กลางคืนของวันที่ ๘ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๒  ก่อนกิจกรรมดูดาว  พวกเราได้แลกหมายเลขโทรศัพท์และอีเมล์กัน ทำให้ได้ทราบว่าคุณหมออุ๊และคุณหมอสุเป็นแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับเรื่องคอ หู จมูก และสูตินรีเวช คุณหมออุ๊ได้ช่วยตรวจหูให้ฉัน พ่อครูบาและแม่หวี ฉันและพ่อครูบาควรได้รับการรักษา ส่วนแม่หวีปกติ        คุณปิ๋วบ่นอยากตรวจกับคุณหมอสุบ้าง  แต่เมื่อทราบว่าคุณหมอสุเป็นหมสูตินรีเวช  ทำให้คุณปิ๋วร้องลั่น  (ภาพคุณหมออุ๊โชว์หลักฐานการจดชื่อยาของฉัน)

         กิจกรรมดูดาว น้องนักศึกษาเล่นกีต้าร์ น้องมะเดี่ยวเล่นพิณ คณะบางท่านก็เล่นอยู่กับเน็ต  ประมาณเกือบเที่ยงคืนฉันจึงไปนอนเป็นคนแรก  ตื่นขึ้นมาตอนเช้าตรู่เห็นคุณหมอสุ  และคุณหมออุ๊  อยู่ในห้องนอน  ส่วนท่านอื่นๆ ไม่เห็นเลย  ไม่ทราบว่าไปไหน เพียงแต่ทราบว่าไม่มีใครขึ้นมานอน  

        ฉันสังเกตเห็นคุณหมออุ๊  ทำอะไรกับกระดาษและมีกล่องสี่เหลี่ยมข้าง ๆ เสียงกระทบวัสดุกับกระดาษดังกริ๊บ ๆ ๆ ๆ เป็นระยะ  เมื่อไปดูใกล้ ๆ พบว่าคุณหมอเขียนภาพด้วยสี  กล่องที่เห็นคือกล่องสี  เป็นฝีมือที่น่าทึ่งมาก  ภาพที่เห็นคือภาพกิจกรรมตอนกลางคืนนั่นเอง

        เมื่อลงไปด้านล่างได้พบว่ายังมีบางท่านนอนอยู่  ลานอเนกประสงค์   อากาศเย็นเล็กน้อย พอรู้สึกสบาย  เมื่อฉันลงไปจึงนับว่าเป็นการป่วนให้ทุกท่านจำเป็นต้องลุกและเก็บสัมภาระ

        วงสนทนาบนเสื่อ  ฉันได้รับแรงบันดาลใจจากพ่อครูบาว่า "ตั้งใจรับใช้สั่งสอนอบรมเด็ก ๆ ที่บ้านนอกให้ดี  จะมีรางวัลเป็นเชือกกล้วย"  ดีอย่างไรขนาดไหน  ขึ้นอยู่กับใจ  ไม่มีกรอบในการประเมินคน  ไร้ไสยศาสตร์ (ฉันพูดเองเนอะ)

        แต่ละท่านได้แสดงฝีมือในการทำอาหาร  ครูปูผัดบังบุ้งไฟแดง  พ่อครูบาผัดยอดมะรุมไข่เจียว และหลาย ๆ อย่างที่เกี่ยวกับอาหารการกินที่มีคุณค่าทางใจและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

        แรงบันดาลใจในการใฝ่ฝันว่าจะได้รับ  "เชือกกล้วย"  เป็นความจริงเข้ามาอย่างน่าทึ่ง  เหมือนกับคิดแล้วลอยใกล้เข้ามาทุกขณะ ..รอเก็บไว้เล่าเมื่อเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน