ผมมีข้อสังเกต (ไม่ทราบว่าผิดหรือเปล่า) ว่าราชการมีวัฒนธรรมปิด มีความลับเยอะ มีเอกสารที่ประทับตราปกปิดมาก โดยที่หลายครั้งเมื่อถามว่าทำไมต้องปกปิดก็ตอบไม่ได้ชัด ที่แน่ชัดคือถือปฏิบัติต่อๆ กันมา
วัฒนธรรมปิดนี้แสดงออกภายในองค์กรด้วย คือต่างหน่วยที่ห้องทำงานอยู่ติดกันยังไม่รู้กันว่าอีกหน่วยหนึ่งกำลังทำงานสำคัญๆ เชิงริเริ่มอะไรบ้าง
กว่า ๒๐ ปีมาแล้ว ผมไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยในอินโดนีเซีย เพื่อสร้างเครือข่ายวิจัยธาลัสซีเมีย ไปที่หน่วยวิจัยหน่วยหนึ่ง เขาขอปรึกษาวิธีการอย่างหนึ่งที่เราเก่งแต่เขายังทำไม่เป็น พอไปที่อีกหน่วยหนึ่งที่อยู่ห้องติดกัน เขาแสดงผลงานเรื่องที่ถูกถามพอดี ผมจึงดวงตาเห็นธรรม ว่าในสังคมที่วิชาการไม่ค่อยก้าวหน้า นักวิชาการในสถาบันเดียวกันจะเอาแต่แข่งขัน ไม่มุ่งร่วมมือกัน ไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน ในขณะที่เมื่อผมไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาหรือญี่ปุ่น ผมจะเห็นความร่วมมือข้ามหน่วยข้ามศาสตร์ เพื่อค้นหาวิธีการหรือความรู้ที่รุดไปข้างหน้าสู่ขอบฟ้าวิชาการหรือความรู้ใหม่
ผมมีนิสัยส่วนตัวที่ชอบความเปิดเผย และชอบทำงานแบบเปิดออกสู่การรับรู้ ร่วมมือ กับภายนอกหน่วยงาน เพราะผมเจียมตัวเจียมใจว่าเรียนมาน้อย ความรู้น้อย จึงต้องหาทางเรียนรู้แลกเปลี่ยนกับคนเก่งๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เก่งกว่าเรา
ชีวิตแนวนี้ ให้ประโยชน์มาก ทำให้เราไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ทำให้เราเคลื่อนสู่แนวทางสร้างสรรค์ง่าย สิ่งที่จริงๆ แล้วไม่น่าจะทำได้ ก็ทำได้ และหลายๆ ครั้ง ได้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ ผมคิดว่า นี่คือพลังเคออร์ดิค ซึ่งจะต้องทำงานในระบบเปิด
ผมทำงานกับ “คณะกรรมการ” จำนวนมาก ยิ่งนับวันก็ยิ่งเห็นว่าคณะกรรมการเหล่านี้จะต้องหาวิธีทำงานสร้างสรรค์ ไม่ตกอยู่ในวงจรการทำงานแบบ routine ตามที่ปฏิบัติต่อๆ กันมา และต้องหาทางใช้พลังสร้างสรรค์ที่อยู่นอกคณะกรรมการด้วย ซึ่งที่จริงในหลักการจัดการสมัยใหม่เรียกว่า มี networking นั่นเอง
สมัยเด็กๆ ผมเคยจดโคลงสุภาษิตโลกนิติจำนวนมาก เอาไว้ท่องเตือนใจตนเอง บทหนึ่งว่าดังนี้
รู้น้อยว่ามากรู้ เริงใจ
กลกบเกิดอยู่ใน สระจ้อย
ไป่เห็นชะเลไกล กลางสมุทร
ชมว่าน้ำบ่อน้อย มากล้ำ ลึกเหลือ
คำว่า ชะเล พิมพ์ถูกแล้ว แปลว่าทะเลนั่นแหละ
ลองคิดให้ดีๆ เถิดครับ สุภาษิตนี้สอนให้เราทำงานในระบบเปิด ยิ่งถ้าเอาสุภาษิตนี้ + วิธีการ เคออร์ดิค จะยิ่งเกิดพลังของระบบเปิดอย่างเหลือคณา นี่คือความท้าทายยิ่งต่อ กพร. ที่มีภารกิจปฏิรูประบบราชการ ถ้าราชการยังมีวัฒนธรรมปิดอย่างเดิม การปฏิรูประบบราชการก็จะอยู่แค่ระดับผิวๆ เท่านั้น
ระบบปิด ความสร้างสรรค์น้อย และเกิดยาก ระบบเปิด เกิดความสร้างสรรค์ง่าย
วิจารณ์ พานิช
๖ มี.ค. ๕๒
เขียนผิดไปหน่อยครับ
ไป่เห็นขะเลไกล ครับ
ไม่ใช่ ไปเห็น.....ไป่=ไม่ครับ
ไม่คยเห็นทะเล.....ไม่ใช่...ไปเห็นทะเล
ขอบคุณคุณกลกบครับ ที่ช่วยแก้คำว่า ไป่ ตอนผมพิมพ์ก็พิมพ์ว่า ไป่ แต่คนเอาลง บล็อก คงจะคิดว่าผิด จึงแก้เป็น ไป
วิจารณ์