"ฉัน" ในที่นี้คือคนที่เล่าเรื่องนี้ เรื่องราวความเป็นไปของเรื่องก็เริ่มจาก...ฉันได้รู้กับคนๆนึงทาง msn เขาจะออนไลน์เฉพาะวันอาทิตย์ แรกๆก็รู้สึกเฉยๆคุยก็ได้ไม่คุยก็ได้ แต่พอคุยกันได้สักพักก็เริ่มรู้สึกว่าอยากคุยกับเขามากขึ้น ก็ตั้งตารอวันที่เขาจะออนไลน์ พอถึงวันอาทิตย์ ภารกิจอย่างหนึ่งของฉันก็คือนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อรอเขาคนนั้นออนไลน์ ได้คุยกับเขาทำให้ฉันรู้สึกดีมาก เขาเป็นคนคุยสนุก มีความคิดและสอนฉันในบางเรื่อง เขาเป็นคนที่ชอบเรื่องรถมาก ชอบการแข่งรถ ฉันถามเขาว่าเป็นเด็กแวนส์รึเปล่า เขาบอกว่าไม่ช่ายแต่ถ้าเธออยากเป็นเด็กสก็อยเขาจะเป็นเด็กแวนส์ให้ ฉันก็นึกขำและมีความสนใจอยู่ในที และทำให้ฉันสนใจเขามากขึ้น ฉันและเขาได้คุยกันมาระยะหนึ่ง เราก็เปลี่ยนจากการคุย msn มาคุยโทรศัพท์ ฉันตื่นเต้นมากเลย พอได้คุยโทรศัพท์กับเขา ฉันรู้สึกว่าเขาขี้เล่นมากไป กวน(ตี...)นิดๆ และก็ชอบทำให้ฉันหัวเราะ ซึ่งโดยส่วนตัวของฉันแล้วจะเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยมีอารมณ์ขัน ฉันคิดว่าเพิ่งคุยกันไม่นานไม่น่าจะหัวเราะสนุกสนานมากจนเกินไป มันไม่เหมาะสม แต่ก็คิดว่าจะคุยกับเขาต่อไป คุยโทรศัพท์กับเขาไปเรื่อยๆ ก็คิดว่าเขาไม่เหมือนใคร เขาพยายามที่จะส่งผ่านความสุข ความสนุกของเขาที่มีมายังเรา ซึ่งมันสัมผัสได้จากการที่คุยกัน จากที่ไม่เคยได้หัวเราะเสียงดังเวลาถูกใจเรื่องใดก็ได้หัวเราะออกมา และเขาเป็นคนที่ฉันคุยโทรศัพท์ด้วยนานที่สุดมีอยู่ครั้งนึกคุยกันนาน 6 ช.ม. ต่อเนื่องกัน (คุยไปได้ไง?) เมื่อคุยกันสักระยะหนึ่ง เราก็คิดว่าจะเจอกัน ตอนนั้นก็กล้าๆกลัว เพราะมีข่าวมาเยอะกันคนที่แชทกันแล้วมาเจอกัน แต่ในความรู้สึกส่วนลึกของฉันบอกว่าเขาก็เป็นคนดีคนนึง มีความจิงใจ จึงคิดว่าลองดูสักครั้ง เราจึงนัดเจอกันที่เดอะมอลล์บางกะปิ (24 ม.ค. 51) ซึ่งคิดว่าในห้างคนเยอะเขาคงจะทำอะไรเราไม่ได้หรอก เจอกันวันแรกฉันก็แสดงความเป็นตัวของเองเต็มที่ พูดเสียงดัง หัวเราะดังๆ แล้วฉันก็แอบสังเกตพฤติกรรม และแววตาซึ่งบอกความรู้สึกของขาได้เป็นอย่างดี (ดวงตาเป็นหน้าต่างของจิตใจ) เขาเป็นกันเอง คุยเหมือนกับตอนที่คุยโทรศัพท์กัน เจอกันครั้งแรกฉันว่าเขาโอเคเลย แล้วเราก็คุยกันมาเรื่อยๆ และตกลงที่จะคบกัน
ชีวิตของเขาน่าสงสารมากเลยทีเดียว เขาต้องทำงานไปเรียนไป ในตอนแรกที่ฉันและเขาตกลงที่จะคบกัน เขาบอกว่าเขาและฉันไม่ควรคบกันหรอก เราสองคนมันต่างกัน "คุณเรียนพยาบาลฐานะที่บ้านก็ดีถ้าพ่อกับแม่คุณรู้คงไม่พอใจหรอก" ฉันก็ว่าอย่างนั้น แต่ฉันบอกเขากลับไปว่า พ่อกับแม่นะไม่รู้หรอก เพราะฉันไม่กล้าบอก และคิดว่าเราจะคบกับใครที่ดีๆ และจิงใจสักคน มันมองกันที่ตรงไหนหรอ ฐานะ? อาจช่าย แต่เขาไม่ได้รวยและทำให้ฉันมีความสุขเวลาได้คุยกับเขา เวลาเจอเขาฉันมีเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขทุกครั้ง แล้วฉันจะเลือกคบเขามั้ย ฉันก็ตอบตัวเองว่า ฉันเลือกที่จะคบเขา เลือกที่จะมีรอยยิ้ม เลือกที่จะมีความสุขเวลาอยู่ใกล้เขา เขาได้ทำให้ฉันได้เจอสิ่งใหม่ๆในชีวิต เขาได้ทำให้ฉันได้เป็นเด็กสก็อยในบางเวลา (ถ้าพ่อกับแม่รู้ฉันตายแน่)แต่เราก็ยังอยู่ในขอบเขตของความปลอดภัย เราใส่หมวกกันน็อกทุกครั้ง เขาจะสอนทุกเรื่องจากประสบการณ์ของเขา เขาชอบแต่งรถมอเตอร์ไซต์ ชอบอ่านหนังสือรถ ชอบตกปลา เขาก็ได้สอนเรื่องต่างๆเหล่านี้กับฉันด้วย ฉันก็ฟังๆ (แต่ไม่ค่อยชอบเท่าไรหรอก)แต่ทำอะไรที่มีเขาทำด้วยแล้วมันสนุกดี ฉันเลยเหมาๆเอาว่าชอบด้วย เวลาที่เราคบกันก็ปีกว่าๆแล้ว ไม่มีหรอกนะที่หวานๆ จนน้ำตาลเรียกพี่ เขาจะมีสไตร์ของเขาไม่เน้นคำพูด แต่จะกระทำให้เห็น แต่ก็ไม่ได้มีความสุขแค่อย่างเดียวหรอกนะ ก็มีเสียใจบ้าง ปะปนกันไป ชีวิตได้รสชาติดี >>>ไว้ติดตามต่อ<<<
ความประทับใจของฉันกับใครคนหนึ่ง ตอนที่1
ความประทับใจของฉันกับใครคนหนึ่ง ตอนที่1
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูกานท์ · 16 มี.ค. 2552
กันยารัตน์ · 16 มี.ค. 2552
หมอจิ้น · 16 มี.ค. 2552
โอ๋-อโณ · 15 มี.ค. 2552
Anuroj48 · 15 มี.ค. 2552
กรี๊ดดดดดดดด
โรแมนติกมากค่ะ
งั้นวันนี้ก้อคงออนเอ็มอยู่แน่เลย
จารอติดตามนะคะ
โอ้โห
แตกมีมุมโรแมนติกด้วยแหะ
จะติดตามนะ
ว้าวๆ ญาติคนนั้นหรือป่าวจ้ะแตง 5555
อิอิ
โรแมนติกจัง
รักกันมากๆนะคะ
แล้วจะติดตามต่อค่ะ
เป็นเรื่องที่โรแมนติกน่าประทั[ใจมากเลยอ่า อยากรู้จังเขาเป็นใครน๊า ^^
ติดตามตอนที่ 2 อยู่น๊า
ผู้หญิงคนนี้
ยังได้อีกอ่ะ *__*
โรแมนติกมากๆ...มีความสุขมากๆนะจร๊ะ