หมวกคิด 6 ใบ คือวิธีการสอนทักษะการคิด ของ Edward De Bono (2545) โดยให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดในด้านต่าง ๆ โดยใช้สีของหมวก คือ สีแดง สีดำ สีขาว สีเขียว สีเหลือง และสีฟ้า เป็นชื่อหมวก สีของหมวกแต่ละใบสอดคล้องกับแนวความคิดของหมวกแต่ละใบ สีของหมวกแทนประเภทของการคิดแต่ละแบบ ถ้าผู้เรียนสวมหมวกสีใด ผู้เรียนต้องคิดตามความหมายของสีหมวกนั้น ๆ การเปลี่ยนหมวกแต่ละสี คือการเปลี่ยนรูปแบบของการคิดเป็นกิจกรรมที่สร้างเสริมทักษะการคิด อารมณ์ ความรู้สึก และสามารถพัฒนาให้เยาวชนมีทักษะการคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ เนื่องจากการคิดแบบหมวกคิด 6 ใบ เป็นกิจกรรมที่กระตุ้นให้ผู้เรียน คิดแตกต่างไปจากแนวความคิดเดิม ๆ ซึ่งเรียกว่าการคิดนอกกรอบ หรือการคิดแนวขนาน (Creative or Parallel Thinking) ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือต้องการให้ผู้เรียนมีความสมดุลทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย สติปัญญา และสังคม มีทักษะการคิดระดับสูง มียุทธศาสตร์การคิดของตนเอง และควบคุมการคิดของตนเองได้
1.1 ความหมายของสีหมวก สิ่งที่ได้ และการนำไปใช้
Edward De Bono (2545) ได้กล่าวถึงความหมายของ สีหมวกแต่ละใบว่าเป็นตัวกำหนดให้ผู้เรียนฝึกฝนทักษะการคิดในแต่ละแง่มุมของปัญหา สิ่งที่ได้คือประโยชน์ที่ได้จากการคิดตามสีของหมวก และยังมีการแนะนำเกี่ยวกับการนำไปใช้ในชั้นเรียน ตามสีของหมวกดังนี้
หมวกคิดสีขาว เปรียบเสมือนความเป็นกลาง ฝึกให้ผู้เรียนคิดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง และตัวเลขที่ตรวจสอบได้ ไปจนถึงข้อมูลที่ไม่แน่นอน ส่วนสำคัญของหมวกสีขาวคือ การระบุถึงข้อมูลที่จำเป็น และขาดหายไป หมวกสีขาวจะบอกถึงปัญหาที่ควรจะยกขึ้นมาถาม และจะแสดงถึงวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่จำเป็น ประเด็นสำคัญ คือ ก่อนที่จะนำความจริงนั้นมาใช้ หรือนำมาเป็นพื้นฐานของการตัดสินใจ จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อน เพื่อจะได้ประเมินว่าข้อเท็จจริงจากความเชื่ออันไหนที่จะเป็นประโยชน์ จากนั้นดำเนินการทดสอบและพิสูจน์ความจริง การเสนอข้อมูลใดไม่ควรเกินความจริงที่เป็นอยู่ การคิดแบบหมวกสีขาวเป็นระเบียบวิธี และแนวทางในการเสนอข้อมูล ผู้เรียนต้องพยายามเป็นกลางให้มากและไม่ควรมีอคติ
สิ่งที่ได้จากหมวก คือทักษะการคิด การนำเสนอข้อมูลที่เป็นกลาง ไม่มีอคติใด ๆ และข้อมูลที่นำเสนอต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะตัดสินใจ
การนำไปใช้ ข้อเท็จจริงหรือข้อมูลทั่วไปเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ ไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนพัฒนา หรือแก้ปัญหาได้
หมวกคิดสีแดง เปรียบเสมือนไฟ ความโกรธ ความรู้สึก เป็นการฝึกฝนผู้เรียนให้แสดงออกถึงความรู้สึก อารมณ์ ความประทับใจ ความสนุกสนาน สัญชาตญาณหยั่งรู้ออกมา โดยไม่ต้องมีคำอธิบาย หรือเหตุผลใด ๆ สัญชาตญาณอาจจะอยู่บนพื้นฐานของประสบการณ์ที่ผ่านมา เจตนารมณ์ของหมวกสีแดงคือ การแสดงความรู้สึกในขณะนั้น โดยไม่ถูกบีบบังคับให้ตัดสินใจ ซึ่งอาจจะถูกหรือผิดก็ได้
สิ่งที่ได้จากหมวก อารมณ์ของคนเราสามารถปรับเปลี่ยนได้ และจัดให้เป็นระบบทางความคิดได้
การนำไปใช้ จะไปใช้กับการจัดการเรียนการสอน การที่เด็กแสดงความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆออกมา เพราะอารมณ์และความรู้สึกของผู้เรียนที่แสดงออกมานั้นไม่มีใครบีบบังคับได้ ความรู้สึกและอารมณ์ของผู้เรียนที่แสดงออกมาผู้สอนสามารถนำมาวิเคราะห์แยกแยะ จัดทำข้อมูลของผู้เรียนแต่ละคน จะได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้ผู้เรียนโดยไม่ฝืนความรู้สึก
หมวกคิดสีดำ เปรียบเสมือนความมืดครึ้ม การมองอย่างระมัดระวัง สุขุม รอบคอบ เป็นการระแวดระวังภัย ในการพิจารณาข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะหรือเรื่องอะไรก็ตาม เมื่อถึงจุดหนึ่งจำเป็นต้องนึกถึงความเสี่ยงอันตราย อุปสรรค ข้อด้อยหรือปัญหาที่อาจจะเกิด หมวกสีดำจึงเป็นหมวกแห่งความอยู่รอด เป็นหมวกที่ชี้ให้เห็นสิ่งที่ควรใส่ใจและไตร่ตรอง เพราะอาจเป็นจุดอ่อนหรือเป็นอันตราย หมวกสีดำสามารถใช้ประเมินค่า หรือใช้ในขั้นตอนระดมสมองและก่อร่างแนวคิด ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพื่อนำมาตีแผ่แจกแจงให้เห็นชัด
สิ่งที่ได้จากหมวก ทำให้มีความสุขุมรอบคอบ มีการระมัดระวังตัวอยู่เสมอ ช่วยหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะเป็นภัยต่อตนเอง
การนำไปใช้ ในการทำกิจกรรมใด ๆ ถ้านำความคิดแบบหมวกสีดำมาใช้ จะเกิดการระดมสมองและก่อร่างแนวคิดถึงจุดอ่อน สิ่งที่ควรปรับปรุง ควรหาวิธีป้องกันและแก้ไข ในการเข้ากิจกรรมกลุ่ม สามารถแจกแจงให้เห็นถึงสภาพปัญหา สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบขั้นตอนการระดมสมอง และก่อร่างแนวคิด ชี้ให้เห็นภาพความเสี่ยงของปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น โดยยึดหลักความสอดคล้อง แจกแจงผลที่จะเกิดให้ชัดเจน
หมวกคิดสีเหลือง เปรียบเสมือนความสว่างไสว การมองในด้านบวก ความเป็นไปได้ เป็นการคิดในแง่ดีและในเชิงสร้างสรรค์ การประเมินค่าในทางบวก และความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลและปฏิบัติได้ พยายามที่จะหาเหตุผลสนับสนุนคุณค่า และประโยชน์ของสิ่งนั้น การคิดแบบหมวกสีเหลืองเป็นความคิดที่สร้างสรรค์ และก่อให้เกิดผลได้ หมวกสีเหลืองก่อให้เกิดวิสัยทัศน์จินตนาการและความฝัน
สิ่งที่ได้จากหมวก ได้ความคิดในแง่ดี และในเชิงสร้างสรรค์เกิดข้อเสนอแนะและข้อแนะนำที่เป็นรูปธรรม
การนำไปใช้ การคิดในแง่ดีและเชิงสร้างสรรค์ คือการสำรวจหาคุณค่าและประโยชน์แล้วพยายามหาเหตุผล สนับสนุนคุณค่าและผลประโยชน์นั้น ใช้ในการสอนผู้เรียนโดยกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ข้อเสนอแนะ และข้อแนะนำที่เป็นรูปธรรม โดยให้ผู้เรียนหาเหตุผลมาสนับสนุนความคิดของตนเองให้
หมวกคิดสีเขียว เปรียบเสมือนความเจริญเติบโต ความอุดมสมบูรณ์ เป็นการคิดอย่างสร้างสรรค์ และผลักดันความคิดใหม่ ๆ ออกมา เพื่อหาทางเลือกใหม่หรือสิ่งใหม่เพื่อทดแทนของเก่าได้ ความคิดของหมวกสีเขียวจะฝ่ารูปแบบของการจัดการข้อมูลที่จัดระบบตัวเองด้วยความคิดที่ไม่สมดุลจะให้ความคิดนอกกรอบเพื่อจุดประกายแนวความคิดใหม่และมุมมองใหม่ ๆ
สิ่งที่ได้จากหมวก การคิดอย่างสร้างสรรค์เป็นการแสดงความคิดในมุมมองใหม่ที่ต่างไปจากเดิม เป็นการเปลี่ยนแปลงเน้นการคิดสร้างสรรค์ทุกประเภท เกิดชิ้นงานใหม่ๆ เกิดประโยชน์แก่ชุมชน
การนำไปใช้ การคิดที่จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์โดยใช้การค้นหาทางเลือกเป็นพื้นฐานความคิด จะนำไปใช้การจุดประกายแนวความคิดใหม่ ๆ เช่นการฝึกให้ผู้เรียนคิดโครงงานในการแก้ปัญหาการเขียนสะกดคำภาษาอังกฤษ ผู้เรียนต้องสร้างแบบฝึกการเขียนสะกดคำใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาการเขียนสะกดคำ
หมวกคิดสีฟ้า เปรียบเสมือนความเยือกเย็น ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่อยู่เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง หมวกคิดสีฟ้าจะกำหนดประเด็นที่ต้องคิด กำหนดความสนใจ และวิเคราะห์ถึงปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหา หมวกคิดสีฟ้าจะกำหนดงานที่จะต้องทำตั้งแต่ต้นจนจบและมีหน้าที่สรุป วิเคราะห์สถานการณ์ และลงมติต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดชั่วเวลาในกระบวนการคิดรวมถึงตอนสุดท้ายด้วย หมวกคิดสีฟ้าต้องติดตามตรวจสอบการคิด เพื่อให้แน่ใจว่าหมวกนี้จะหยุดยั้งการโต้แย้งถกเถียงและยืนกรานตามแผนที่การคิด และคอยควบคุมกระบวนการคิดเป็นไปตามกฎเกณฑ์
สิ่งที่ได้จากหมวก คือ การวิเคราะห์ถึงสาเหตุปัญหา วิธีการแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอน การวางแผนการทำงาน กำหนดงานที่ต้องทำตั้งแต่ต้นจนจบ และตรวจสอบการคิดตามกติกาการคิด
การนำไปใช้ สอนให้ผู้เรียนรู้จักการวิเคราะห์ปัญหา การวางแผน โดยให้ควบคุมการคิด เพื่อให้ขบวนการคิดเป็นไปตามแผนที่ ความคิดที่วางไว้
หมวกคิด 6 ใบ เป็นวิธีการสอนทักษะการคิด โดยฝึกให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดในด้านต่างๆ โดยใช้สีของหมวกเป็นสัญลักษณ์ในการเปลี่ยนรูปแบบการคิด หรือ เทคนิคการเปลี่ยนรูปแบบการคิด เพื่อให้ผู้เรียน ไม่รู้สึกเหมือนกับถูกบีบบังคับให้คิดในเรื่องนั้นๆ เพียงด้านเดียว เพื่อฝึกให้ผู้เรียนฝึกทักษะการคิดอย่างรอบด้าน และไม่จำกัดความคิดของผู้เรียน เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นประชาธิปไตย กล่าวคือ ฝึกให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิด การแสดงอารมณ์ ความรู้สึก และฝึกทักษะการคิดนอกกรอบ ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดสร้างสรรค์ สามารถมองเห็นประโยชน์ ของสิ่งที่อยู่รอบตัวได้มากขึ้น ผู้สอนสามารถนำเทคนิคการคิดหมวกคิด 6 ใบมาสอดแทรกในการสอนเพื่อให้ผู้เรียนฝึกทักษะการคิดสร้างสรรค์ได้ โดยสอดแทรกวิธีคิดนี้ในการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
1.2 วิธีการใช้หมวกคิด 6 ใบ
เนื่องจากหมวกคิดมีจำนวนถึง 6 ใบ ใช้ 6 สีแตกต่างกันคือ สีขาว สีแดง สีดำ สีเหลือง สีเขียว และสีฟ้า แต่ละสีใช้แทนวิธีคิดแต่ละแบบ จึงสรุปวิธีการใช้หมวกคิด 6 ใบดังนี้
1. ใช้หมวกครั้งละหนึ่งใบสำหรับความคิดแต่ละครั้ง เป็นการกำหนดให้ใช้วิธีคิดแบบใดแบบหนึ่งในทิศทางเดียวกันทีละครั้ง เมื่อเลือกใช้หมวกใบใดใบหนึ่งแล้ว ทุกคนในกลุ่มจะต้องสวมหมวกใบเดียวกันหมด หมายความว่าทุกคนคิดไปในทิศทางเดียวกันตามหัวข้อเรื่องที่กำหนด โดยไม่ต้องคิดถึงสิ่งที่คนก่อนพูดว่าอย่างไร
2. ใช้หมวกลักษณะเป็นชุด เป็นการใช้หมวกหลายใบต่อเนื่องกันเป็นชุด โดยชุดของหมวกที่ใช้อาจเป็นแบบกำหนดไว้ล่วงหน้า (Pre-Set) หรือแบบสับเปลี่ยน ในการใช้ชุดของหมวกแต่ละครั้ง ลำดับการใช้และความคิดขึ้นอยู่กับสถานการณ์และวิธีคิดของผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเริ่มต้นด้วยหมวกสีฟ้า ก็ควรจบด้วยหมวกสีฟ้า
3. บุคคลแต่ละคนสามารถใช้ความคิดได้กับหมวกทุกสี ควรมีการทบทวนความหมายของสีหมวกบ่อยๆ เมื่อสวมหมวกใบไหนก็ต้องคิดและปฏิบัติในหน้าที่ของหมวกนั้น
4. จัดกิจกรรมให้มีบรรยากาศของความสนุกสนานและมีชีวิตชีวา เป็นการส่งเสริมให้ทุกคนในกลุ่มได้แสดงบทบาทสมมติอย่างเต็มที่ภายในบรรยากาศ แบบผ่อนคลายจะทำให้การคิดเป็นเรื่องสนุกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
5. ฝึกให้มองทั้งด้านบวกและด้านลบจะช่วยให้ผู้ฝึกมีทักษะในการประเมินที่ดี หากมีใครสักคนในที่ประชุมมีความคิดด้านลบตลอดเวลาอย่างเหนียวแน่น อาจถูกบอกให้ถอดหมวกสีดำออกและเปลี่ยนมาใส่หมวกสีเหลือง เพื่อให้ได้รู้จัดการมองโลกในแง่ดีบ้าง
สรุปศัตรูที่สำคัญของการคิดคือ ความยุ่งยากซับซ้อนเพราะจะนำไปสู่ความสับสน หากการคิดเป็นไปอย่างชัดเจนและไม่ยุ่งยาก การคิดจะทำให้ผู้เรียนรู้สึกสนุกและความคิดที่มีประสิทธิภาพมาก วิธีคิดแบบหมวกคิด 6 ใบ มีเป้าหมายคือ ทำให้การคิดง่ายขึ้นโดยผู้คิดคิดแต่ละด้านอย่างรอบคอบ ช่วยให้ผู้คิดสามารถจัดการแต่ละอย่าง แยกจากกัน นอกจากนั้นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งของวิธีคิดแบบหมวก 6 ใบนี้ก็เพื่อให้มีการสับเปลี่ยนแนวความคิดบ้าง วิธีนี้มีประโยชน์มากที่สุด ถ้าทุกคนในกลุ่มหรือองค์กรมีความเข้าใจเรื่องตรงกัน และร่วมมือกันสวมบทบาทสมมติ ทำตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้ ก็จะช่วยลดการประชุมที่มีการถกเถียงกันตลอดเวลาและสามารถนำพาทุกคนไปสู่จุดมุ่งหมายหลักของตนและขององค์กรได้ด้วยการคิดอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับคำกล่าวที่ว่า “ เมื่อใดที่เราเปลี่ยนความคิดได้ เมื่อนั้นเราก็เปลี่ยนวิถีชีวิตได้”
หากผู้สอนนำวิธีคิดหมวกคิด 6 ใบมาสอดแทรกในกระบวนการคิดในรูปแบบต่างๆ เช่น การคิดแก้ปัญหา การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดสร้างสรรค์ โดยมีการเตรียมขั้นตอนการสอนคิดแบบหมวกคิด 6 ใบให้เหมาะสมกับหัวเรื่อง จะสามารถลดระยะเวลาในการคิดของผู้เรียน และเพิ่มคุณภาพของการคิดมากขึ้น กล่าวคือ ผู้เรียนสามารถเสนอความคิดในเรื่องนั้นได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากจะทำให้ผู้เรียนเกิดความชัดเจนในการคิดแต่ละครั้ง เป็นการกำหนดทิศทางให้ผู้เรียนคิด เพียงด้านเดียว แทนการให้ผู้เรียนคิดหลายด้านพร้อมกัน
1.3 การจัดการเรียนการสอนโดยวิธีหมวกคิด 6 ใบ
การจัดการเรียนการสอนโดยวิธีหมวกคิด 6 ใบ สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการและความสนใจของผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่ง สมศักดิ์ สินธุระเวชญ์ (2542) ได้เสนอยุทธศาสตร์การสอนโดยวิธีหมวกความคิด 6 ใบ 3 แนวทาง ดังนี้
1. ใช้ในการกำหนดทิศทางการคิดของกลุ่ม แนวทางแรกนี้ คือ การสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง คือการให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่ม โดยมอบหมายโครงการหรือโครงงานให้นักเรียนทำหรือกำหนดเป้าหมายการทำงานแล้วให้นักเรียนคิดโครงการหรือโครงงานเอง ในการวางแผนดำเนินงานให้นักเรียนสวมหมวกสีเดียวกัน อาจเริ่มด้วยหมวกสีขาว (การแก้ปัญหาเรื่องนี้จะต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง) ตามด้วยหมวกสีเขียว (การแก้ปัญหาเรื่องนี้มีแนวทางใดบ้าง) หมวกสีดำ (การแก้ปัญหานี้มีปัญหาอะไรบ้าง)
2. ภายใต้เงื่อนไขของหมวกแต่ละสีทุกคนในกลุ่มต้องใช้ความคิดไปในทางเดียวกัน มุ่งไปที่เนื้อหา ไม่ใช่ต่างคนต่างคิดเรื่องนั้น
3. ความคิดที่แตกต่างกัน แม้ว่าจะตรงกันข้ามกันก็ตาม สามารถนำมาคิดไปพร้อม ๆ กันได้ เพื่อเกิดความหลากหลายของข้อมูล
4. สีของหมวกทำให้เกิดการมองไปในทิศทางเดียวกัน เช่น หมวกสีเหลืองและสีดำ เป็นความพยายามร่วมกันที่จะค้นหาประโยชน์และอุปสรรค์ ไม่ใช่หันหน้าเข้ามาต่อสู้กัน วัลลภ สิริผ่องใส ( 2544 ) ได้ศึกษาผลของการเรียนการสอนภาษาไทย โดยวิธีหมวกความคิด 6 ใบ กับกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอรุโณทัยวิทยาคม อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อวัดทักษะการคิดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพบว่า ทักษะการคิดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนวิชาภาษาไทย ท 306 โดยใช้วิธีหมวกความคิด 6 ใบ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ประภาศรี รอดสมจิตร์ (2542) ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แนวคิดหมวกคิดหกใบของ เดอ โบโน การดำเนินการวิจัยมี 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การศึกษาขั้นมูลพื้นฐาน 2) การสร้างโปรแกรมส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 3) การทดลองใช้โปรแกรม 4) การปรับปรุงโปรแกรม ตัวอย่างประชากรคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2542 โรงเรียนกฤษณา จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 30 คน ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถ ในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนหลังเข้าร่วมโปรแกรม สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ของนักเรียนหลังเข้าร่วมโปรแกรม สูงกว่าเกณฑ์การประเมินหลังเข้าร่วมโปรแกรม ปิยานี จิตร์เจริญ (2543) ศึกษาเรื่องผลของการฝึกการคิดโดยใช้เทคนิคหมวกความคิดหกใบที่มีต่อความสามารถในการคิดแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลหล่มเก่า จำนวนทั้งหมด 36 คน มีผลการศึกษาดังนี้นักเรียนที่ได้รับการฝึกการคิดโดยใช้เทคนิคหมวกความคิดหกใบมีคะแนนที่ได้จากแบบวัดความสามารถในการคิดแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ได้ และแบบเกณฑ์ประเมินการคิดแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์จากงานประดิษฐ์ สูงกว่านักเรียนที่ไม่ได้รับการฝึก ชาตรี สำราญ ได้นำวิธีคิดแบบหมวกคิด 6 ใบ ใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย โดยการมอบหมายให้ผู้เรียนอ่านข่าวหรือบทความจากหนังสือพิมพ์แล้วนำมาร่วมกันสรุปความคิดโดยตั้งคำถามแบบหมวก 6 ใบ ซึ่งสามารถทำให้ผู้เรียนคิดอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนในการคิดอย่างสร้างสรรค์ และสามารถแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆได้ดีขึ้น
ในกิจกรรมการเรียนการสอนผู้สอนจะต้องเตรียมการจัดใบงาน ในการสอนแต่ละครั้ง สอดแทรกไว้ในแผนการสอน ใบงานนี้ระบุสีของหมวกไว้ท้ายคำถาม หรือเขียนภาพหมวก ในแต่ละใบงานหากสามารถตั้งคำถามได้ครบทุกสีของหมวก จะส่งผลให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดที่ครอบคลุมทุกด้าน Edward De Bono ได้เสนอขั้นตอนการสอนในบทเรียนไว้ดังนี้
1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน เริ่มด้วยการให้ภาพประกอบง่าย ๆ ตัวอย่างหรือแบบฝึกหัดที่แสดงให้เห็นถึงกระบวนการที่จะสอน
2. การอธิบาย บอกความหมายของสีหมวกพร้อมทั้งยกตัวอย่างทันที
3. การสาธิต ยกตัวอย่างเพิ่มเติม สาธิตให้เห็นถึงกระบวนการนำไปใช้ แนะนำการอธิบาย เสนอแนะ ตั้งคำถาม
4. การปฏิบัติ ขั้นนี้เป็นตอนที่สำคัญที่สุดของการสอน ผู้เรียนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการในการฝึกฝนทุกใบ ไม่ใช้เวลาฝึกฝนหมวกใบใดใบหนึ่งนานเกินไป ซึ่งจะเป็นการดึงความสนใจจากกระบวนการให้ไขว้เขว จุดประสงค์คือสอนให้เกิดทักษะ ไม่ใช่สอนให้อภิปรายให้น่าสนใจ
5. ความละเอียดอ่อนในการฝึกฝนกระบวนการ ผู้เรียนสามารถสังเกตขั้นตอนหรือกระบวนการว่าถูกนำไปใช้อย่างไร จุดนี้อาจเกิดขณะที่การฝึกฝนใบใดใบหนึ่งกำลังปฏิบัติอยู่ หรือได้จากการตอบ คำถาม
6. ข้อสรุป คือการฝึกให้ผู้เรียนสรุปประโยชน์ ข้อดี ข้อเสีย
ผลผลิตของการฝึกฝนการฝึกทักษะการคิด โดยวิธีหมวกคิด 6 ใบ มักจะเป็นการพูด
แต่ผู้เรียนสามารถได้รับการส่งเสริมให้เขียนและวาดภาพเพื่อแสดงความคิดของนักเรียน เมื่อผลผลิตคือคำพูด นักเรียนหรือกลุ่มจะต้องอ่านโน้ตที่ผู้เรียนจดระหว่างการอภิปรายในการใช้หมวก ซึ่งกิจกรรมหมวกคิด 6 ใบ สามารถประยุกต์ใช้ในการเขียนได้
ข้อสังเกตในการจัดการเรียนการสอน
1. จุดเน้น การสอนควรเน้นที่ทักษะ หรือหมวกที่กำลังสอน ทบทวนชื่อของหมวกที่ใช้บ่อย ๆ
2. ชัดเจน หลีกเลี่ยงความสับสน ถ้ามีความสับสนให้พิจารณาสิ่งที่ง่าย ๆ โดยให้
ตัวอย่างชัดเจน
3.ว่องไวรวดเร็ว ทำแบบฝึกหัดสั้น และสะท้อนผลอย่างรวดเร็ว
4. สนุกสนาน การจัดกิจกรรมต้องใช้ความคิดและแบบฝึกที่มีชีวิตชีวา
นอกจากนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบหมวกคิด 6 ใบ ไว้ดังนี้
1. การเตรียมการจัดการเรียนรู้
1.1 ผู้สอนควรศึกษาหลักสูตรให้เข้าใจอย่างถ่องแท้จัดทำตารางการวิเคราะห์หลักสูตรเพื่อตรวจสอบความสอดคล้องสัมพันธ์กับหลักการ จุดหมาย มาตรฐานการเรียนรู้ และคำอธิบายรายวิชาเพื่อจัดทำหน่วยการเรียนรู้และออกแบบการจัดการเรียนรู้
1.2 กำหนดเทคนิควิธีสอนและกิจกรรมการสอนที่สอดคล้องกับข้อ 1 โดยเลือกใช้เทคนิควิธีสอนที่หลากหลาย
1.3 สำรวจองค์ประกอบที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้
1.3.1 จัดเตรียมสื่อและแหล่งการเรียนรู้
1.3.2 จัดเตรียมเครื่องมือวัดผลประเมินผลที่หลากหลายครอบคลุมทั้งด้านพุทธิพิสัย ทักษะพิสัย จิตพิสัย และเน้นการประเมินตามสภาพจริง
2. แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
2.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน เป็นการจัดกิจกรรมที่เน้นกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ โดยใช้วิธีการและสื่อที่หลากหลายประกอบการใช้คำถาม กระตุ้นซักถาม ทบทวนหรือแสดงความคิดเห็นให้ผู้เรียนนำประสบการณ์เดิมมาเชื่อมโยงกับประสบการณ์ใหม่
2.2 ขั้นดำเนินการสอน เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อกระตุ้นการคิดด้วยการใช้คำถามหมวกความคิด 6 ใบ ลักษณะกิจกรรมมุ่งให้ผู้เรียนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากที่สุด กล่าวคือ ให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ร่วมกันแสดงออกด้วยการตั้งคำถาม ตอบคำถาม โดยออกแบบกรอบของการคิด ด้วยการใช้คำถามตามสีของหมวก (หมวกแต่ละสีใช้แทนวิธีคิดแต่ละแบบ) ซึ่งจะใช้หมวกสีใดก่อนหลังก็ได้ และผู้เรียนสามารถใช้คำถามของหมวกแต่ละสีได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งจนกระทั่งได้คำตอบหรือองค์ความรู้ในเรื่องที่เรียนอย่างชัดเจน ในขั้นตอนนี้จึงจำเป็นต้องมีการร่วมกันวิเคราะห์เพื่อให้ได้ความจริง ข้อเท็จจริง หรือคำตอบที่ต้องการ
ลักษณะ คำถามที่นำมาใช้ในขั้นตอนนี้ เป็นดังนี้
หมวกสีขาว ใช้คำถามที่กระตุ้นให้เสนอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงจากการอ่าน การสังเกต หรือ เหตุการณ์ เป็นต้น
หมวกสีแดง ใช้คำถามกระตุ้นเพื่ออธิบายความรู้สึกต่อข้อมูลเรื่องราว หรือเหตุการณ์ เป็นต้น
หมวกสีเหลือง ใช้คำถามให้ค้นหาข้อดี หรือจุดเด่นของข้อมูลเรื่องราว หรือเหตุการณ์ เป็นต้น
หมวกสีดำ ใช้คำถามให้ระบุสาเหตุของปัญหาความไม่สมบูรณ์ความล้มเหลว เป็นต้น
หมวกสีเขียว ใช้คำถามเสนอวิธีแก้ไข การเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่าทางเลือกใหม่ เป็นต้น
หมวกสีฟ้า ใช้คำถามเพื่อตัดสินใจ หรือสรุปข้อมูล เช่น ข้อคิดความรู้ที่ได้รับ ทางเลือกที่จะนำไปปฏิบัติ เป็นต้น
2.3 ขั้นสรุป เป็นการสรุปผลการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผู้สอนเปิด
โอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม โดยผู้เรียนร่วมกันสรุปความรู้ ภาพรวมของเรื่องที่เรียนหรือสรุปสาระสำคัญของบทเรียน โดยนำความรู้ที่ได้ทั้งหมดมานำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันสรุปข้อค้นพบ หรือสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ใหม่
2.4 ขั้นประเมินผล ควรใช้วิธีการที่หลากหลาย ประเมินสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการจัดกิจกรรม ซึ่งได้จากการสรุปการทดสอบ การบันทึก การตรวจผลงาน การประเมินผล อาจเปิดโอกาสให้ผู้เรียน เพื่อน ผู้ปกครอง หรือชุมชนร่วมประเมินผลได้
สรุปแนวทางการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้คำถามหมวกความคิด 6 ใบ
3. บทบาทของผู้สอน
3.1. จัดเตรียมเนื้อหา วิธีการสอน สื่อ เครื่องมือวัดประเมินผลตามธรรมชาติของวิชาและสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้
3.2. ใช้สื่อและแหล่งการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการคิดของผู้เรียน
3.3. วางแผนการใช้คำถาม หมวกความคิด 6 ใบเพื่อพัฒนาการคิดของผู้เรียนให้สอดคล้องกับเนื้อหาและจุดประสงค์การเรียนรู้ของบทเรียน
3.4. ฝึกใช้คำถามตามสีของหมวกแต่ละใบ
3.5. จัดการเรียนรู้โดยใช้คำถามทุกขั้นตอนของดำเนินการสอนและสามารถสร้างคำถามใหม่ ๆ ได้ นอกเหนือจากที่เตรียมไว้ตามสถานการณ์
3.6. สังเกตพฤติกรรมผู้เรียนเป็นรายบุคคลและให้การเสริมแรงหรือข้อเสนอแนะอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
3.7. เปิดโอกาสและส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดงออกด้วยการตั้งคำถามและการคิดอย่างสร้างสรรค์
3.8. ส่งเสริมให้ผู้เรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกลุ่มด้วยการฝึกคิดฝึกทำ
ฝึกปรับปรุงตนเองและฝึกความรับผิดชอบ
4. บทบาทของผู้เรียน
4.1. ฝึกการคิดด้วยการใช้คำถามหมวกคิด 6 ใบ อย่างสม่ำเสมอ
4.2. ใช้กระบวนการกลุ่มในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้
4.3. แสดงความคิดและแสดงออกอย่างชัดเจนและมีเหตุผล
4.4. เรียนรู้อย่างมีสติและมีสมาธิเพื่อเสริมสร้างปัญญา
4.5. ให้ความร่วมมือกับผู้สอนในกิจกรรมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
5. ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับใช้
5.1. ผู้สอนควรศึกษาและฝึกการใช้คำถามหมวกคิด 6 ใบ จนเกิดความชำนาญและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
5.2. ควรจัดการเรียนรู้โดยใช้คำถามเพื่อพัฒนากระบวนการคิดอย่างต่อเนื่อง และประเมินผลการเรียนรู้ด้านการคิดในทุกด้าน
5.3. ผู้สอนควรปูพื้นฐานการพัฒนากระบวนการคิด ด้วยการใช้คำถามในช่วงชั้นที่ 1 เป็นต้นไป เพื่อฝึกการคิดตั้งแต่วัยประถมศึกษาในทุกๆ กลุ่มสาระการเรียนรู้
Pardy et.al. (2005) นำกิจกรรมการเรียนรู้หมวกคิด 6 ใบ ใช้กับกลุ่มผู้สอนที่ถูกเลือกเพื่อการแก้ปัญหาการศึกษา โดยมีขั้นตอน 1) แบ่งกลุ่มกลุ่มละ 6 คน ให้แต่ละคนคิดตามหมวกคิด คนละ 1 ใบ 2) ให้แต่ละคนอภิปรายปัญหาการศึกษาตามสีของหมวกที่สวม แลกเปลี่ยนข้อมูลภายในกลุ่ม 3) ใช้ข้อมูลที่ได้จากการอภิปรายแลกเปลี่ยน นำไปพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นต่อไป
จากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยจึงได้นำเอาหลักการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของ Furner, 1973(อ้างใน วิไล ชิณวงค์, 2525) ซึ่งมีขั้นตอนการสอนการเขียนเชิงสร้างสรรค์ทั้งหมด 5 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นตอนได้สอดแทรกทักษะการคิดหมวกคิด 6 ใบ ไปในแผนการสอนด้วย จึงเรียกกิจกรรมการสอนนี้ว่า กิจกรรมการเรียนรู้หมวกคิด 6 ใบ เพื่อส่งเสริมการเขียนภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์ของผู้เรียน ดังนี้
1) ขั้นจูงใจ เป็นขั้นให้ความรู้ในเรื่องที่ผู้เรียนสนใจ ผู้สอนต้องสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนอยากเขียน โดยกระตุ้นให้ผู้เรียนให้หมวกสีต่างๆ
2) ขั้นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องที่สนใจ ผู้สอนต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยใช้หมวกสีต่างๆ เพื่อให้เกิดแนวคิดที่หลากหลาย และสามารถเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่ม
3) ขั้นเขียน ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผู้เรียนสามารถเข้าใจหัวข้อที่กำหนดได้อย่างลึกซึ้งจากการประมวลลำดับความคิด ตามสีของหมวกทั้ง 6 ใบ ทำให้ผู้เรียนมีข้อมูลในการเขียนในเรื่องที่กำหนด และสามารถเขียนตามรูปแบบการเขียนที่ผู้สอนได้สอนแล้ว และใช้ข้อมูลของตนเองเขียนออกมาเป็นงานเขียน
4) ขั้นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากเรื่องที่เขียนกับเพื่อนร่วมกลุ่ม หรือเพื่อนร่วมชั้นเรียน ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นการนำข้อมูลจากกิจกรรมการการคิดหมวกคิด 6 ใบในขั้นตอนที่หนึ่งและสองของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดแนวคิดเพิ่มขึ้น
5) ขั้นติดตามผลกิจกรรม คือ แก้ไขข้อบกพร่อง เช่นการสะกดคำ การจัดลำดับความคิด เพื่อความสมบูรณ์ของชิ้นงาน