อยากพูดภาษาอังกฤษ

มีหลายคนถามผมเสมอว่า "ทำอย่างไรจะให้เก่งภาษาอังกฤษ" "ทำอย่างไรถึงจะพูดภาษาอังกฤษได้" ฯลฯ คำตอบที่ดีที่สุดที่ผมจะตอบกับทุกท่าน คือ ต้องฝึกบ่อย ๆ ต้องสัมผัสกับภาษาบ่อย ๆ เพราะเรื่องของภาษาเป็นเรื่องของ ทักษะ ซึ่งหมายถึง ความชำนาญ และการที่จะเกิดความชำนาญได้นั้นท่านก็ต้องคลุกคลีกกับภาษาอังกฤษบ่อย ๆ พูดบ่อย ๆ อ่านบ่อย ๆ ฯลฯ นั่นเอง
"แล้วควรจะทำอะไรบ่อย ๆ บ้าง" เป็นคำถามที่ถูกถามในลำดับต่อมา ซึ่งคำตอบที่ดีที่สุดในลำดับแรกเลยคือ
1. ท่านก็ต้องฝึกพูดบ่อย ๆ หมายถึงฝึกออกเสียงพูดเป็นภาษาอังกฤษบ่อย ๆ (เน้นที่ออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษนะครับ) อาจจะตามที่ครูสอน หรือ ดูหนัง ฟังเพลง แล้วออกเสียงตามที่ได้ยินได้ฟัง ไม่ต้องออกเสียงตามทั้งหมดที่ได้ยินนะครับ เพียงว่า ได้ยินได้ฟังตรงไหนที่ชัดเจนที่สุดแล้วชอบที่สุด ก็นำมาออกเสียงตามเลย แหล่งที่ท่านสามารถเข้าไปฟังเสียงเจ้าของภาษได้ดีมาก ๆ คือ จาก youtube โดยเฉพาะ เรื่อง Popeye ไงครับ ภาษาเขาชัดเจนดี ง่ายด้วย และที่สำคัญเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ถึงตรงนี้ผมเลยcopy link มาให้ทุกท่านลองเข้าไปชมได้เลย http://www.youtube.com/results?search_type=&search_query=popeye+the+sailor+man&aq=1&oq=popeye ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากท่านสักอย่างครับ คือ เวลาฟังเสียงแล้วจะพุดตามนั้น ขอร้องว่า อย่าไปสนใจกับการแปลเป็นภาษาไทย หมายความว่า ถ้าแปลไม่ได้ก็อย่าไปสนใจ ขอเพียงฝึกตามเสียง ท่าทาง อารมณ์ที่เขาแสดงในตอนนั้น แล้วใช้วิธีทำความเข้าใจ เสียง ท่าทาง อารมณ์ของผู้พูด อย่าให้มีภาษาไทยเข้ามารกสมอง ที่ผมต้องขอท่านตรงนี้เพราะว่า เวลาท่านพูดภาษาอังกฤษ ท่านใช้ภาษาอังกฤษ ไม่ได้พูดไปแปลไปนะครับ และที่สำคัญคนที่เราพูดภาษาอังกฤษด้วยนั้นเขาไม่รู้ภาษาไทยนะครับ ดังนั้น ไม่ต้องไปกังวลว่าสื่งที่พูดนั้นมันมีภาษาไทยว่าอะไร ขอเพียงเข้าใจในสมองท่านว่าสถานการณ์อย่างไรจึงพูดอย่างนั้น ก็จะทำให้ท่านพูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน เช่น ถ้าเจอกันครั้งแรกในวันหนึ่ง ถ้าเป็นช่วงเช้าก่อนเที่ยง เขาจะทักทายกันด้วย "Good morning" ท่านก็ไม่ต้องไปแปลหรือนึกถึงภาษาไทยที่ว่า "สวัสดี หรือที่ชอบกันมากคือ สวัสดีตอนเช้า" ขอเพียงท่านจำท่าทาง น้ำเสียง สำเนียงของ "Good morning" แล้วออกเสียงตาม พร้อมท่าทางที่เห็นได้เลยครับ ส่วนสิ่งที่จะจดจำในสมอง คือ ท่าทาง น้ำเสียง และภาษาที่ว่า "Good morning" เท่านั้นเป็นพอครับ ฝึกบ่อย ๆ หลาย ๆ สถานการณ์ ว่างเมื่อไรฝึกทันที เดิน ๆ ไปก็พูดบ้าง นั่งเพลิน ๆ ก็ออกเสียงบ้าง (ระวังอย่าเผลอไปออกเสียงต่อหน้าสาธารณะ เขาจะหาว่า บ้านะครับ) เมื่อฝึกได้ดีแล้ว ก็เพิ่มข้อความขึ้นเรื่อย ๆ ผลที่ได้คือ ลิ้นท่านจะอ่อน จะออกสำเนียงภาษาอังกฤษได้ดี สิ่งที่ตามมาท่านก็จะได้สำนวนภาษาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามกำลังการฝึกของท่าน หากต้องการได้เร็ว ก็ฝึกบ่อย ๆ ถี่ ๆ ถ้าจะให้ดี ก็อัดเสียงภาษานั้น ๆ ไว้ใน mp3-4-5(ตอนนี้ราคาไม่แพงเลย)แล้วฟังทั้งวันก็จะเร็วขึ้น
2. ลำดับต่อมาท่านก็ต้องหัดอ่านบทความภาษาอังกฤษ ง่าย ๆ สั้น ๆ โดยค้นหาตัวอย่างได้จากหนังสือตำราที่ท่านเรียนก็ได้ แล้วนำมาอ่านออกเสียง เน้นที่"อ่านออกเสียง" นะครับ ตรงนี้ท่านอาจถามผู้รู้ที่เขาพูดภาษาอังกฤษได้ และมีสำเนียงดี ๆ จะทำให้ท่านเกิดความเคยชิน และความชำนาญในที่สุดครับ
3. ในขณะที่ท่านฝึกทั้ง 2 ขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ท่านก็พยายามฝึกท่องจำคำศัพท์ที่ท่านพบไปพร้อม ๆ กันก็ได้ แต่ที่สำคัญ อย่าท่องจำ ภาษาไทย แต่ขอให้จำเป็นสัญญลักษณ์ เช่น หากท่านเจอคำว่า "dog" ก็ให้จำหรือนึกถึง เจ้าตัว 4 ขา เห่าบ๊อก ๆ หรือ โฮ่ง ๆ อย่าไปจำ "หมา หรือ สุนัข" โดยเด็ดขาด เหตุเพราะเรากำลังพูดภาษาอังกฤษกับคนที่เขาใช้ภาษาอังกฤษ ไม่ได้ใช้ภาษาไทยนะครับ หากจะจำภาษาไทย ต้องพูดกับคนไทย เช่น จะพูดคำว่า"มัจฉา ก็ให้นึกถึงคำว่า ปลา อย่างนี้จึงจะถูก
เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการเริ่มต้นฝึกฝนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีแล้ว และที่สำคัญคงตอบคำถามทุกคำถามข้างต้นได้แล้วนะครับ ท่านสามารถอ่านบทความของผมได้จากแหล่งต่าง ๆ ได้แก่ ใน blog แห่งนี้ หรือที่ www.gotoknow.org แล้วค้นหาคำว่า "ธานินทร บุญยะกาพิมพ์" หรือเข้าไปที่ www.google.co.thแล้วค้นหาคำว่า ธานินทร บุญยะกาพิมพ์" ท่านก็จะเจอลิงค์ต่าง ๆ ที่เป็นบทความของผม ก็แวะเวียนเข้าไปศึกษาหาความรู้ได้ตามสบายครับผม หรืออยากศึกษากับตัวจริงๆ ของผม ก็ติดต่อได้ที่ วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร โทร. 086-449-4404 E-mail: [email protected] ยินดีตอบคำถามและช่วยเหลือทุกท่านครับผม