เมื่อวาน ( 7 มี.ค.2552) ผมได้เข้าร่วมประชุมอบรมพัฒนาครู ไม่มีการตั้งชื่อหลักสูตรการอบรมครับ ผมขอตั้งชื่อหลักสูตรการอบรมตามคำพูดของท่านวิทยากรว่า “แกนนำจิตอาสาพัฒนานักเรียน”
ผู้เข้าประชุมรับได้เพียง 20 คน เท่านั้นครับ มาจากโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม 10 คนและ โรงเรียนชุมชนวัดตากแว้ง 10 คน เพราะมีวิทยากรเพียง 2 ท่าน
ก่อนเข้าประชุมผู้เข้าประชุมก็มึนงงสงสัยครับ ไม่ทราบว่าให้มาเข้าประชุมอบรมเรื่องอะไร อบรมแล้วได้อะไร
แต่หลังจากการประชุมอบรมแล้วมีการประเมินผลจากการสอบถามสมาชิกแต่ละท่าน ทุกท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นการประชุมที่คุ้มค่า มีประโยชน์ นำไปพัฒนาได้ทั้งตัวเอง และ นักเรียน
แกนหลักของการประชุมอยู่ที่ Group Counceling ครับ ด้วยกระบวนการ Dialogue โดยมีวีการอบรมแบบAction learning
หลักสูตรการอบรมให้ครบจริงๆ ต้อง 3 วัน แต่รวบรัดมาให้เหลือเพียงวันเดียว มีขั้นตอนการอบรมดังนี้ครับ
ความรู้ด้านเนื้อหา (บรรยาย)
1. ความแตกต่างระหว่างบุคคล
2. การฟังด้วยหัวใจ (Deep listening)
หลังจากนั้นเป็นการปฏิบัติตามความรู้ ( Action learning)
โดยให้ผู้เข้าประชุมนั่งล้อมวงเป็นวงกลม วงละ 10 คน วิทยากรอยู่ในวงนั้นด้วย โดยท่านวิทยากรให้แต่ละท่านเตรียมออกมาเล่าเรื่องของตัวเอง ดังนี้
1. ดอกไม้หรือสัตว์ที่ตัวเองชอบ พร้อมเหตุผล
2. เป้าหมายในชีวิตของตนเอง
3. ข้อดีของตนเอง
4. ข้อที่ควรปรับปรุงของตนเอง
โดยมีข้อตกลงร่วมกันในที่ประชุมว่า
1. พูดความจริง
2. ฟังอย่างตั้งใจ
3. ชม – แนะนำ อย่างสร้างสรรค์
4. รับผิดชอบร่วมกันในกลุ่ม
5. รักษาเป็นความลับ รู้กันเฉพาะในกลุ่ม
ข้อตกลงนี้ ก็เป็นข้อตกลงอย่างง่ายๆ ของDialogue
หลังจากนั้น ก็ให้เล่าเรื่องของตัวเองที่ละคน ที่เหลือก็ช่วยกันให้ความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์(โยนิโสมนสิการ)
ผมได้เข้าไปร่วมวงกับเขาด้วย บรรยากาศดีมากครับ ทุกคนเมื่อพูดออกมาแล้วก็มีความสุข ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันด้วยประสบการณ์ที่หลากหลาย
หลังจากการประชุม มีปรากฏการณ์ดีๆ เกิดขึ้นครับ
1. ได้สนทนากันแบบสุนทรีย์ครับ (บรรยากาศเป็นมิตร)
2. มีการปรับความเข้าใจกันระหว่างครูบางท่าน
2. มีครูที่กินแหนงแคลงใจกันมาก่อน ยอมรับจะปรับเข้าหากัน
3.คุณครูยอมรับว่าไม่เคยสนใจฟังเด็กมาก่อน ต่อไปจะฟังเด็กให้มากขึ้น
4. บรรยากาศการประชุมจบลงแบบ Happy ending ครับ ผู้เข้าประชุมบอกเวลาน้อยไปหน่อย
หลังจากนี้ คงต้องติดตามผลกันต่อไปครับ ว่ามีการนำประสบการณ์นี้ไปใช้กับเด็กบ้างหรือไม่ เพียงใด อย่างไร
สวัสดีค่ะ
ครั้งนี้ เป็นการอบรมนอกกรอบครับ ผู้เข้าประชุมบอกว่า ก่อนเข้าอบรม ไม่อยากเข้า เพราะเบื่อการอบรม
มีนวัตกรรมนอกกรอบ คุณครูสนใจและยอมรับครับ
เปิดเทอม ผมจะจัดอีก 1 รุ่น ครับ 50 คน
สวัสดีค่ะท่านรองฯ
ด้วยความยินดีครับ ใกล้ๆจัด แล้วผมจะส่งข่าว
มาให้ได้นะครับ
เพราะผมอ่านจากหนังสือ ไม่เหมือนมาเจอของจริงครับ
เป็นวิธีการอบรมทีดีจริงๆครับ...เพราะการอบรมบางแห่งครูเราไม่ฟังกัน..การให้รู้จักฟัง..การยอมรับ..กัน..ทำให้ได้อะไรๆอีกมากครับ
สวัสดีครับ...
น่ายินดีมากครับ ที่วงการการศึกษา พยายามนำเรื่องราวการพัฒนาองค์กร มาใช้หลากหลายรูปแบบขึ้น
ท้ายสุดจากบันทึกผู้เข้าร่วมประชุมบอกว่า "เวลาน้อยไปหน่อย" หมายถึง บรรยากาศการพูดคุย น่าจะมีความสุข และเป็นมิตร
เมื่อวันก่อนผมมีโอกาสได้เข้าประชุมร่วมกับ หน่วยงานแห่งหนึ่ง พูดคุยเรื่องการใช้ Hamanized educ care เข้าไปในวงการศึกษา แบบเป็นนัยๆว่า KM กับ SpD. (Spirituality development) จะถูกพัฒนาไปด้วย มีความคิดว่าจะใช้ KM เป็นเครื่องมือในการรังสรรค์บรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แต่ความคาดหวังนั้นไปไกลกว่าครับ นอกจากการพัฒนาคน พัฒนางาน จุดที่อยู่ไกลที่อยากไปถึง คือ การพัฒนาจิต และเป็นการพัฒนาจากข้างในที่ยั่งยืน...
ประเด็นนี้อยู่ในระหว่างพูดคุย หารือกันครับ คิดว่าเป็นประเด็นที่น่าท้าทายประเด็นหนึ่ง ยังไม่มีการทำลักษณะเช่นนี้ที่เมืองไทย หรือ อาจทำมาแล้วบ้าง แต่ยังไม่แพร่หลายหรือถูกนำเสนอครับ
การถอดบทเรียนผ่านบล็อกของอาจารย์ในครั้งนี้ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาในวงการ การศึกษาด้วยครับ ก็ขอให้กำลังใจในการเขียนบันทึกด้วย
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันครับ
ขอบคุณครับ
ชอบเรื่อง "สุนทรียสนทนา" มากครับ
ออ ได้อ่านหลายเรื่อง และมีการโยงไปถึงฝรั่งว่าเป็นเจ้าของทฤษฎีนี้ แต่ผมเถียงครับ เพราะเรื่องนี้อยู่ในมงคลชีวิต ๓๘ ประการ อยู่ข้อที่ ๓๐ "สนทนาธรรมตามกาล"
โอ้โห...ท่านรอง ไม่ธรรมดานะคะ
ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ค่ะ
การอบรมส่วนใหญ่ ครูเราไม่ค่อยฟังกันครับ
ได้ฝึกการฟัง มีการยอมรับกัน ดีมากเลยครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับสำหรับความคิดเห็นเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์และกำลังใจ
ผมมีโอกาสดีครับ ที่ได้พบกับท่านวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถ และ เข้าใจกัน เป็นวิทยากรจากกรุงเทพฯ ครับ เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และ เป็นคุณหมอ ท่านเก่งมาก ที่ทำให้ครูจากที่เบื่อการอบรม มาประทับใจการอบรม
เป็นการพัฒนาคนจากข้างในครับ
ครั้งต่อไป ประมาณเดือนพฤษภาคม เต็มหลักสูตรครับ 50 คน แล้วจะนำมาเล่าให้ฟังครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ
ผมก็ชอบสุนทรียสนทนามากเหมือนกันครับ
วิธีลัดที่จะทำให้เกิดปัญญาอย่างรวดเร็ว คือ การสนทนาธรรมตามกาล ซึ่งเป็นการบังคับให้ตนเองต้องทั้งฟังทั้งพูด ต้องเป็นนักฟังที่ดี ฟังผู้อื่นพูดด้วยความตั้งใจ ฟังแล้วก็ต้องพิจารณาไตร่ตรองโดยแยบคายตามไปทันที สงสัยอะไรก็สามารถซักถามได้ นอกจากนั้นถ้าตนเองมีความรู้ในธรรมะเรื่องใดก็นำมาพูดเล่าให้ผู้อื่นฟังได้ด้วย
แต่ทั้งหมดนี้จะต้องทำอย่างระมัดระวัง มิฉะนั้นจะเกิดโทษมากกว่าคุณ