GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

อยู่อย่างจน ทำตัวจนแล้วจะรวย แม่สอนไว้ (ทำอย่างไรให้รู้จักการบริหารเงินที่ดี)

"เงิน"ทุกคนก็ใช้เป็นกันทุกคน แต่ถ้าเรารู้จักใช้ เราก็จะไม่เดือดร้อน บริหารเงินในกระเป๋าให้ได้นะคะ

ภาพประกอบจากเว็บไซต์ http://portal.bu.ac.th/mybu/funny/index2.php

        ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีวิธีการจัดกับการเงินของตัวเองเลย อย่างเช่นวันนี้นะคะดิฉันได้ไปเดินตลาดนัดหลังมหาวิทยาลัย ก่อนไปดิฉันก็ได้วางแผนแล้วนะคะว่าต้องซื้ออะไร และดิฉันก็จะเตรียมเงินไปให้พอดีกับสิ่งที่เราจะซื้อ คุณเชื่อไหมคะดิฉันก็ซื้อของเกินงบทุกครั้งเลย ถ้าไม่มีก็จะหยิบยืมเงินจากเพื่อนที่ไปด้วยกันเสมอ แต่ดิฉันยืมเงินเพื่อนแล้วก็ใช้คืนเพื่อนทุกครั้งนะคะ นอกจากนี้ดิฉันยังมีแหล่งเงินที่ให้ตัวเองได้หยิบยืมใช้ได้ตลอด นั่นก็คือบัตรเครดิต มีแล้วก็อดใจไม่ไหว รูดตลอด... ไปช๊อปปิ้งที่ไหนก็ ไม่พลาดกับการใช้บัตรเครดิตทุกครั้งไป สุดท้ายของเดือนก็ต้องมาชดใช้หนี้ตามระเบียบ
         แหล่งเงินกู้ สินเชื้อ บัตรเครดิต ก็มีให้เราเลือกใช้บริการหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Aeon OK-แคปปิตอล อีซี่บาย หรือเฟริสช้อย เป็นต้น ที่จริงมีมากมายหลายบริษัทนะคะ แต่จำได้ไม่หมด
        เพื่อนๆพี่ๆที่ทำงานก็ติดนิสัยการใช้เงินแบบลืมตัวเช่นกัน ใช้เงินแบบเกินตัว บัตรทุกบริษัทบางคนมีเกือบครบเลยนะคะ จนตอนนี้ปัญหาที่ตามมาให้เพื่อนๆพี่ๆที่ทำงานต้องเครียดก็เรื่องหนี้สินที่ตัวเองได้สร้างไว้ ถึงการถวงหนี้บริษัทหลายๆบริษัท นั่นก็เป็นเพราะว่าเราไม่มีการวางแผนในการใช้เงินที่ดี ไม่มีการจัดการเงิน
        จากที่ดิฉันได้เสนอบทความนี้มา ก็เพื่อที่จะขอความรู้และความคิดเห็นจากอาจารย์ ว่าอาจารย์มีข้อคิดในการจัดการ การบริหารเงินอย่างไรบ้างที่จะมา พัฒนาเงินในกระเป๋าของเรา สิ่งที่อาจารย์บอก อาจารย์สอน ดิฉันจะนำไปปฏิบัติคะ
        ในส่วนที่อาจารย์แนะนำมาดิฉันจะเล่าสู่ให้เพื่อนๆพี่ๆทำงานปฏิบัติตามที่อาจารย์สอนนะคะ


ดิฉันขอขอบคุณที่ให้คำแนะนำล่วงหน้าคะ
หมายเหตุ เงินทุกคนรู้จักและใช้เป็น แต่ถ้าเราไม่รู้จักใช้ปัญหาก็จะตามมา

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 24408
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 16
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (16)

เวลาผมไปซื้อของกลับเพื่อน ผมมักให้เพื่อนซื้อ แล้ว ขอยืมไปใช้ก่อน ประหยัดดีครับ
เราก้อเหมือนกัน

จริงแล้วการมีบัตรเครดิต โดยส่วนร้อยละ 80% ช่วงต้นทุกคนรู้จักและใช้เป็นแต่ผ่านไปมักจะใช้เพลินกว่าจะรู้ตัวหนี้เยอะเต็มวงเงิน

    ถ้าหากรู้จัก บริหารการใช้ บัตรเครดิต ถือว่ามีประโยชน์มาก

ครับ

 

จงประหยัดและอดออมไว้ใช้เมื่อจำเป็น...Need but don't want

ต้องแบ่งสันปันส่วนให้ได้น่ะครับ อย่าช๊อปเพลิน เดี๋ยวจะช๊อตสรุปซื้อไรต้องคิดก่อน แต่ผมก็เป็นบ่อยเหมือนกัน ก็มันอยากได้นิครับ (บางครั้งก็ควบคุมตัวเองไม่ได้)

เมื่อก่อนก็เป็นเหมือนกันค่ะมีทุกบัตร ทำให้เราดูเป็น"คนมีเครดิต"และก็ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เป็นหนี้รุงรัง โทรศัพท์ก็ใช้เกินโรโมชั่น ทำให้เกิดการทวงถาม จนกลายเป็น"คนไม่มีเครดิต"แต่ตอนนี้ก็คิดได้ เหลือแค่บัตรATMธรรมดา แล้วก็ใช้หนี้จนหมดแล้วแต่ขอบอกว่า3ปี นานมากค่ะ และก็ไม่สามารถทำบัตรใหม่ได้เพราะเราทำ"เสียเครดิต"พอผ่านมาได้ ก็รู้ว่าเราสามารถอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีบัตรใดๆก็ได้ ตอนนี้ก็สร้างเครดิตใหม่ แล้วก็ไม่ยืมทรัพย์ อยากได้อะไร ก็รอ อย่างเดียวเก็บตังค์เอา นานหน่อยแต่ได้ชัวร์ ยีนส์ 2450 ก็ซื้อได้โดยที่ไม่ต้องหยิบยืมใคร ภูมิใจกว่าเยอะ

เหมือน ชีวิต จริงเราเลย เอามันทุกบัตร อิอิ มีวัยนะ ชัยน้อยๆ มายเปงรัยมั้ง แต่อย่าตามจัยตัวเองก็แล้วกัน รูดปืดรูดปืด รูดหน้าใส จายหน้าซีด นะครับ พ่อแม่พี่น้อง จาก อุนตร้าแมน เบบี้

ไม่ใช่อยู่อย่างจน แต่อยู่อย่างพอเพียง

ใช้เงินแต่พอดี เป็นหนี้แต่พอดี (ถ้ามีกำลังจะจ่ายคืน) ถ้าไม่มีก็ไม่ควรเป็นหนี้

การทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตัวเองนี้ดีมาก บางคนอาจจะคิดว่าทำไปทำไม ทำไปเงินก็ไม่ได้จะงอกเงยขึ้นมา - ไม่ได้งอกเงยก็จริง แต่มัน จะช่วยให้เราไม่สุรุ่ยสุร่ายได้ เป็นการควบคุมรายจ่ายได้อย่างดีทีเดียว

ส่วนเรื่อง Credit Card - ก็ไม่ได้จะมีแต่ข้อเสีย ส่วนตัวเราว่ามีแต่ข้อดีมากกว่า

1) Credit card สามารถป้องกันเงิน Short ของรายบุคคลได้ เช่นเรามีรายรับเดินนี้ 8,000 บาท แต่ รายจ่ายเรา 10,000 - เงินเราจะ Short 2,000- เราก็ไปเอามาจากบัตร Credit อะแหละ ไม่ต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบ - อีกอย่างถ้าเราจ่ายคืนภายใน Cycle 25 วัน เราก็ไม่ต้องเสียดอก

2) เป็นการสร้าง Credit ดีให้ตัวเอง - เป็นต้นว่าถ้าอยู่ต่างประเทศ เช่นอเมริกา - ประเทศอเมริกาถือว่า คนมีหนี้คือคนรวยอันนี้เป็นเรื่องจริง แต่ต้องเป็นหนี้ดีนะ เราต้องส่งครบตามกำหนดทุกงวด - ถ้าเรามี Credit ดีแล้ว บางธนาคารอาจอนุมัติให้ Crdeit Card วงเงินเป็นล้านให้คุณก็ได้

3) Credit Card ทำให้เรารู้จักระมัดระวังการจับจ่าย ต้องจำไว้เสมอว่า ไม่มีอะไรในโลกเป็นของฟรี เมื่อเรายืมเขามาก็ต้องคืน ไม่ใช่เขาจะให้เงินเราฟรีฟรี เพราะฉนั้นคนที่ได้ Credit Card มาแล้ว Max Out your credit Available (ใช้มันจนเต็มวงเงิน) แต่ ไม่มีปัญญาจะจ่ายคืนถือเป็นการใช้ Credit Card อย่างไม่มีสมองอย่างยิ่ง - ยิ่งแล้วไปกว่านั้น ถ้าคุณเอา Credit Card ใบอื่นของคุณโอนมา กลบหนี้ อีกใบเดือนต่อเดือน เป็นห่วงโซ่มันก็ยิ่งแล้วใหญ่

สุดท้ายจงจำไว้ว่า Credit Card ไม่ใช่ตัวทำให้คุณมีหนี้ แต่ตัวคุณเองต่างหากที่ทำให้คุณมีหนี้,,,,,ถ้าไม่รูดก็ไม่มี Charge,,,,,ถ้าไม่มี Charge ก็ไม่มีหนี้ ,,,,, ไม่มีหนี้ก็ไม่ต้องจ่ายดอก = เศรษฐกิจพอเพียง

 

 

ก้อเรื่อยๆอาน่ะครับ ตังไม่หมดไม่เลิกซื้อ อิอิ.

คุณ  คนเขียนข่าว

ถวงหนี้  >>> ทวงหนี้ 

อยู่อย่างจน ไม่จน  อยู่อย่างรวย  ไม่รวย

  • คุณเด็กดีใช้วิธีให้เพื่อนซื้อ แล้ว ขอยืมไปใช้ก่อน ประหยัดดีครับ
  • ส่วนผมใช้วิธี อยากได้อะไร ก็ทำหน้าเศร้าๆ แล้วอ้อนเมีย เหมือน น้องฟิล์มอ้อนเสี่ยอู๊ดไง 555
อ.หนึ่ง ทันเหตุการณ์ตลอดเลยนะคะเนี่ย ตามกระแส

ผมจำคำสอนจากวัดได้ว่า เงินเป็นทาสที่ซื่อสัตย์ แต่เป็นนายที่โหดร้าย ประมาณนี้   ทุกอย่างขึ้นกับตัวของเราเองน่ะครับ ว่าเราจะสามารถควบคุมการใช้เงินของเราได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะบัตรเครดิตนี่ต้องควบคุมการใช้เป็นพิเศษ 

ผมโชคดีที่เคยมีบัตรเครดิต แล้วทำหาย  ก็ทำใหม่อีก แล้วก็หายเป็นครั้งที่สองอีก ก็เลยตัดสินใจไม่มีเลยดีกว่าครับ  ผมใช้วิธีทำบัญชีรายจ่ายรายรับแบบที่คนทั่วไปทำกับ  และเสริมด้วยการเก็บเงินในรูปแบบที่ถอนออกมาใช้ลำบาก ก็คือ ฝากเข้าสหกรณ์ประมาณ หนึ่งในสี่ของเงินเดือน  บางทีก็ซื้อสลากออกสินซะเลยครับ  ได้ผลดีมากครับสำหรับตัวผมเองที่เคยเป็นคนสนใจวางแผนด้านการเงิน 

        ขอบคุณอาจารย์จรัณธร มากเลยนะคะ ที่นำแง่คิดดีๆในชีวิตมาบอกเรา เรื่องการใช้เงินของอาจารย์ ที่ฝากแล้วทำให้ถอนมาใช้ยาก เป็นไอเดียร์ ที่ดิฉันกำลังคิดจะปฏิบัติคะ

        แต่ส่วนเรื่อง บัตรเคดิตของดิฉันก็คงต้องรอมันหายเหมือนกันถึงจะเลิกใช้ ดิฉันคิดว่ามันคงจะหายยากนะคะ เพราะว่าเก็บติดตัวไม่ยอมห่างเลย อิอิ

มีบัตรเหมือนกัน แต่ไม่ได้ใช้  คิดว่าใช้เงินสดดีกว่า เสียดายตังค์ที่ต้องจ่ายคืนตอนสิ้นเดือน