ผมได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบโครงการคุณธรรมนำความรู้ ของยุทธศาสตร์ “เมืองตราดน่าอยู่” โดยได้รับจัดสรรงบประมาณมาจำนวนหนึ่ง
ผมนำเสนอแนวทางการเข้าค่ายคุณธรรมที่เน้นโยนิโสมนสิการด้วยกิจกรรมActive learning
(ที่ผ่านมา มักจะมีการเข้าค่ายธรรมะ ที่เน้นศีล สมาธิ ด้วยกิจกรรม Passive learning เป็นหลัก ซึ่งไม่น่าจะสอดคล้องกับธรรมชาติของเด็ก และ เด็กไม่มีโยนิโสมนสิการ)
ผมขอเสนอหลักการของ Active learning ซึ่งนำมาจากข้อเขียนของนางสาวเพ็ญวรา ชูประวัติ ครูภาษาไทย โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี นิสิตดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา ดังนี้ครับ
"Active learning"
Dr.Philip Hallinger ได้สอนในหัวข้อเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งในการปฏิรูปการศึกษาไทยนั้น สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ การสอนโดยยึดนักเรียนเป็นสำคัญ ซึ่งอาจารย์ได้กล่าวว่า การเรียนการสอนนั้น ไม่ว่าจะสอนด้วยวิธีใด ผู้สอนต้องคำนึงถึงให้การเรียนการสอนนั้น เป็น ACTIVE LEARNING
"Active learning" คือการเรียนการสอนที่ผู้เรียนเป็นฝ่ายวุ่นอยู่กับเนื้อหาที่จะก่อให้เกิดการรู้ โดยการพูดคุย การเขียน การอ่าน การสะท้อน หรือการตั้งคำถาม หรือ การเรียนการสอนที่มีความเคลื่อนไหว ใช้ได้ทั้งกลุ่มเล็ก และห้องเรียนใหญ่ ๆ ผู้เรียนอาจทำงานคนเดียวหรือทำเป็นกลุ่มก็ได้ และอาจใช้ในเวลา 2-3 นาที หรือยาวทั้งหลักสูตรก็ได้
ตรงข้ามกับการเรียนแบบ Standard ที่ผู้สอนเป็นฝ่าย active ผู้เรียน passive หรือถ้าเปรียบเทียบอีกอย่างคือ การเรียนการสอนแบบดั้งเดิม เป็นแบบเหยือก เราต้องรินน้ำใส่เหยือก แต่ Active learning ครูต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเป็นฝ่ายสร้างเนื้อหาใหม่ ครูคอยนำทางเพื่อช่วยให้เขาเข้าใจและใช้ข้อมูลข่าวสารนั้นให้เป็นประโยชน์ กล่าวคือ ช่วยจุดตะเกียงการเรียนรู้ของผู้เรียน
ผู้เรียนและการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องเป็นศูนย์กลางของ Active learning
Active learning ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจได้ดีขึ้น และสามารถเก็บกักข้อมูลข่าวสารไว้ในความทรงจำได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพในการพัฒนากระบวนรับรู้ในลำดับที่สูงขึ้น เช่น การแก้ปัญหา และการคิดวิเคราะห์ ใครที่เรียนรู้สำเร็จจากการเรียนการสอนแบบนี้ เขาจะพอใจครูผู้สอนมาก
ครูที่ใช้ Active learning บางครั้งก็ต้องปวดหัวกับนักเรียนที่ไม่สนใจ เวลาที่มีน้อย และการจัดการห้องเรียนให้เหมาะสม
การใช้ Active learning ไม่ได้หมายความว่า ผู้สอนต้องเลิกบรรยาย สามารถบรรยายได้ แต่อาจใช้เวลามากขึ้น เพราะครูต้องหยุดเป็นระยะ ๆ เพื่อให้นักเรียนย่อยสิ่งที่ได้รับฟัง อาจตั้งคำถามให้ตอบ หรือสรุปสาระสำคัญลงในกระดาษคำตอบ หรือเทียบสมุดโน๊ตกับเพื่อน
วิธีการสอนแบบ Active learning ใช้กิจกรรมได้หลายรูปแบบเช่น group discussions, problem solving, case studies, role plays, journal writing, and structured learning groups แต่ถ้าห้องใหญ่ ๆ อาจจัดกลุ่มอะไรก็ยาก การให้เขียน หรือจับคู่กันน่าจะเหมาะสมกว่า
องค์ประกอบพื้นฐานของ Active learning มี 4 เรื่อง อาจใช้ 2-3 เรื่องร่วมกันก็ได้
1. การคุยและฟัง เมื่อนักเรียนพูดถึงเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเพื่อตอบคำถามของครู หรืออธิบายประเด็นบางอย่างให้เพื่อนฟัง เขาก็ต้องจัดแจงและเสริมแรงสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ เมื่อเขาฟัง เราต้องการให้แน่ใจว่ามันเป็นการฟังที่มีความหมาย เรื่องที่เขาฟังเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขารู้ ในห้องเรียน นักเรียนจำเป็นต้องมีเวลาเป็นช่วง ๆ ที่จะพ้นจากการนั่งฟังครูบรรยาย เพื่อดูดซับสิ่งที่ได้ยินและหาความหมายของการฟัง ครูได้ตั้งคำถามก่อนบรรยายที่กระตุ้นความคิดของนักเรียนเพียงพอที่จะทำให้นักเรียนอยากจะค้นหาเพื่อตอบคำถามนั้นบ้างหรือเปล่า
2. การเขียน การเขียนทำให้นักเรียนได้ประมวลข่าวสารใหม่ ๆ ในภาษาของเขาเอง วิธีนี้เหมาะสำหรับห้องเรียนใหญ่ ๆ และกับบุคคลที่ต้องการความเป็นอิสระในการเรียนรู้
3. การอ่าน นักเรียนเกี่ยวข้องกับการอ่านมาก แต่ไม่ค่อยได้รับการแนะนำให้อ่านอย่างมีประสิทธิภาพ แบบฝึกหัดแบบ Active learning เช่น การตรวจเอกสารสรุป การบันทึกย่อสามารถช่วยให้นักเรียนประมวลสิ่งที่อ่านและช่วยให้เขาพัฒนาความสามารถในการเน้นสาระที่สำคัญ
4. การสะท้อนความคิด โดยทั่วไป เมื่อจบการเรียนในแต่ละวิชา นักเรียนก็จะปิดหนังสือออกจากห้องเรียนไป ความรู้จางหายไปจากสมองภายในเวลาไม่นาน เขาไม่มีเวลาสะท้อน ไม่มีเวลาเชื่อมโยงสิ่งที่เพิ่งเรียนกับสิ่งที่รู้แล้ว หรือใช้ความรู้ที่ได้รับไปทำอะไรได้บ้าง การให้นักเรียนหยุดคิดและบอกให้ผู้อื่นรู้ว่าเรียนแล้วได้อะไรบ้าง ก็จะเป็นความรู้สำหรับคนอื่นด้วย หรือแม้แต่การการตอบคำถามประจำวันก็เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดเพื่อจะเพิ่มความสามารถในการเก็บกักความรู้
ห้องเรียนแบบเดิมที่น่าเบื่อหน่าย เราสามารถเนรมิตขึ้นมาใหม่ให้น่าเรียน มีชีวิตชีวาได้ โดยนำ Active learning มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน
หลังจากที่ผมได้เผยแพร่หลักการของค่ายคุณธรรมแบบ Active learning ไป ทั้ง 19 ศูนย์ ฯ โรงเรียน มี 4 ศูนย์แรก ที่เข้าอกเข้าใจและกระตือรือร้นในการเข้าค่ายคุณธรรมแบบ Active learning ส่วนอีก 15 ศูนย์ที่เหลือ ก็คงต้องดูกันอีกที
เมื่อเข้าค่ายคุณธรรมครบทั้ง 19 ศูนย์แล้ว ผมก็จะนำคณะครูทั้ง 19 ศูนย์มาประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีกครั้ง ว่าแต่ละค่ายมีนวัตกรรม Active learning ใดบ้าง
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ ท่าน ผอ.
สวัสดีครับท่าน รอง กระบวนการนี้น่าจะนำไปใช้นอกเหนือจากการเรียนการสอนในโรงเรียนได้นะครับ
แล้วจะนำมาเล่าให้ฟังเป็นระยะๆ ในแต่ละค่ายครับ
ออกกำลังบ้างนะครับ
ผมคิดว่านำไปใช้ได้นอกเหนือจากการเรียนการสอนเลยครับ
การทำเวทีครอบครัวในชุมชน ผมก็ใช้กระบวนการ Active learning นี่แหละครับ
ขอบคุณมากครับ
เย็นนี้ จะไปเดินที่ สวนรถไฟ ให้ปอดขยับ บ้างค่ะ
วันนี้ผมแต่งชุดกีฬามา สปอร์ตเดย์ เย็นนี้จะเล่นวอลเลย์บอล กับสาวๆ ครับ
มาออกกำลังพร้อมกันในตอนเย็นนะครับ
สวัสดีค่ะ
* แวะมาดู Active learning ได้ประโยชน์มากเชียวค่ะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีครับ ต้องขออภัยด้วยที่ไม่ได้มาทักทายและเยี่ยมเยียนเพราะผมมีปัญเรื่องระบบอินเตอร์เน็ท ผมใช้วายเลสตรงจุดที่ผมอยู่สัญญาณไม่ดี ขณะนี้ก็มาใช้ไฮสปีดของพรรคพวกอยู่ครับ
ขอให้สุขกายสบายใจเช่นเดียวกันครับ
แหม ถ้าได้ท่านอาจารย์มาเป็นวิทยากรให้ความรู้คณะครูสักรอบก็ดีนะครับ
เรื่อง Active learning ครูเราหลายท่าน อ่านแล้ว เขารู้ครับ และเขาก็บอกว่าดี แต่เขาไม่มีประสบการณ์เลย และ ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้
ท่านอาจารย์ครับ วันที่ 5 - 6 มี.ค. 52ผมเชิญท่านอาจารย์วรรณี เล็กมณี มาเป็นวิทยากรค่ายคุณธรรมจิตอาสา ที่ตราดครับ
ชื่นชมท่านผูบริหารที่ตั้งใจทำงานค่ะ รับรองถ้าผู้บริหารทุกคนมีความตั้งใจเหมือนท่านลูกน้อง+ครูทุกคนก็จะเต็มที่เช่นกัน รับย้ายครูเพิ่มมั๊ยคะอิอิอิ
สวัสดีครับท่านรองฯ น่าสนใจมาก อยากชมภาพกิจกรรม รูปแบบการดำเนินการ น่าจะทำให้เด็กๆเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข ขอบพระคุณ โชคดีครับ
ผมจะเก็บภาพกิจกรรมมาฝากครับ
(ตอนนี้ ผมยังส่งภาพไม่เป็นเลย จะพยายามหาวิธีส่งให้ได้)
ขอบคุณมากครับ