เป็นนักเรียนพระปกเกล้าตอนที่๘๓(ระโหยโรยแรงแห่งอิหร่าน๕)

ว่ากันว่าผู้หญิงอิหร่านหลังแต่งงานแล้วดุน่าดู....อิอิ

เราได้ทานอาหารอิ่ม ได้ฟังข้อมูลที่น่าสนใจ ผมพอสรุปได้ดังนี้ครับ

ดูไบเป็นเพียงรัฐๆหนึ่งของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์คือกรุงอาบูดาบี  การเจริญเติบโตของดูไบรวดเร็วมาก หากเห็นภาพการก่อสร้างถนนหนทางและตึกที่ผุดขึ้นอย่างรวดเร็วจะยิ่งทำให้เห็นความทันสมัยของดูไบอย่างชัดเจน ดังนั้นผู้คนที่มีวิชาชีพวิศวกร การออกแบบอาคารบ้านเรือน ตึกสูง หากฝีมือเตะตาผู้ประกอบธุรกิจก็จะมีงานรองรับอย่างสบาย ดังจะเห็นว่าตึกอาคารต่างๆจะมีการออกแบบอย่างสวยงามแปลกตา ตึกที่สูงที่สุดในโลกก็อยู่ที่นี่

ดูไบเป็นศูนย์กลางการค้า เป็นศูนย์กลางของท่าเรือ การท่องเที่ยว การลงทุนและการธนาคารของตะวันออกกลาง รัฐอื่นๆอาจมีรายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบ แต่สำหรับดูไบแล้วเน้นไปที่ภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ทราบว่ามีการตั้งเป้าหมายว่าจะให้มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไม่ต่ำกว่าปีละ ๑๐๐ ล้านคน ซึ่งจะเป็นรายได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจต่างๆในดูไบ แถมยังใจป้ำให้ถือครองหุ้นได้ทั้งหมด เช่น ไทเกอร์ วู๊ด มาลงทุนทำสนามกอล์ฟ  แต่เขาไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินนะครับ ดูไบขายความไว้เนื้อเชื่อใจครับ คุณมาลงทุนเก็บกินผลประโยชน์ไปเลย ๙๐ ปี คุ้มค่าพอแก่การลงทุนหรือไม่ หากคุ้มแล้วลุยเลย...

        สำหรับประเทศไทยได้ซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นอันดับหนึ่ง ขณะเดียวกันได้มีการรับรองตราฮาลาลของสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยได้โอกาสในการส่งไก่ต้มสุกไปขายยังประเทศกลุ่มอาหรับได้ง่ายขึ้น ภาคก่อสร้างก็ได้เข้าไปดำเนินธุรกิจในดูไบมากขึ้น แต่ยังมีปัญหาสำหรับสินค้าเมื่อเจอคู่แข่งจากจีนและอินเดีย เพราะของไทยจะมีราคาสูงกว่า

        ในดูไบมีแรงงานไทยเข้าไปทำงานทางด้านรถไฟฟ้าซึ่งถือเป็นแรงงานฝีมือดี ธุรกิจโรงแรม สปา โดยเฉพาะสปาไทยใครๆก็ต้องการ

พวกเราซักถามปัญหา ซึ่งใช้เวลานานมาก เมื่อได้เวลาพอสมควรก็ลากลับ พักผ่อน

เช้าวันรุ่งขึ้นเราไปทัศนศึกษาชมเมือง เห็นการก่อสร้างตลอดระยะทางที่เราไป เราเห็นความโอ่อ่าของอาคารสถานที่ เห็นอาคารตึกสูงที่สุดในโลกกำลังจะเสร็จ เราไปดูโครงการปาล์มที่มีการถมทะเลเพื่อสร้างอาคารเป็นรูปต้นปาล์ม ไปดูโรงแรมเรือใบ ไปดูห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่ภายในมีอควาเรียมขนาดยักษ์เลี้ยงปลาฉลามวาฬได้ แล้วกลับมาทานอาหารเที่ยงที่โรงแรม จากนั้นก็ไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าที่มีหิมะเทียมสามารถเล่นสกีได้ เรามองว่าดูไบมีความพร้อมในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ และที่น่าสนใจก็คือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่ไม่ไกลจากอิหร่าน แต่ความเจริญทางด้านวัตถุแตกต่างกันอย่างลิบลับ ต่างกันที่อิหร่านมีความเจริญในอดีตคอยค้ำยันอยู่ แต่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โดยเฉพาะที่ดูไบซึ่งเราไปเห็นมา เป็นความเจริญสมัยใหม่ และเป็นเรื่องน่าศึกษาว่าในที่สุดแล้วการอนุรักษ์นิยมแบบอิหร่าน กับเสรีนิยมแบบสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ใครจะมีความสุขมากกว่ากัน

เราเดินทางจากดูไบเมื่อตอนตีสามเศษของวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ กลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพเมื่อเวลาเที่ยงเศษของวันเดียวกัน บอกได้คำเดียวว่าถึงแม้จะเห็นความอลังการของอิหร่านและดูไบ แต่พวกเราก็ยังรักประเทศไทยและรักมากกว่าเดิม....

กลับมาถึงเราจึงสรุปบทเรียนที่ได้จากอิหร่าน ระดมความคิดเห็นจากเพื่อนร่วมกลุ่มจนได้บทสรุป ดังนี้

๑.การศึกษาดูงานสำหรับนักศึกษาหลักสูตรต่างๆล้วนแต่มีประโยชน์หลากหลาย แต่ที่ผ่านมามักจะมีเสียงวิพากย์วิจารณ์ว่าการไปศึกษาดูงานต่างประเทศคือการไปเที่ยว ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากนักศึกษาเองที่เมื่อไปต่างประเทศมักจะพุ่งความสนใจไปที่แหล่งช้อบปิ้งหรือสถานที่ท่องเที่ยว แต่หลักสูตร สสสส.๑ นี้แม้ไม่มีการศึกษาดูงานความขัดแย้งทุกวัน และแม้จะมีที่ให้เที่ยวบ้างก็ตาม แต่มีการกระตุ้นให้นักศึกษาสนใจในเชิงประวัติศาสตร์อิสลามมากจากไกด์ โดยเฉพาะคุณเลอพงศ์ ซาร์ยีด ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ในการทำความเข้าใจในบุคคลต่างศาสนาได้เป็นอย่างดีและทำให้นักศึกษาอยากทำความเข้าใจศาสนาอิสลามมากขึ้นดังปรากฏเห็นจากคำถามที่ระดมถามรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยอิหม่ามโคมัยนี่ เฮาซะห์ ด้วยความสนใจ

๒.สถานที่ท่องเที่ยวที่ไปดูเช่นพระราชวังโกเลสตาน จตุรัสอิหม่าม(พระราชวังอาลิคาปู)เป็นการศึกษาถึงความสามารถในการคำนวณเรื่องเสียงของชาวเปอร์เซีย ความสามารถทางด้านสถาปัตยกรรม ,ความสุนทรียทางด้านศิลปกรรม อย่างหลากหลาย ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตของคนเปอร์เซีย กับภาพของอิหร่านที่เราเคยรับรู้มาก่อนเหมือนกับเมืองที่ตกอยู่ในอันตราย มีระเบิดนิวเคลียร์หรือกำลังพัฒนาประสิทธิภาพยูเรเนียม ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติจนถูกมีมติคว่ำบาตรหลายครั้ง ผู้คนน่าจะเป็นผู้เคร่งเครียด แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่าคนอิหร่านมีน้ำใจ ยิ้มแย้มแจ่มใสกับนักท่องเที่ยว สะท้อนความเป็นมิตรมากกว่าเป็นศัตรูกับคนต่างชาติ

๓.การดูงานที่เมืองกุม การกล่าวต้อนรับของรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยอิหม่ามโคมัยนี่ ทำให้เข้าใจความสำคัญของการความเคร่งศาสนาของชาวอิหร่าน เข้าใจศาสนาอิสลามมากขึ้นแม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่จะนำไปใช้กับสามจังหวัดชายแดนใต้ได้หรือไม่ก็ยังเป็นกังวล เพราะนี่คือนักการศาสนานิกายชีอะห์ แต่สามจังหวัดชายแดนใต้เป็นนิกายสุหนี่ ซึ่งยังคงมีความขัดแย้งกันอยู่ระหว่างสองนิกายดังกล่าว

๔.การปกครองบ้านเมืองของฝ่ายศาสนจักรและฝ่ายอาณาจักรซึ่งมีจุดรวมศูนย์อยู่ที่ผู้นำสูงสุดซึ่งเป็นผู้นำทั้งสองฝ่าย เป็นผลดีต่อการปกครองบ้านเมืองเพราะเป็นการปกครองเมืองที่มีการบริหารด้วยคุณธรรมจริยธรรมซึ่งเป็นการปกครองที่น่าสนใจ แม้จะเห็นว่าสิทธิเสรีภาพของหญิงชาวอิหร่านถูกลดรอนสิทธิมากกว่าประเทศประชาธิปไตย แต่ในเรื่องเดียวกันนี้ฝ่ายศาสนจักรกลับเห็นว่าเขาให้เกียรติผู้หญิงปกป้องผู้หญิงไม่ให้ถูกล่วงละเมิดได้ดีที่สุด

๕.ในส่วนของครอบครัวชาวอิหร่าน การแต่งงานของหญิงอิหร่านมีสิทธิเรียกค่าสินสอดได้ตามความต้องการ และฝ่ายชายไม่ต้องจ่ายค่าสินสอดในตอนแต่ง แต่ถ้าหย่าขาดจากฝ่ายหญิงเมื่อไร ก็จะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าสินสอดตามที่ตกลงไว้  แถมมีการคำนวณค่าของเงินปัจจุบันเทียบกับค่าสินสอดที่เรียกไว้ในอดีต เช่น เคยเรียกไว้ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ เรียล เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว พอมาถึงปัจจุบันค่าของเงินเปลี่ยนแปลงไปก็มีการปรับค่าเงินให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งอาจจะจะเป็น ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ เรียล ฝ่ายชายก็ต้องจ่ายตามนั้น แสดงว่ามีการปกป้องผู้หญิงอย่างแท้จริง เพราะถ้าฝ่ายชายแต่งผู้หญิงไปแล้วขาดความรับผิดชอบในตัวผู้หญิงก็ต้องชดใช้เป็นเงินตามที่ตกลงไว้เดิม และว่ากันว่าผู้หญิงอิหร่านหลังแต่งงานแล้วดุน่าดู....อิอิ

๖.ความเฉียบขาดของกฎหมายส่งผลให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ง่าย และการเคร่งครัดทางศาสนาที่ห้ามดื่มสุรา ห้ามการล่วงละเมิดทางเพศ การไม่ปล่อยให้มีสถานบันเทิง และลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง ทำให้ลดปัญหาอาชญากรรมลงได้มาก

๗.เราเห็นความแตกต่างระหว่างอิหร่านกับดูไบ แต่เมื่อศึกษาข้อมูลลึกลงไปได้พบว่าดูไบนับถือศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่ มากกว่าชีอะห์  ต่างกับอิหร่านที่นับถือนิกายชีอะห์มากกว่า และประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือดูไบ เน้นให้การศึกษาสายสามัญมากกว่าให้การศึกษาด้านศาสนา ต่างกับอิหร่านซึ่งเน้นให้ผู้คนศึกษาด้านศาสนาเพื่อกำกับความดีงาม ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้บริหารหรือประชากรโดยทั่วไป

๘.ชอบใจดูไบที่แม้จะเป็นทุนนิยม แต่ผู้บริหารประเทศกลับคิดเพื่อประชาชน สร้างงาน สร้างความเจริญเพื่อประเทศ ทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจ แต่การดูแลสตรีก็คล้ายกับของอิหร่านเพราะไม่ว่าใครข่มเหงรังแกผู้หญิงจะถูกลงโทษสถานหนัก

        ๙.แม้อิหร่านกับดูไบจะแตกต่างกัน แต่ดูไบก็ไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์อิหร่าน มีชาวอิหร่านเข้ามาทำมาค้าขายในดูไบจำนวนมาก ว่ากันว่าอิทธิพลทางการค้าของอิหร่านเป็นแม่แบบให้ดูไบและประเทศตะวันออกกลางหลายๆประเทศ เพราะอิหร่านเชี่ยวชาญทางการค้ามาก่อนใคร

        ผมขอจบการรายงานการศึกษาดูงานอิหร่าน(เตหะราน-อิสฟาฮาน-ดูไบ)เพียงเท่านี้ ใกล้จะเรียนจบแล้วครับพี่น้อง แต่ผมกับคณะ(ทีมวิชาการรุ่น) ยังมีภาระหน้าที่ในการทำงานวิชาการเรื่องภาคใต้กันต่ออีก ๑ ปี แล้วเราจะนำเสนอข้อเสนอแนะ วิธีการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

การศึกษาดูงานประเทศอิสลามเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ในการคิดค้นหาวิธีการการแก้ปัญหา สำคัญอยู่ที่ว่าไปดูงานแล้วกลับมาคิด ทำตั้งโจทก์ แก้ไข ปัญหาความขัดแย้งในสังคม หรือคิดว่าการไปศึกษาดูงานคือการไปเที่ยว ได้นอนที่ดีๆ ได้กินที่ดีๆ ได้เที่ยวที่ดีๆ ก็พอแล้ว แน่นอนว่าพวกเราไปศึกษาดูงานเพื่อมาทำงานแก้ไขปัญหากันจริงๆครับ

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อัยการชาวเกาะ



ความเห็น (22)

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับท่านอัยการชาวเกาะ
  • อิอิ..ถึงกับระโหยโรยแรงเลยนะครับ
  • ตามมาเก็บเกี่ยวความรู้
  • ขอบพระคุณมากครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ท่านอัยการ

ใช่ที่เคยไปสวนป่าพ่อครูบาหรือดปล่าค่ะ พอดีหนูไม่ได้ไปค่ะ

อ้อยค่ะ
IP: xxx.201.168.175
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

รีบตามอ่านต่อค่ะ สรุปได้ชัดเจนมากๆ ค่ะ เอ บวกบวก อิอิ ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆ เช่นนี้ค่ะ

อ้อย

สวัสดีครับท่านอัยการ

ขออนุญาติออกมาเพื่อนำไปใช้อ้างอิง ต้องทำอย่างไรบ้างครับ

เห็นมีสัญญาอนุญาตสิทธิ์อยู่ครับท่าน

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ..

ยังติดตราตรึงใจกับมิตรภาพไม่หายครับ...

ขอบพระคุณมิตรภาพที่มีให้ ณ สวนป่าฯ

น้องไพตะวันศิลป์
IP: xxx.174.74.255
เขียนเมื่อ 

ได้ไปเที่ยวหลายแห่งและมีความรู้ในการเผยแพร่มีประโยชน์ดีขอบคุณแทนคนไทยที่หาความรู้ทางอินเตอร์เนตทุกคน ( ขอบคุณแบบลูกเสือนะจะ) ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เขียนเมื่อ 

ขออนุญาตท่านอัยการ ตอบคำถามคุณวอญ่านะครับ

ตามที่ระบุไว้ในคำอธิบายของ "ครีเอทีฟคอมมอนส์" นั้น หากชิ้นงานใดติดฉลากสัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แล้ว บุคคลอื่นสามารถนำชิ้นงานนั้นไปใช้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าของ ตราบใดที่การใช้งานนั้นไม่ขัดต่อสัญญาอนุญาตดังกล่าว อย่างกรณีบันทึกนี้ติดฉลากเป็น by-nc-sa คุณวอญ่าสามารถเอาไปใช้ได้เลย เพียงแต่ต้องระบุไว้ในชิ้นงานของคุณวอญ่าว่าเอางานนี้มาจากไหน (ซึ่งก็คือ http://gotoknow.org/blog/islandpk/246266) ไม่เอาไปขาย และงานของคุณวอญ่าเองก็ต้องติดฉลาก by-nc-sa เช่นเดียวกันครับ ไม่สามารถกำหนด "สงวนลิขสิทธิ์" (copyright) ได้ : )

แต่ในบ้านเรา หากขอกันก่อนเป็นธรรมเนียมที่ดีงามเช่นนี้ เจ้าของงานมักไม่ค่อยมีใครหวงหรอกครับ : )

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับท่านสิงห์ป่าสัก

นึกถึงตอนสิงห์ป่าสักขับรถไปภูเก็ตคราวเฮฮา ๔ เลยครับ

สวัสดีครับคุณ berger0123

ผมเคยไปสวนป่ามาก่อนแล้วครั้งหนึ่งครับ และไปคราวนี้อีกครั้ง แสดงว่าคราวที่แล้วได้เจอคุณ berger0123 ที่สวนป่าหรือครับ

อิอิ อ.อ้อยเจอบันทึกนี้หายเครียดละสิ อิอิ

บังวอญ่าอ่านของน้องต้นกล้าได้เลยครับ ชัดเจนดีแล้วครับ

งานของผมส่วนใหญ่เขียนขึ้นเพื่อให้คนอื่นได้เรียนรู้จึงไม่หวง เพียงแต่จะเอาไปทำอะไรขอให้บอกและบอกว่าเอามาจากไหนแค่นั้นแหละ

บังจะเอาบทความไหนไปล่ะ อนุญาตล่วงหน้าสำหรับบังเลย...อิอิ

สวัสดีครับ อ.มนัส

ผมชอบวิธีการทำงานของอาจารย์ ชอบการเลี้ยงลูกของอาจารย์ เพราะในขณะที่คนอื่นสอนลูกให้พูดภาษากลางแต่ผมสอนให้ลูกทั้งสองคนพูดภาษาใต้กับผมเหมือนกัน

โอกาสหน้าคงได้มีโอกาสเสวนากันอีกนะครับ ยินดีต้อนรับ อ.กับครอบครัวหากจะพาน้องแดนน้องดินไปชิมน้ำทะเลครับ

น้องไพตะวันศิลป์

ขอบคุณที่แวะมาพร้อมกับคำชม คนเราสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา เรียนรู้มาก็เอามาถ่ายทอดให้คนอื่นรับทราบต่อความรู้มันก็จะกระจายไปเรื่อยๆ เป็นประโยชน์แก่สังคมครับ

ขอบคุณน้องต้นกล้าที่ช่วยอธิบายแทน

สงสัยเครื่องพีซีผมมีปัญหาผมจัดการตั้งแต่ตอนเย็น เข้าระบบไม่ได้ หน้าจอขึ้นเต็มรูปบ้าง ขึ้นเฉพาะตัวอักษรบ้าง เลยใช้จากโน้ตบุ๊คไม่มีปัญหาครับ

สวัสดีครับท่านอัยการ

คือว่าผมอยากถ่ายเก็บไว้อ่านและบางตอนเอามาอ้าอิงได้ในการพูดคุย หรือเขียนเกี่นวกับเรื่องเหล่านี้ครับท่าน

ได้เลยครับบัง

สำหรับบังผมยินดีครับ...

เอาไปโม้ได้ด้วยว่าอัยการชาวเกาะ พวกผม...ฮ่าๆ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะ

ได้รู้จักท่านอัยการผ่านน้องพอลล่ามานานแล้วคะ วันนี้แวะเข้ามาทักทายรวมทั้งได้เรื่องที่น่ารู้จากการดูงานด้วยนะคะ

เรียนหนักไหมคะ

สวัสดีครับแม่ต้อย

น้องพอลล่าถือแม่ต้อยเป็นต้นแบบในการทำงาน เล่าให้ผมฟังเรื่องแม่ต้อยเหมือนกัน นึกว่าจะได้เจอกันที่ภูเก็ตแล้ว ไม่เป็นไรครับคงได้มีโอกาสเจอกันนะครับ

การเรียนไม่หนักมากแต่ผมหาเรื่องทำให้ตัวเองมีภาระเองครับ มานั่งเขียนบันทึกเล่าให้คนไม่ได้ไปนั่งเรียนได้เรียนรู้กันไปด้วยครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับท่านอัยการ

เรื่องศึกษาดูงาน

จากประสบการณ์ที่รับคณะดูงานจากเมืองไทยมาหลายคณะ ก็มีบทสรุปคล้ายที่ท่านอัยการบอกไว้คือ

ขึ้นอยู่ว่า หลังจากการดูงานว่าจะทำอะไรต่อ

หากได้อะไร ก็จะสามารถนำความรู้ประสบการณ์มาคิดต่อยอดต่อไป

หากกลับมาแล้ว ไม่ทำอะไรต่อกับความรู้ประสบการณ์นั้น ก็ถือว่าไปแล้วไม่ได้อะไร

ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสถวายงานเจ้านายหลายพระองค์ พระจริยวัตรหลายอย่างเป็นแบบอย่างที่ดีในการดูงาน

ผมสรุปเอาเองดังนี้

คือตาดู หูฟัง มือจดบันทึก สมองคิดต่อโดยการซักถามและที่สำคัญลงมือปฏิบัติเองในสิ่งที่ดูงาน.......

ประเทศไทยยังจำเป้นต้องการความรู้ที่หลากหลายและลึกซึ่งเพื่อนนำมาใช้ในการบริหารประเทศ ดังนั้นจำเป้นครับที่การดูงานแต่ละครั้งต้องมีประสิทธิภาพและให้ประโยชน์สูงสุด

ขอบคุณครับ

ขอบคุณท่านอัครราชฑูตมากครับที่มาแสดงความคิดเห็น

แต่ที่ผ่านมาเราก็มักจะเห็นข้าราชการไปต่างประเทศอ้างว่าไปศึกษาดูงานแล้วก็ไม่เคยสนใจอะไรจริงจังสักอย่าง พอดูนานก็บ่น อยากจะไปช้อบปิ้งท่าเดียวก็มีครับ อิอิ แต่หลักสูตรนี้ต้องไปศึกษาดูงานและเน้นเรื่องปัญหาความขัดแย้งในประเทศต่างๆ ในภาคต่างๆ แล้วนำมาศึกษา แต่ที่มีปัญหาของการเรียนแบบผู้ใหญ่ก็คือไม่ชอบทำรายงาน มองว่าการทำรายงานเป็นเรื่องไม่จำเป็น ใหญ่ๆกันแล้ว ทำนองนั้นแหละครับ

ถ้าเราศึกษาดูงานกันอย่างจริงจัง เอาความรู้ที่ได้รับมาช่วยกันแก้ปัญหาประเทศชาติ ความสงบสุขย่อมเกิดขึ้นแน่นอน

เขียนเมื่อ 
  • ครูตามาอ่านตามคำเชิญชวนของท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ค่ะ  ได้เปิดโลกทัศน์ของตนเองในหลายแง่มุม  
  • ขอบพระคุณมากค่ะ

สวัสดีครับครูตา

ขอบคุณที่แวะมาทักทายครับ