บนเส้นทางของการแสวงหา พวกเราย่อมรู้ดีว่า ความก้าวหน้านั้นขึ้นอยู่กับว่าเรา “รู้ตัว” ได้บ่อยแค่ไหน? เห็นความใหญ่ของตัว Ego หรือไม่?

สืบเนื่องจาก Comment ของหลายๆ ท่านในบันทึกที่แล้ว ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจในการเขียนบันทึกต่อเป็นตอนที่สอง ดังต่อไปนี้ . . .

         จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมพบว่าคราใดก็ตามที่สติเราว่องไว เราก็จะรู้สึกได้ถึง อัตตาตัวตน  ที่มีอยู่อย่างท่วมท้นในตัวเรา ท่านเองเคยสังเกตบ้างไหม? ว่าในหลายๆ ครั้งแค่เพียงคำพูดไม่กี่คำก็นำความชอกช้ำมาสู่ใจของเราได้ง่ายดายนัก ทั้งนี้เป็นเพราะเจ้าตัว Ego ของเรารู้สึกว่ามันถูกทำร้าย มันกำลังตกอยู่ในอันตราย และมันก็ทำให้เราทุกข์ขึ้นมาได้โดยไม่รู้ตัว 

         บนเส้นทางของการแสวงหา พวกเราย่อมรู้ดีว่า ความก้าวหน้านั้นขึ้นอยู่กับว่าเรา รู้ตัว”  ได้บ่อยแค่ไหน? เห็นความใหญ่ของตัว Ego หรือไม่?  เห็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจในขณะนั้นหรือไม่?  ใครก็ตามที่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้น มองว่ามันเป็นผลอันเกิดมาจาก เหตุปัจจัย ไม่มีตัวตนอะไร? ของใคร? อยู่ตรงนั้น หากแต่เห็นว่าเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการเกี่ยวเนื่องกันของ เหตุปัจจัย ที่มากมายและหลายหลากเท่านั้น

         หากเห็นได้เช่นนั้น ตัวบุคคล จะกลายเป็นเพียงปัจจัยหรือองค์ประกอบ (เล็กๆ) อย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่มีใครให้เราโกรธ ไม่มีใครให้เราเกลียด หรือหากการฝึกฝนก้าวหน้า ผมว่าบางทีเราอาจจะมองไม่เห็น ตัวบุคคล  ที่อยู่ตรงหน้าหรือว่าไม่เห็น Ego ของเราด้วยซ้ำไป (ตรงนี้คิดเอา ยังไม่มีประสบการณ์ตรง) หรืออาจจจะก้าวหน้าไปถึงสภาวะที่เห็นว่า ทุกอย่างเป็น ความว่าง (สุญญตา) คือว่างจากอัตตาตัวตน ว่างจากตัวบุคคลเราเขา หากแต่ว่ามิได้ ว่างเปล่า  อย่างที่เราเข้าใจกัน เป็นการเห็น ความเชื่อมโยง”  ที่ทำให้สรรพสิ่งทั้งหลายกลายเป็นหนึ่งเดียว (Wholeness, Oneness)” อย่างที่ทางเต๋าใช้คำว่า ได้พบกับเต๋า หรือที่ชาวคริสต์พูดว่า ได้กลับมาสู่อาณาจักรของพระเป็นเจ้า แล้วก็ได้ !!