ตามที่รัฐบาลกำหนดนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2552 และกรอบวงเงินตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2552 ที่ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาไปแล้ว นั้น
โครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ จึงได้รับการอนุมัติวงเงิน 11,011,539,100 บาท เพื่อจัดสรรให้กับนักเรียนทุกคนทั้งรัฐและเอกชน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 โดยจ่ายในสิ่งเหล่านี้
-
ค่าหนังสือเรียน
- ระดับก่อนประถมศึกษา 200 บาท/คน/ปี
- ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 483.20 บาท/คน/ปี
- ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 347.20 บาท/คน/ปี
- ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 365.60 บาท/คน/ปี
- ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 580.00 บาท/คน/ปี
- ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 424.00 บาท/คน/ปี
- ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 496.00 บาท/คน/ปี
- ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 739.20 บาท/คน/ปี
- ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 564.80 บาท/คน/ปี
- ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 560.00 บาท/คน/ปี
- ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 1,160.80บาท/คน/ปี
- ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 805.60 บาท/คน/ปี
- ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 763.20 บาท/คน/ปี
การจัดการโดยจะโอนเงินให้โรงเรียนและให้ครูผู้สอนเป็นผู้เลือกหนังสือเสนอให้คณะกรรมการวิชาการ คณะกรรมการ 4 ฝ่าย (ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนครู ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชน และกรรมการนักเรียน) และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาร่วมกัน และให้โรงเรียนจัดซื้อหนังสือที่มีผู้เสนอราคามาอย่างน้อย 3 ราย โดยใช้บัญชีหนังสือ จาก http://210.1.20.39/new2551/node/107 ตามระเบียบพัสดุโดยเคร่งครัดและให้ใช้ทันก่อนเปิดภาคเรียน 16 พฤษภาคม 2552
-
ค่าอุปกรณ์การเรียน
- ระดับก่อนประถมศึกษา 100 บาท/คน/ภาคเรียน
- ระดับประถมศึกษา 195 บาท/คน/ภาคเรียน
- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 210 บาท/คน/ภาคเรียน
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 230 บาท/คน/ภาคเรียน
การจัดการโดยจะโอนเงินเข้าบัญชีโรงเรียน เพื่อให้ครูนำเงินสดจ่ายให้กับนักเรียนและผู้ปกครองไปจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นต้องใช้ในการเรียนการสอนได้ตามความต้องการให้เหมาะสมกับนักเรียนในแต่ละระดับชั้น
-
ค่าเครื่องแบบนักเรียน (2 ชุด/ปี)
- ระดับก่อนประถมศึกษา 300 บาท/คน/ปี
- ระดับประถมศึกษา 360 บาท/คน/ปี
- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 450 บาท/คน/ปี
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 500 บาท/คน/ปี
การจัดการโดยจะโอนเงินเข้าบัญชีโรงเรียน เพื่อให้ครูนำเงินสดจ่ายให้กับนักเรียนและผู้ปกครองไปจัดซื้อเครื่องแบบนักเรียนคนละ 2 ชุด หากมีเครื่องแบบนักเรียนปกติเพียงพอแล้ว อาจนำไปซื้อเข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า ชุดลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด หรือชุดกีฬาได้
-
ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
- ระดับก่อนประถมศึกษา 215 บาท/คน/ภาคเรียน
- ระดับประถมศึกษา 240 บาท/คน/ภาคเรียน
- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 440 บาท/คน/ภาคเรียน
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 475 บาท/คน/ภาคเรียน
การจัดการโดยจะโอนเงินเข้าบัญชีโรงเรียน โดยให้โรงเรียนนำเงินไปจัดกิจกรรมสำหรับนักเรียน ตามที่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ความเห็นชอบ ดังต่อไปนี้
- กิจกรรมวิชาการ ปีละ 1 ครั้ง
- กิจกรรมคุณธรรม ลูกเสือ เนตรนารี หรือยุวกาชาด ปีละ 1 ครั้ง
- กิจกรรมการทัศนศึกษา ปีละ 1 ครั้ง
- การให้บริการสารสนเทศ /ICT ปีละ 40 ชั่วโมง/คน
อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลสำหรับผู้บริหาร ครู และผู้ปกครองอาจจะมีอยู่บ้าง จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง และโครงการต้อง "ถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม" เป็นที่ตั้ง
อยากให้ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนได้อ่านและเสนอความคิดเห็น โดยเฉพาะแนวทางในการใช้จ่ายเงิน
* เลขาฯกพฐ. สั่งห้ามบินนอกช่วงรับเด็ก หวั่นเป็นช่องโหว่-เข้มบัญชีผีอมเงิน
ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กทม.เมื่อวันที่ 23 ก.พ.52 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมสัมมนา ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ในหัวข้อ “การเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ” ว่า รัฐบาลต้องการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึง ม.6 ดังนั้นจึงขอให้ ผอ.สพท.ทุกคนปฎิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมด้วยความโปร่งใส เพราะท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังถดถอย แต่รัฐบาลก็พร้อมจะสนับสนุนงบประมาณ ที่มากถึง 19,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงฝากให้ ผอ.สพท.ช่วยรณรงค์กับผู้ปกครองที่มีกำลังทรัพย์ และมีจิตสาธารณะที่จะสละสิทธิ์ไม่รับเงินเรียนฟรี 15 ปี เพื่อนำเงินที่เหลือจากการสละสิทธิ์ไปพัฒนาโรงเรียนด้อยโอกาสทางการศึกษา ที่มีอยู่ประมาณ 600 แห่งต่อไป
ส่วน กรณีที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลไม่มีงบฯ ที่จะจัดซื้อชุดนักเรียน ทำให้ต้องเลื่อนการส่งเงินให้กับโรงเรียนเป็นเดือน พ.ค.นั้น รมช.ศึกษาธิการ กล่าวปฏิเสธว่าไม่เป็นจริง และมีขั้นตอนในการโอนงบฯ ทั้ง 5 รายการตามนโยบายเรียนฟรีฯ โดยจะทยอยโอนให้โรงเรียนและจัดสรรให้กับผู้ปกครองต่อไป
ด้านคุณหญิงกษมา วรวรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวย้ำถึงการดำเนินนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ว่า จะต้องไม่เกิดความผิดพลาดใดๆ ซึ่งมี ผอ.สพท.จะต้องรับผิดชอบ จะอ้างว่าไม่รู้เรื่อง หรือไม่เคยเตรียมการมาก่อนไม่ได้ โดยเฉพาะขณะนี้ได้ออกกฎเหล็ก และแจ้งไปยัง ผอ.สพท. และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ถึงหลักเกณฑ์และแนวทางการขออนุญาตให้ข้าราชการไปต่างประเทศ โดยห้ามไม่ให้ผู้บริหารเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะช่วงที่มีการรับนักเรียน ประจำปีการศึกษา 1/2552 ที่จะเริ่มดำเนินการตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี และขอให้ทุกเขตพื้นที่ฯ ตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานนักเรียนว่า มีความเป็นปัจจุบันหรือไม่ หากทราบว่าเขตพื้นที่ฯ ใดมีนักเรียนผี เพื่อรับเงินอุดหนุนเพิ่ม ผอ.สพท.จะต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน
“ทุก ขั้นตอนจะต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะปีที่ผ่านมารู้สึกผิดหวังมาก ที่พบว่ามีการกระทำผิดทางวินัยอย่างโจ่งแจ้ง จนหลายพื้นที่ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนวินัยร้ายแรง ดังนั้นเลยอยากฝากไว้ว่า ผอ.และรอง ผอ.สพท.นั้น กว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ก็ยากเย็นแล้ว ก็ขอให้ทุกคนรักษาตัวให้ได้ตลอดรอดฝั่ง”
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า สำหรับเงินบำรุงการศึกษานั้น หากโรงเรียนมีความจำเป็นต้องเรียกเก็บค่าบำรุงการศึกษาเพิ่ม ก็ต้องเสนอเรื่องให้ ผอ.สพท.พิจารณาก่อน ทั้งนี้จากข้อมูลปีที่ผ่านมา พบว่ามีโรงเรียนประมาณ 200-300 โรง หรือคิดเป็นร้อยละ 10ที่เรียกเก็บเพิ่ม ประมาณ 500-1,000 บาท
ที่มา - สยามรัฐ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552