เชื่อและศรัทธาว่า แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นเครื่องมือแห่งความหวังของตนเองและคนในชุมชน

เกือบๆ จะสามโมงเช้าของวันที่ ๑๘  มีนาคม ๒๕๕๒  ผมออกเดินทางจากสำนักงานพร้อมๆ กับทีมงานของกองส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย  โดยมีเป้าหมายไปสู่การดูพื้นที่ในเขตอำเภอกันทรวิชัย-โกสุมพิสัย-วาปีปทุม ...


การลงพื้นที่ในครั้งนี้  เป็นการช่วยงานกองส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย  เพราะหน่วยงานดังกล่าว  กำลังต้องการเก็บข้อมูลหมู่บ้านต่างๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาความยั่งยืนของชุมชน  อันเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  ด้วยเหตุที่ผมเป็นคนไปโน่นมานี่บ่อยๆ  เข้าทำนองว่ามีเครือข่ายชุมชนอยู่บ้าง  เลยต้องเป็นพี่เลี้ยงพาทีมงานดังกล่าวลงพื้นที่อย่างว่าเล่น

พื้นที่แรกที่เราเลือกลงไปพบปะพูดคุยเลยก็คือ

บ้านดอนมันหมู่ ๑๓  ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย
จ.มหาสารคาม
  ซึ่งอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยฯ เพียงไม่ถึง ๗  กิโลเมตร  มีประชากรในราวๆ ๑๕๐ คน จาก ๔๒ ครัวเรือน


<p>บ้านดอนมัน  ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยให้เป็นหมู่บ้านเมื่อปี  ๒๕๒๑  มีผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว ๒ คน คือนายสัง  วงศ์วอและนายยัง  วงศ์วอ  ส่วนคนล่าสุดนั้น มีสถานะเป็นกำนันไฟแรง กำลังมีชื่อเสียง เป็นที่จับตามองอย่างมาก นั่นคือ นายอดิศร  เหล่าสะพาน ..
</p>


กำนันอดิศร  เหล่าสะพาน : หัวเรือใหญ่ของการขับเคลื่อนชุมชน


ปัจจุบันบ้านดอนมัน มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะหมู่บ้านพัฒนาตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง  เป็นหมู่บ้านต้นแบบของการพัฒนาแบบพึ่งพาตนเอง  รณรงค์การเป็นหมู่บ้านปลอดเหล้า ปลอดอบายมุข  สมานฉันท์ ฯลฯ  จนสถาบันต่างๆ ก้าวเข้ามาเชิดชูเกียรติอย่างหลากหลาย  ซึ่งในแต่ละวัน  มักมีผู้คน หน่วยงานสัญจรเข้าออกศึกษาดูงานอยู่อย่างเนืองๆ

ผมมาหมู่บ้านแห่งนี้หลายครั้งหลายครา  บางครั้งมาเยี่ยมเยียนนิสิตที่จัดกิจกรรมอยู่ในหมู่บ้าน  บางครั้งมาเป็นวิทยากร  และบางครั้งก็มาเยี่ยมเยียนตามอัธยาศัย 


ผมชื่นชอบและศรัทธาวิถีการเป็นผู้นำที่ผูกพันกับท้องถิ่นของพ่อกำนันอดิศร เหล่าสะพาน ยิ่งนัก  เพราะครั้งหนึ่งท่านเคยเป็นครู กศน. แต่ก็ตัดสินใจลาออกมาอย่างไม่ลังเล  เพราะต้องการที่จะพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง  โดยเชื่อและศรัทธาว่า แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นเครื่องมือแห่งความหวังของตนเองและคนในชุมชน


ทุกวันนี้ หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอย่างชัดแจ้ง  มีผักปลอดสารพิษ  ผลิตปุ๋ยชีวภาพ เลี้ยงไก่บ้าน เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา  เลี้ยงโคเนื้อ  เลี้ยงกบ  เลี้ยงจิ้งหรีด  เพาะเห็ด ปลูกผักสวนครัว (รั้วกินได้)  อย่างครบครัน  เรียกได้ว่าเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง และกำลังเดินทางสวนกระแสสังคมทุนนิยมอย่างน่าจับตามอง 


<p>ทุกวันนี้  บ้านดอนมัน กลายเป็นสถานที่ที่นิสิตจากมหาวิทยาลัยฯ พาเหรดเข้ามาศึกษาเรียนรู้อย่างเนืองแน่น  เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยฯ ก็ขยับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับกระบวนการขับเคลื่อนให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง  และกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีคุณค่าต่อชีวิตและสังคม 
</p>


<p>ล่าสุดนั้น พ่อกำนันฯ  บอกกับผมว่า ..กำลังจะขับเคลื่อนให้หมู่บ้านเป็นฐานเรียนรู้ในเรื่องสมุนไพร  โดยใช้ครัวเรือนและพื้นที่ทำกินของปราชญ์ต่างๆ ในหมู่บ้านเป็นฐานการเรียนรู้ ผูกโยงไปสู่การจัดการศึกษาแบบบูรณาการในท้องถิ่น</p>



พื้นที่รองรับการศึกษาดูงาน และลานเสวนาของคนในชุมชน

และนั่น  คือสิ่งที่ทางชุมชนต้องการให้ภาคีต่างๆ  ได้ก้าวเข้ามาช่วยขับเคลื่อน และหนุนส่งให้มีกระบวนการจัดการความรู้ให้ชัดเจนเป็นระบบ เพื่อนำไปใช้ต่อ (knowledge Asset)  อย่างเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด  เพราะถ้าทำได้เช่นนั้น ก็เท่ากับว่า  ในละแวกนี้จะมีพื้นที่คุณภาพทางการศึกษาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแห่ง


การจำหน่ายผลผลิตให้กับกลุ่มผู้ศึกษาดูงาน



 

ผมปวารณาตนว่ามีอะไรช่วยเหลือได้บ้างก็ยินดี ... รวมถึงการฝากฝังให้กองส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย ได้ลองคิดโจทย์ของการมาช่วยขับเคลื่อนฐานการเรียนรู้ดังกล่าว  เป็นเสมือนการแบ่งปันความรู้ (knowledge Sharing)  เพื่อนำไปสู่การสร้างต้นทุนให้เกิดต่อสังคม ซึ่งโชคดีอาจค้นพบองค์ความรู้ใหม่ๆ ...การเรียนรู้ใหม่ๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นคุณประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและสังคมด้วยก็เป็นได้

 

แต่ที่แน่ชัดและน่าสนใจอย่างไม่ต้องกังขาเลยก็คือ  ชุมชนแห่งนี้ คือชุมชนนักปฏิบัติ  มีการจัดการความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ  ควรค่าต่อการศึกษาวิจัย ถอดเป็นความรู้  เพื่อเป็นแนวทางให้ชุมชนอื่นๆ ได้ศึกษาอย่างกว้างขวาง

 

ซึ่งประเด็นนี้  ผมยังแซวว่า จะอาสาลงพื้นที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับบ้านดอนมันสักเล่มสองเล่ม  เน้นการถอดความรู้จากประสบการณ์ของนักปฏิบัติในชุมชน หรือองค์กรของชุมชน  โดยเล่มแรกออกในแนวสารคดีสั้นๆ  ส่วนอีกเล่มก็เป็นฉบับการ์ตูน  เสร็จแล้วก็ใช้เป็นแบบเรียนในท้องถิ่นไปในตัว...

หรือไม่ก็ให้เยาวชนได้อ่านได้คิด หรือได้ร่วมเขียนเรื่องราวชุมชนของตนเอง รวมถึงการมอบหนังสือให้แม่และพ่อได้ถือกลับไปยังบ้านของตัวเอง  เพื่ออ่านการ์ตูนเรื่อง
หมู่บ้านของเรา  ให้ลูกตัวเล็กๆ ได้ฟังก่อนนอนทุกคืนๆ  จะได้เป็นการปลูกฝังให้เด็กเกิดภาวะสำนึกรักบ้านเกิดตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

 

 

นั่นเป็นความฝันของคนฝันเรื่อย-เรื่อยอย่างผม
แต่ไม่เฉพาะบ้านดอนมันเท่านั้นทีผมฝันอยากจะทำเช่นนี้
หากแต่หมายถึง ทุกหมู่บ้านที่อยู่รายรอบมหาวิทยาลัย  และรวมถึงบ้านเกิดเมืองนอนของผมเองด้วยเช่นกัน

 

มันเป็นความฝัน..
ที่ผมรู้ตัวดีว่า  ฝันเรื่อย-เรื่อย แต่ไม่ ลมๆ แล้งๆ อย่างแน่นอน

เพราะอย่างน้อยในขณะนี้  ผมก็กำลังเขียนประวัติหมู่บ้านอันเป็นที่รักของผมแล้ว...