปริญญาและปรับลงได้ มีวุฒิ สุขศึกษา สาธารณสุข ทันตสาธษรณสุขของมสธ สักร้อยกว่าคน) และเมื่อพิจารณาแล้วว่าคุณสมบัติครบก็จะมีการประชุมและเปลี่ยนแท่ง โดยใช้เลขที่เดิมของตัวเอง ไม่ต้องสอบ
    2. สำหรับคนกลุ่มใหม่ก็จะเป็นพนักงานราชการและอยู่ในแท่ง นวก ตามข้างต้น

การประสานแผนการผลิต ประสานกับ ม บูรพา และ ม อุบล ณ ปีแรก รับ 100 คน และรับร้อยคนไป 3 ปี และมีทันตาสองปีอีกสองร้อยคนต่อปี อีกสามปี เพื่อไม่ให้คนขาด เมื่อรุ่นสี่ปีจบก็จะเลิกผลิตทันตาสองปี

ประเด็นปัญหา สบช เปลี่ยนผู้บริหารใหม่ (สมควร หาญพัฒนาชัยกุล) ผู้บริหารใหม่นำเรื่องการผลิตทันตาภิบาลไปผูกกับ Mega project ซึ่งแนวโน้มการใช้งบประมาณ mega project น่าจะใช้ไปในการพัฒนาโรงพยาบาลตำบล ความเป็นของพี่ศิริชัยคือใช้งบปกติดำเนินการได้ และขอให้เริ่มรับทันตาสี่ปี มิถุนายน 2553 ซึ่งจะทำให้ทันตาภิบาลเดิมของเรา สามารถปรับวุฒิและโตได้ในเลขตำแหน่งของตนเอง

ขอให้สนับสนุนการผลิตทันตาภิบาลสี่ปี และขอให้เร่งรัดการผลิตทันตาสี่ปีให้เริ่มดำเนินการได้ในปี 2553

แผนพัฒนา PCU ปัจจุบัน สนยได้ทำเรื่องประมาณการคาดการกำลังคนด้านต่างๆ เราได้ทำแผนไปแล้ว่า 10 ปี เราได้คาดการว่าในปี 2560 ควรมีทันตาภิบาล 8,000 คน โดยเราต้องการลักษณะทันตาภิบาลเป็น ป ตรี เป้าหมายในการทำงานของทันตาภิบาล จะต้องทำงานที่ PCU กลุ่มเป้าหมายในการบริการ คิดตามแผนทันตสาธารณสุขของประเทศ เด็ก 6 ขวบ 100%  ต่อไปเป้าหมายในการทำงานนี้จะเป็นเป้าหมายในการตรวจราชการของผู้ตรวจได้ หากมีทิศทางการทำงานที่ชัดเจน ในปี 2560 จะเป็นผลงานด้านทันตสาธารณสุขชัดเจน

กลุ่มคนที่จบการศึกษานี้จะสอดรับการขับเคลื่อนนโยบายหลักของรัฐมนตรี คือ

สบช เอาเรื่องทันตาสี่ปีไปผูกโยงกับ Mega project  ของสบช ซึ่งอาจทำให้โอกาสเกิดความล่าช้าในการดำเนินการ ทำให้ไม่สามารถเริ่มผลิตในปี 2553 ได้

หอพัก

ความจำเป็นในการลงทุน การเรียนการสอนโดยเฉพาะยูนิตทันตกรรม

ยุทธศาสตร์(ร่าง) ระยะหนึ่ง  1400 คน 600 ล้าน

อ่านแล้วเครียดมั้ยคะพี่น้อง......... มีอีกค่ะ

ที่                                                                                                                                             ชมรมทันตาภิบาล

                                                                                                                                               

                                                                                                                                               

 

                                                            วันที่   มีนาคม 2552

 

เรื่อง                       ติดตามความก้าวหน้าการผลิตทันตาภิบาลสี่ปี และขอให้เร่งรัดการผลิตทันตาสี่ปีให้เริ่มดำเนินการได้ในปี 2553

เรียน                       ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

อ้างถึง    สธ 0205.33/784 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2547

 

                                ปี 2747 ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้มีจดหมายสั่งการ มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมการเพื่อแก้ปัญหาขวัญและกำลังใจในการทำงานของทันตาภิบาล และพัฒนาศักยภาพทันตาภิบาลจากผู้ปฏิบัติที่เน้นการทำงานหัตถการป้องกันการเกิดโรค เป็นนักวิชาการทันตสาธารณสุขที่มีความสามารถในการทำงานเชิงรุก การปรับพฤติกรรมประชาชน และงานส่งเสริมสุขภาพ และมีสามารถด้านวิชาการในการวินิจฉัยโรคมากขึ้น ด้วยลักษณะการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพทางทันตกรรมต้องมีการนำสารเคมีเข้าไปในร่างกายคนไข้ จึงควรทำด้วยเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถทางวิชาการระดับปริญญาตรี เช่นเดียวกับสาขาข้างเคียงอื่นๆ และได้มีการมอบหมายให้สถาบันพระบรมราชชนก รับผิดชอบด้านการเตรียมการพัฒนาหลักสูตรและการเตรียมการด้านการประสานแผนการผลิต

                                สถาบันพระบรมราชชนกได้ทำจดหมายหารือทันตแพทยสภา เพื่อก