ตกหลุมรัก น้ำใจคนไทย อิอิ

       สวัสดีค่ะ ทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ วันนี้ปุ้ยอยากเล่าเรื่องราวที่น่าชื่นชมสำหรับคนไทยอีกหลายๆคนที่ยังมีน้ำใจกันอยู่ เรื่องที่จะเล่าสู่กันฟังก็เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างการขึ้นรถเมล์นี่แหละค่ะ ที่กล่าวมาแบบนี้ อย่าเข้าใจผิดว่าปุ้ยว่าคนไทยไม่มีน้ำใจหรือมองโลกในแง่ร้ายอะไรนะคะ-*-แต่ด้วยความเป็นเด็กต่างจังหวัดเพิ่งเข้ามาเรียนใน กทม (3 ปีที่แล้วล่ะ เร็วจริง!!) ตอนนั้นปุ้ยยังขึ้นรถเมล์ไม่เป็นหรอกค่ะ ไม่รู้ว่าไปไหนสายอะไร นั่นไม่เท่าไหร่ เราสามารถถามคนอื่นได้ แต่วิธีการยืนบนรถเมล์ยังไงให้ทรงตัวให้ได้เวลารถเมล์เบรกนี่สิ ปัจจุบันก็ยังล้มบ่อยๆเลยค่ะ *-* ที่จะเล่าไม่ใช่ว่าคนบนรถเค้าไม่ช่วยเรานะคะ แฮ่ๆ แต่มันคือการแบ่งปันที่นั่งบนรถเมล์ ให้แก่เด็ก คนชราและผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอ อาจเป็นเพราะปุ้ยไม่ค่อยได้ไปไหนหรือเปล่าที่ไม่ค่อยเห็นภาพการสละที่นั่งของสุภาพบุรุษมากนัก ส่วนใหญ่ที่เห็นก็คือ คุณผู้ชายบนรถเมล์นั่งหลับ คุณผู้หญิง และคุณตา คุณยาย โหนรถเมล์ร่างกายก็โยกไปตามการเลี้ยวการเบรกของอารมณ์คนขับรถ แรกๆที่มาอยู่กรุงเทพ ยอมรับเลยค่ะว่า คิดว่าคนกรุงไม่มีน้ำใจเอาซะเลย ใจร้ายจัง เจอบ่อยๆก็ชินตาเหมือนกันค่ะ กับสภาพบนรถเมล์แบบนั้น ยิ่งเป็นตอนเย็นแดดร้อนๆ ผู้คนเพิ่งเลิกงาน รถก็ติด ปกติมากๆที่จะเห็นภาพนั้น... แต่ก็มีเหมือนกันนะคะ ที่คุณสุภาพบุรุษลุกให้คุณยายนั่ง วันไหนถ้าเจอคนใจดีบนรถเมล์นะ มันจะรู้สึกดีมากๆเลยค่ะ รู้สึกเหมือนตกหลุมรักคุณคนนั้น ^^ ตกหลุมรักในน้ำใจของเขา แต่ถ้าวันไหนปุ้ยได้มีโอกาสเป็นคนสละที่นั่งบ้างยิ่งรู้สึกดีกว่า เหมือนเราได้ทำความดีเล็กๆน้อยๆ แต่สิ่งที่ตามมาคือความสุขใจ เมื่อโอกาสมาให้ทำ ทำไมเราจะไม่รีบคว้าล่ะ ใช่มั้ยค่ะ   และล่าสุด วันศุกร์ที่ผ่านมา ปุ้ยได้ไปเรียนที่ศาลายา ตอนกลับรามา ก็เย็นอยู่เหมือนกัน คนในรถเมล์ก็เยอะอยู่เหมือนกัน แต่ก็ได้เห็นคุณชายหนุ่มสละที่นั่งให้คุณผู้หญิงตั้งหลายคนแน่ะ ดีใจจัง โอ้ย ตกหลุมรักอีกแล้วล่ะ อิอิ

         ใครขึ้นรถเมล์บ่อยๆลองใช้วิธีคิดแบบนี้ดูก็ไม่เสียหายนะคะ ลองมองมุมดีๆของสังคมเราดู ปุ้ยรู้สึกว่ามันมีความสุขที่ได้เห็นค่ะ แต่จะสุขใจยิ่งกว่าถ้าคุณได้ลองทำ ถือว่าสะสมความดีประจำวัน ทำดีวันละนิดจิตแจ่มใสนะคะ 

        ^^ ใครมีเรื่องราวน่าประทับใจในสังคมมาร่วมแบ่งปันใจชื่นใจกันค่ะ^^