เข้าวัด

 

      เมื่อสามวันก่อนไปวัดญาณฯมาอีกแล้วครับ  ว่าจะไปเดินกำลังกายและดูนกครับ แต่วันนี้แต่งเนื้อแต่งตัวแปลกหน่อยครับ นุ่งโสร่งพม่าที่ซื้อมาจากด่านเจดีย์สามองค์ เมื่อคราวที่ไปทริปกล้วยไม้น้ำ   โสร่งพม่านั้นยาวกรอมข้อเท้าต่างจากโสร่งไทยอีสานใต้ที่มีอยู่   ทำจากผ้าฝ้ายนุ่งแล้วไม่ค่อยร้อน  ใส่เสื้อผ้าฝ้ายสีขาวคว้าไบนอคและเบิร์ดไำกด์ใส่ย่ามออกไปขึ้นรถ  เจ๊บ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมองยิ้มเล็กๆมา   ไม่เขิน ไม่เขิน ชอบครับการแต่งกายแบบคนตะวันออก

    เหมือนอย่างเคยเดินดูและถ่ายรูปประติมากรรมบัวสี่เหล่า   พี่อุ๊บอกว่าถ้าทางวัดเปิดน้ำพุให้ลองถ่ายย้อนแสงดู  ปลาจะดูเหมือนว่ายอยู่ในน้ำที่มีคลื่น  นั่งทำรูปด้วย Photoshop ไปๆมาๆมั่วๆ

มัสยาพ่นน้ำ หลงแหวกว่ายเริงร่า

ในทะเลวัฏฏะแลไปไม่เห็นฝั่ง

เปรียบบุรุษผู้จะเห็นธรรม

ดั่งบงกชสี่เหล่า

อย่างนี้พอจะเป็นไฮกุได้ไหมน้อ

   วันนั้นนกไม่ได้ดูเดินถ่ายรูปอยู่ในพระปกเกล้าจริยเขตต์ได้ยินเสียงทำวัตรเย็นที่ศาลา มวก.เลยเดินขึ้นไปนั่งกราบพระ  หยิบหนังสือสวดมนต์ทำวัตรเย็นของโรงเรียนทอสีมาเปิดดูเทียบเคียงปรากฎว่าหาบทที่ท่านกำลังสวดไม่เจอเลยไม่ได้สวดครับ   นั่งสงบจิตสงบใจดีกว่า 


      เมื่อจบบทแผ่เมตตาพระและอุบาสกอุบาสิกาดับไฟมืด  นั่งสมาธิ  เวลานั้นมีฟ้าแลบ เสียงลมพัดผ่านใบไม้ หมาเห่าบ้าง เงียบสงบนึุกถึงตอนที่บวชอยู่สำนักปฏิบัติธรรมถ้ำชี จังหวัดเพชรบุรี  "นั่งให้กาย ใจ มันนั่งไปด้วยกัน ไม่หลับตา กำหนดลมหายใจรู้ที่ปลายจมูก เห็นกายในกาย"  คำเหล่านี้ของหลวงพ่อจะคอยบอกเสมอตลอดเวลา ๒๐ วันที่ไปอยู่กับท่าน

   นั่งทำสมาธิเกือบๆสามสิบนาทีน่าจะได้ เกิดเหน็บ ชาที่ขา ไม่อยากเปลี่ยนท่านั่งทนยอมให้นั่งไปด้วยกัน

ใจวอกแว่กไปตลอดที่นั่งทำสมาธิแต่ก็รู้สึกดีใจที่ำได้เข้าวัด วันหลังผมคงต้องมาใหม่ครับ