ทางแก้ก็คงต้องพัฒนาตนเองให้เป็นคนคิดเชิงบวกและมองโลกในแง่ดีให้มากๆ
           มีหลายทานได้เขียนไว้แล้วเกี่ยวกับการคิดใหญ่ๆ  ตัวอย่างดังบันทึกของ อ.หมอวิจารณ์  พานิช

KM (ภาคปฏิบัติ) วันละคำ : 58. คิดใหญ่ ทำเล็ก  แต่สิ่งที่ผมบันทึกเพื่อแลกเปลี่ยนมานี้  ก็เนื่องมาจากการทำงานครับ  ประสบการณ์ตรงที่มักจะพบเสมอๆ ก็คือหลายคนมักจะเป็นคน "คิดเล็กคิดน้อย" คือสนใจ หรือใส่ใจแต่เรื่องปลีกย่อย  เอามาเป็นประเด็นสำคัญ  เรื่องที่เป็นประโยชน์และสำคัญมากกว่ากลับไม่สนใจ (เป็นคำเปรียบเปรยลักษณะของคนนะครับ) 

         ประเด็นนี้มักจะนำไปสู่ความขัดแย้งกันภายในองค์กร   หรือแม้แต่กลุ่มบุคคลเสมอๆ   เพราะว่าต่างเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย   หยุมหยิม  ย่อมส่งผลต่องานไม่ทางใดก็ทางหนึ่งจนได้

         แต่ก็ใช่ว่ามีแต่นักส่งเสริมการเกษตรที่ทำงานใหม่นะครับที่เราจะต้องตระหนัก  และระแวดระวังความคิดของเราว่าอย่าให้เสียเวลากับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ใช่ประเด็นเกี่ยวข้องกับงาน  (แต่หากเป็นเรื่องงานแม้แต่เรื่องเล็กๆ ก็อย่ามองข้ามนะครับ) เรื่องไร้สาระ ก็ขอให้ผ่านไปอย่างเก็บเข้ามาให้รกสมองน้อยๆ ของเราเป็นอันขาด

        ทางแก้ก็คงต้องพัฒนาตนเองให้เป็นคนคิดเชิงบวกและมองโลกในแง่ดีให้มากๆ  เวลาเราทำงานจึงจะไม่เกิดความขัดแย้งในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง  จะทำให้เรากลายเป็นคนที่ไม่น่ารัก  ไม่น่าคบหาหรือเสวนาด้วย   เราจะกลายเป็นคนไม่มีเพื่อนที่ดีๆ   ขาดโอกาสดีๆ ที่มาพร้อมกับความน่ารัก-น่าคบหา-น่าเชื่อถือ    และเมื่อคิดแต่เรื่องไร้สาระแรก็จะขาดพลังในการสร้างสรรค์งานที่ทำอยู่ได้ 

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

วีรยทธ  สมป่าสัก