หลายวันมานี้มีคนหลายคนตั้งคำถามกับโจทย์วิจัยใหม่ของผมที่เสนอ สกว. ในชุดโครงการมาเลเซียนัยสำคัญต่อไทย ว่ามันเกี่ยวอะไรกับสาขาวิชาความเชี่ยวชาญของกระผม เพราะถ้าฟังชื่อแล้วจะมีคีย์เวิร์ดอยู่คำสองคำครับ คือ เด็กและสังคมพหุวัฒนธรรม ดูแล้วมันออกไปทางสังคมวิทยา มากกว่าจะเป็นศึกษาศาสตร์ หลายคนถามแต่ไม่ตอบครับ วันนี้ท่านรองคณบดีฝ่ายวิชาการฯ ถามเองเลยว่า ทำไมออกนอกสาขาวิชาอีกแล้ว ฮือ เลยต้องตอบครับ คำตอบผมคือ คำว่า "สังคมพหุวัฒนธรรม" สำหรับเด็กในประเทศมาเลเซียเกิดขึ้นครั้งแรกที่ไหน เด็กอยู่ที่บ้านเกิดพหุวัฒนธรรมแล้วยัง ในชุมชนเกิดแล้วยัง คำตอบคือ ยังครับ ยังเป็นวัฒนธรรมเดียวอยู่ สังคมพหุวัฒนธรรมแรกของเด็กเกิดขึ้นครั้งแรกที่โรงเรียน ดังนั้นเกี่ยวข้องกับศึกษาศาสตร์ที่ผมสอนแล้วยัง และสอดคล้องกับสาขาวิชาที่จบมาหรือเปล่า ผมจบสาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ฮิฮิ ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารครับผม

จริงๆ เหตุผลง่ายๆ คือ ถ้าเขียนหัวข้อวิจัยชัดๆ ไปทางการศึกษาแล้วจะหาคนสนับสนุนทุนทำวิจัยยากครับ ดังนั้นต้องทำให้ชื่อวิจัยมันไปเกี่ยวกับคนที่จะให้ทุนทำด้วย

แต่วันนี้ที่เสียดายมากๆ คือ ยังไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงระดมทุนของบ้านโสร่งเพื่อต่อเติมมัสยิดเลยครับ วุ่นมากสองวันนี้ ตั้งใจว่าเมื่อตอนเย็นมานี้จะไปร่วมงานครับ ปรากฏว่า เตาฟิกเกิดไม่สบายอีกแล้ว เลยต้องรีบพาไปหาหมอ อาการไม่หนักครับ แค่หวัดธรรมดาๆ แต่เพราะสามวันต่อจากนี้ผมต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่หาดใหญ่ เลยต้องจัดการให้เรียบร้อยเสียก่อน ออกไปถึงตลาดก็นึกได้ว่าวันนี้วันอาทิตย์ คลินิคปิดหมดเลยครับ จึงต้องใช้บริการร้านขายยาแทน ได้มาสามขนาดครับ ลดน้ำมูก แก้ไอ และลดไข้ ที่สังเกตเห็นตั้งแต่เมื่อคืน คือ ไอนี้ค่อนข้างมากครับ เลยสงสารมาก

อีกกิจกรรมหนึ่งของวันนี้คือการไปประชุมผู้ปกครองครับ โรงเรียนของอิลฮามจัดประชุม ดีที่มาจัดกันที่มหาวิทยาลัย คุมสอบเสร็จเกือบเที่ยง นึกว่าจะไม่เข้าร่วมแล้ว แต่ลองโทรไปถามทีมงานดู เขาบอกว่ากำลังถึงประเด็นสำคัญพอดี เข้ามาประชุมเลยครับ ฮิฮิ เข้าไปถึงเจอประเด็นสำคัญจริงๆ คือ กำลังเสนอชื่อกรรมการชมรมผู้ปกครองพอดี ทำไงดี นั่งเงียบๆ ดีกว่า แต่แล้วก็โดนจนได้ครับ มีคนเสนอชื่อผมไปจนได้ แต่ด้วยความเกรงใจครับ บอกไปว่า เอาผมออกก็ได้เพราะสามชื่อที่ผ่านมานั้นเป็นอาจารย์ มอย.ทั้งหมดเลย น่าจะให้คนอาชีพอื่นบ้าง ถ้าดูสัดส่วนกรรมการในชมรมนี้จะเห็นได้ว่า อาจารย์และบุคลากรของมอย. ส่วนใหญ่ส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนนี้ แต่ไม่เป็นผลครับ แถมครูใหญ่เรียกชื่อให้เป็นคนนำขบวนผู้ที่ถูกเสนอชื่อขึ้นไปโชว์ตัวบนเวทีด้วย แหม่ ประเด็นสำคัญจริงๆ

มีข้อเรียกร้องจากผู้ปกครองหลายข้อมากครับ แต่รอบนี้ฟังดูผมว่าเป็นบวกครับ ผมเองไม่พูดอะไรครับ เพราะฟังหลายคนพูดแล้วตรงใจผมแล้ว แต่ผมว่ามีข้อเรียกร้องสำคัญๆ สองข้อครับ คือ เรื่องการสอนอัลกุรอานและเรื่องการฝึกการละหมาด ผมว่าอันนี้สะท้อนภาพความต้องการของการจัดการศึกษาแก่เยาวชนในสามจังหวัดได้เป็นอย่างดีครับ และดีว่านี้คือ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่ผู้ปกครองเรียกร้องสิ่งนี้ได้ง่ายและตรงไปตรงมา ในขณะที่โรงเรียนก็สามารถรับข้อเสนอได้ง่าย ผมคิดเล่นๆ ว่า ข้อเสนอแบบนี้ถ้าเป็นโรงเรียนรัฐ คงไม่ได้ยินข้อเสนอ หรือหากมีข้อเสนอแบบนี้ การรับปากจากโรงเรียนก็คงยากครับ

หนึ่งปีผ่านไปของอิลฮามในโรงเรียน ผมยกนิ้วให้คุณครูประจำชั้นของอิลฮามครับ คือ ครูสามารถนำเสนอปัญหาของอิลฮามได้ถูกต้องตามที่ผมสังเกตเห็นทุกประการเลย ในสมุดรายงานอิลฮาม ครูเขียนปัญหาได้แบบตรงจุดเลยครับ ซึ่งผมก็เอาข้อปัญหาที่ครูรายงานมานี้แหละครับ ทำเป็นข้อเสนอแนะกลับไปยังคุณครูๆ ก็เอาไปทดลองใช้ และสามารถแก้ไขปัญหาของอิลฮามได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งเทอมสองของอิลฮามไม่มีปัญหาอะไรเลย (อัลฮัมดุลิลลาห์)

ปัญหาเดียวที่มีคือการสื่อสารระหว่างผู้ปกครองกับครูของลูกๆ ครับ ปีที่แล้ว ภรรยาผมได้ไปนั่งคุยกับครูของลูกเพียงสองครั้งเองครับ แต่ระยะหลังมาครูหาวิธีการสื่อสารได้ดีขึ้นครับ โดยการโทรศัพท์มาคุยเลย ฮือ ได้ผลครับ

ปัญหามีครับ แต่ถ้าเรียนรู้ปัญหา เราก็แก้ไขมันได้ครับ