• สืบเนื่องจากเรื่องคุยกับอาจารย์จุฬาฯ เมื่อวานนี้ เจอเรื่องดี ๆ ก็มากเรื่องบ้า ๆ บอ ๆ ก็เยอะ จับใจความได้อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนหนึ่งมองว่า มหาวิทยาลัยไม่ค่อยมีบทบาทอะไรในสังคมขณะนี้ จะมีนักวิชาการจำนวนหนึ่่ง เต้นแร้งเต้นกาเสนอหน้าขาประจำ เที่ยวคุยโขมงไปตามเรื่องที่ตนสันทัดแก่กรณี เรียกว่าหน้าเดิม ย้ำรอยเดิม เป็นที่รู้กัน ก็ว่ากันไป
  • กลุ่มที่ 2 จับกลุ่มเสนอโครงการ แนวคิดเชิงวิชาการ เพื่อเสนอแนะรัฐบาล สื่่อ และสังคมทั่วไป ซึ่งก็เป็นเรื่องดี แต่หัวข้อที่ทำนี่สิ โหลยโท่ยเต็มที เช่น การท่องเที่ยว เป็นต้น หัวข้อนี้ผมคิดว่ามืออาชีพเขาคิดเขาทำเป็นปัจจุบันอยู่แล้ว มีสาระ เงื่อนไข กลเม็ดเด็ดพรายมากกว่าอาจารย์ที่อยู่แต่ในตำรากับห้องแอร์มากนัก แทนที่จะทำควรออกไปเรียนรู้เสียบ้าง ถ้าเลือกทำในประเด็นที่มีความสำคัญต่อสังคมจะดีมาก การจับกลุ่มกันทำกระจิบ ๆ น่าเสียดาย เสียเวลา เสียงบประมาณ เสียความไม่รู้ตัวเอง แบบนี้น่าจะกลับไปเลี้ยงหลานดีกว่า
  • กลุ่มที่ 3 นั่งนินทาคนอื่นยันป้าย ใครทำอะไรที่ไหนในประเทศนี้ไม่ดีหมด ไม่เข้าตา ไม่เข้าใจ ดิฉันสักอย่าง น่าจะคิดเหมือนดิฉัน ทำเหมือนดิฉันจึงจะเวิร์ค นี่ก็เริ่ด แต่โหลทางสติเต็มที สังคมวิชาการ บ้านเราก็เป็นอย่างที่เล่านี้แหละครับ แต่ละกลุ่มเต้นอยู่บนพื้นฐานอะไรก็ไม่ทราบ ดูมันไม่ทันกิน ไม่ทันเรื่อง ไม่ทันการเอาเสียเลย ประเทศอื่นเขาวิ่งผ่านไฟท้ายลิบ ๆ  ตัวเองยังออกมายืนโบกรถคอกหมู.. เมื่อไหร่มันจะทันกินละต๋อย.. ปัญหาบ้านเมืองเราเป็นเหมือนบัวแล้งน้ำ ไม่รู้จะไปพึ่งวิชาการของใคร สถาบันใด สถาบันที่ผมเรียนรับเป็นเ้จ้าภาพคลี่คลายปัญหาบ้านเมือง ก็ยังมีคนค้อนควัก ทำให้ผมสงสัยว่า.. สังคมไทย.. คนไทย.. กำลังตกอยู่ในขุมที่เท่าไหร่ จะสูญพันธุ์ไหมนี่่
  • โลกกำลังเปลี่ยนแปลงในอัตราเร็วขึ้น ท่านพระอาจารย์ไร้กรอบสอนผม แต่ละวันเคลื่อนย้ายปัญหา เล่นแร่แปรธาตุ ใช้วาจามากกว่าใช้สมอง สุดท้ายผมก็โดนเข้าจังเบอเร่อ..

“แล้วครูบาคิดอย่างไร”

เมื่อมีคำถาม ก็ต้องมีคำตอบสิครับ

1 เราอยู่ในสังคมที่ผิดปกติ ทุกอย่างที่รู้ที่เห็นเป็นเรื่องเสมือนจริง อย่าทึกทักว่าเป็นของจริง

2 ผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไง หายใจเบา  คิดเบา ๆ อยู่ กิน นอน เบา อยู่ในขั้นย่องเบาชีวิต

3 ผมจนปัญญาจนแต้มจริง ๆ เพราะไม่มีความจริงเช่นเดียวกับคนอื่น

4 ยังดีที่มีโลกของตนเอง มีกลุ่มเพื่อนแซ่เฮ ที่พอจะอาศัย เจ๊าะแจ๊ะ ปรึกษาหารือทั้งเรื่องภายในและเรื่องภายนอก เฮไหนเฮกัน แต่ก็ไปเบา ๆ เฮเบา ๆ นะ เราต้องประหยัดทุกเรื่อง ทั้งกายและใจ

5 ยังนึกไม่ออกว่า ถ้าไม่มีคนเข้าใจและจริงใจเข้าก๊วน ก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไร ทำอะไร ทุกอย่างมันคงจืดชืดเป็นน้ำล้างจาน (สมัยก่อนประชดว่าเหมือนน้ำล้างศีรษะคนไม่มีผม)

  • นอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นขึ้นมาบ่น เพื่่อว่าทุกอย่างที่สายตามองเห็นมันเปลี่ยนไปจริงๆ
  • จะซื้อราวตากผ้า เราก้ต้องใช้ความรู้ มีข้อมูลเปรียบเทียบว่าอย่างไหนจะพอเหมาะแก่เรา
  • จะซื้อเตาแม่เหล็กไฟฟ้า ก็ไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะรู้ว่าควรเลือกยี่ห้อไหนดี
  • จะชิมน้ำผลไม้แก้กระหาย น้ำแตงโมอร่อยมาก แก้วละ 60 บาท

แตงโมที่บ้านลูกละ 20 บาท ถ้าเอามาปั่นอย่างนี้ จะได้กี่แก้ว ใช้สูตรไหนบ้าง ผสมอะไรบ้าง ตีแตกเมนูออกไปเขียนเรื่องนี้แล้วนึกถึงครูคิม ถ้าลงมือชวนเด็กเรียนรู้.. เราจะรู้ว่าทุกสิ่งที่เรียนมีเรื่องน่ารู้ ซ่อนอยู่ ร้อน ๆ อย่างนี้ชวนเด็ก ๆ ทำน้ำแตงโมปั่น.. ก็จะเป็นโครงงานที่อร่อยเหมาะแก่ฟ้าดินช่วงนี้ เมล็ดแตงโมที่แกะออก อย่าทิ้งนะ ตากแห้งแล้วเอาไปปลูกต่อ ลูกแตงโมอ่อนแกงเลียง ต้มจิ้มน้ำพริกอร่อยนะ ภูมิปัญญาสมุนไพร จัดแตงโมอยู่ในกลุ่มยาเย็น

เมื่อก่อนผมไอบ่อย.. แต่นิสัยชอบแตงโมมาแต่ไหนแต่ไร มองแตงโมที่ไรตาหวานก็ปรามว่า..แสลงโรคไอนะพ่อ อย่าแหยมเลย โธ่.. ป็นเด็กบ้านนอก.. จะมีผลไม้อะไรละวิเศษเท่ากับแตงโมกลิ้งอยู่กลางไร่ เหนื่อย ๆ ยกมีดผ่าฉั๊วะแบะออกแดงแจ๋ 2 ข้าง กินง่ายกว่าผลไม้อย่างอื่น ผ่าเป็นชิ้นย่อม ๆ ยกขึ้นกัดจมเขี้ยว แหมมันหวานฉ่ำไปถึงใจ สมัยนี้ครกไฟฟ้าราคาถูก ก็ดัดแปลงแตงโมปั่นใส่เกล็ดน้ำแข็ง

เสียบหลอดงอ ๆ ดูดจ๊วบ!..ชื่นใจไปถึงสะดือ

คนบ้าแดด ก็เพ้อเจ้ออย่างนี้ละครับ

แต่น้ำแตงโมปั่นน่าร้อนนี่อร่อยจริงนะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

ถ้าเชื่่อก็มาเลี้ยงสักแก้วก็ได้นะ อิ อิ

รออย่างกระหาย.. หนูจิก็ดีแต่เขียนเรื่องทำขนมอร่อยมาเกทับ

คิดแล้ว หมอจอมป่วนบอกว่า ททท. ทำทันที

อิ อิ อิ อาเหลียงบอกว่าตีรถรวดเดียวจากกรุงเทพถึงเชียงแสน

ทำไมถึงฟิตได้มากมายขนาดนั้น สงสัยแอบกินน้ำแตงโมรึเปล่า

ไปกระบี่  หมอเจ๊คนสวย แซ่เฮ จับตรวจหาสาเหตุหน่อย

จบ..