السلام عليكم ورحمة الله

الحمد لله نحمده ونستعينه ونستغفره

เช้านี้เป็นครั้งแรกที่ผมละหมาดญะมาอะฮฺในท่ายืน อย่างที่ผมได้เขียนไว้แล้วในบันทึกก่อนนี้ ไม่ว่าผมจะอยู่ในสภาพเช่นไร ผมก็ละหมาดตลอด แม้แต่ในห้องไอซียู แต่ถึงกระนั้นก็ตามแม้ว่าจะมั่นใจว่าการละหมาดนั้นสมบูรณ์แล้วก็ยังอยากละหมาดเหมือนคนปกติ

เมื่อวันเสาร์ไปร่วมกับงานร้อยรักร้อยใจของนักศึกษา ป.บัณฑิต ตอนเย็นก็ไปบ้านแม่ยาย เข้าห้องน้ำ อาบน้ำละหมาดเพื่อที่จะละหมาดอัศริ พอออกมากภรรยาก็บอกว่า มามา(แม่)กำลังรอละหมาดด้วย ก็แปลกใจเล็กน้อยเพราะผมยังไม่ได้ละหมาดในท่ายืนจะนำท่านได้อย่างไร เมื่อคิดอีกที ยืนได้ เดินได้ ขับรถได้ แล้วทำไมละหมาดท่ายืนไม่ได้ เพียงแต่ขาของผมยังงอไม่ได้ ก่อนหน้านี้เวลาละหมาดก็จะนั่งละหมาดอาจจะเป็นนั่งบนเก้าอี้หรือนังกับพื้นในลักษณะเท้าเหยียด แต่เมื่อจะนำละหมาดขอยืนละหมาด ก็ทำได้อัลฮัมดุลิลาฮฺ ละหมาดได้ปกติเพียงแต่ขาข้างขวาเวลานั่งต้องเหยีดออกไป และการนำละหมาดในวันนั้นก็ผ่านไปด้วยดี อาจจะเจ็บบ้างตรงหัวเขาและตอนงอขา คิดว่าเป็นธรมดาของคนไม่ได้ละหมาดท่านี้มาเกือบปีต้องมีเจ็บบ้าง

วันนี้ ลุกไปละหมาดศุบฮฺที่มัสยิด ก็เป็นปกติของผม ละหมาดอิชาอฺกับศุบฮฺ จะพยายามไปละหมาดญะมาอะฮฺให้ได้ เพราะจำได้ว่าสมัยเรียน ปี 1 เคยทำฮาลาเกาะฮฺกับอธิการบดี(ตอนนั้นท่านทำ ป.โท อยู่) ท่านอ่านหะดีษ และย้ำว่า ละหมาดญะมาอะฮฺอย่าพยายามละมัน โดยเฉพาะละหมาดศุบฮฺกับอิชาอฺ นบีบอกว่าแม้แต่คลานไปก็ต้องทำ วันนี้ผมก็ไปละหมาดที่มัสยิดตามปกติ ระหว่างรอละหมาดได้พูดคุยกับอิมาม หลายเรื่อง เมื่อถึงเวลาเวลาลุกละหมาดผมบอกว่าวันนี้จะไม่นั่งละหมาด (ผมจะมีเก้าอี้วีลแชร์ตั้งบนมัสยิด เวลาละหมาดก็จะนั่งบนเก้าอี้นี้) จะยืนละหมาดแต่ขอข้างขวาของผมห้ามใครมายืนชิดต้องเว้นที่ไว้สำหรับขาผม ก็ละหมาดไปด้วยดี อัลฮัมดุลิลลาฮฺ จะเจ็บเข่าบ้างก็ปกติ พอรอกะอัตที่สอง ลูกชายของอิมามเข้ามาละหมาดในมัสยิดและมายืนข้างขวาผม แต่ไม่กังวลอะไรคิดว่าถึงเวลาคงทำได้ จริงอย่างที่คิดพอถึงเวลาสุญูด ต้องยืดขาขวาไปข้างหลังนิดหนึ่ง ก็สุญูดได้ พอละหมาดเรียบร้อย ดุอา วิริดเสร็จ ผมก็สูญูดชุกูรที่ทำให้ผมละหมาดปกติได้แล้ว...

 

สองคนนี้ตอนนี้เวลาละหมาดมีสภาพเหมือนกัน
(เวลาละหมาดห้ามคนมาชิดข้างขวาเด็ดขาด)

(รูปนี้เอาจากบันทึกของ อ.จรุวจน์)