บ้าน มิตรภาพ เพื่อน ความทรงจำ
- วันนี้ไปเจอบันทึกเก่าๆ ตั้งแต่เป็นนักเรียนมัธยมต้น นั่งอ่านแล้วก็ขำในคำพูดสมัยนั้น แค่งอนกับเพื่อนรักด้วยเรื่องนิดเดียวเราก็เอามาเขียนบันทึก เพื่อนสนิทสมัยเรียนมต้นจนถึงม.ปลาย ของผู้เขียน ชื่อ ตุ๊กตา เธอเป็นผู้หญิงตัวขาวอวบ แถมเรียนเก่งที่สุดในห้อง ม.1/12 เราสนิทกันเพราะอะไรไม่ทราบแต่รู้ว่าเราย้ายมานั่งเรียนคู่กัน หลังจากเจอกัน 2 สัปดาห์ ผู้เขียนจะเป็นเด็กตัวผอมเวลาเราเดินไปด้วยกันทุกคนจะมองเพราะว่าต่างกัน แต่เราก็สนิทกัน จำไม่ได้ด้วยสาเหตุอะไร
- ในบันทึกที่เจอ ผู้เขียนบันทึกไว้ว่า "วันนี้น้อยใจตุ๊กตาจัง ซื้อน้ำกระเจี๊ยบมาฝากแล้วไม่ยอมกิน ไม่รู้จะกลัวทำไมความอ้วน จำไว้จะไม่ซื้อมาฝากอีกเลย" เรื่องนิดเดียวแต่เราสามารถน้อยใจได้ แยกกับเพื่อนรักคนนี้ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เนื่องจากเพื่อนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเปิดชื่อดังในกรุงเทพ ส่วนผู้เขียนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยปิดที่ภาคอีสาน ปี 1 และ 2 เราสองคนยังติดต่อไปมาหาสู่กันเวลากลับบ้านเสมอ จากนั้นก็แยกย้ายห่างกันมากขึ้น อีกทีที่ทำให้เจอกันคือวันที่เพื่อนเราจะแต่งงาน เห็นการ์ดแต่งงานครั้งแรกสงสัยมาก ว่าเจ้าบ่าวตุ๊กตาจะเป็นใครนะ และตอนนี้ตุ๊กตาจะหน้าตาเปลี่ยนไปหรือเปล่า 10 ปี ที่ไม่เคยเจอกัน จะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน
- เดินเข้าไปในงาน เห็นผู้ชายที่ยืนเคียงข้างผู้หญิงที่สวมชุดเจ้าสาวเพื่อนรักของเรา จำได้ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยคือแววตา ผู้ชายที่ยืนเคียงข้างก็คือเพื่อนรักร่วมชั้นเรียนอีกคน นายแว่นที่คอยมาป้วนเปี้ยนกับเพื่อนรักเราตั้งแต่ ม.1 ด้วยความยินดีเป็นที่สุดเพื่อนทั้งสองเห็นเราแล้วรีบเข้ามาทัก เพราะว่าหน้าตาเราไม่เปลี่ยนเลย เพียงแต่ไม่ผอมเท่าเดิม 10 ปีผ่านไปมิตรภาพของเรายังคงอยู่ ประโยคที่เพื่อนทั้งสองพูด "มิตรภาพในวัยเด็กเป็นมิตรภาพที่สดใส ไม่มีมายา เพื่อนสมัยเรียนหนังสืออย่างน้อยโกรธกันก็เพราะเข้าใจผิด ไม่มีเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นมิตรภาพที่มีจึงเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืน" ขอบคุณเวลาที่พาให้เจอเพื่อนรักอีกครั้งค่ะ

จุดนัดพบทุกวันที่ 31 ธันวาคม ของพวกเรา
มิตรภาพที่งดงาม ครับ :)
ว่าแต่ คนที่คิดถึงอดีตนี่เค้าเรียกว่า วัย ................ :)
<อาจารย์ Wasawat Deemarn คะ เค้าเรียกวัยรุ่นตอนปลายสายอาชีพ แต่หัวใจยังมีไฟลุกโชนค่ะ อิอิ
ว๊าว..เจอคนแนวเดียวกันเลย..ชอบอ่านบันทึกเก่าๆเหมือนกันค่ะ..โดยเฉพาะช่วงวัยมัธยมเนี่ย..จะมีสำนวน ความรู้สึกที่ตลกมาก..เอามาอ่านอีกทีกี่รอบก็ยังขำค่ะ..ว่าคิดได้ไงเนี่ย..แต่บางอารมณ์ก็มีอะไรแฮปปี้นะคะ..มีทุกรสเลยล่ะ...ตอนนี้ก็ยังเก็บอ่านอยู่เลยล่ะ..สงสัยจะเริ่มวัย...แล้วก็ยอมรับล่ะเนอะ...
^^
คุณ Sila Phu-Chaya คะขอบคุณมากค่ะ รักแท้พบอยู่แล้วทุกวันจากพ่อกับแม่งัยคะ ยิ่งใหญ่มาก ไม่ต้องแสวงหาเลยค่ะ:X)
คุณครูแอ๊ว บางทีเวลาเหงาเป็นเพื่อนที่ดีมาก อ่านบันทึกเสร็จก็โทรศัพท์ไปคุยกันต่อ แต่ยังงัยก็ยังคิดว่าวัยรุ่นตอนสุดท้ายอยู่ล่ะค่ะ
เวลาเหงาเอาอะไรเก่าเก่ามาอ่านรู้สึกดีจัง..เสียดายจดหมายรักเก่าเก่า..เผาทิ้งไปหมดอิอิ..เผาทำไมก้อม่ายรู้...ฮือฮือ
เด็กๆ ..มีวัยที่สดใสร่าเริง บางครั้งอาจไม่รู้เลยว่า ทุกข์เป็นเช่นใด
แต่สำหรับผมแล้ว โตขึ้นๆ ด้วยตัวเลขของอายุ กลับยิ่งหวนหาอดีตในสมัยที่เป็นเด็ก
ผมจึงชอบเขียนถึงเรื่องราวในอดีตของตนเอง และใช้คำว่า "ความทรงจำที่เป็นปัจจุบัน" เสมอมา (หลายเรื่อง)
การหวนหาอดีต ก็ไม่ใช่จะหมายรวมว่า ปัจจุบันไม่มีความสุขเสียทั้งหมด หรอกนะครับ
พี่ ศน. add สบายดีแลสบายใจนะคะ
คุณ แผ่นดิน อดีตเป็นความทรงจำที่มีค่า และบางครั้งทำให้เรามีกำลังใจในการก้าวไปในอนาคตค่ะ
อ่านแล้วประทับใจครับ...
ความทรงจำแห่งมิตรภาพงดงามเสมอครับ...
ขอบคุณครับผม...
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
มาอ่านแล้วต้องยิ้ม ๆ ไปด้วยค่ะ .. วัยรุ่นตอนปลายสายอาชีพ...^_^...
มิตรภาพในวัยเด็กเป็นมิตรภาพที่สดใส ไม่มีมายา เพื่อนสมัยเรียนหนังสืออย่างน้อยโกรธกันก็เพราะเข้าใจผิด ไม่มีเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นมิตรภาพที่มีจึงเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืน
ชูมือเห็นด้วยทั้งสองมือเลยค่ะ
(^___^)
สวัสดี คุณทรายชล
ลพบุรีใช้ไหม
น้องทรายคะ
อ่านแล้วใสๆๆ มากเลย น่ารัก บริสุทธิ์คะ
แม่ต้อยเข้ามาขอให้น้องทรายมีความสุข สุขภาพแข็งแรงในปีใหม่ไทยๆนี้นะคะ
แวะมาให้กำลังใจน้องทราย ต้องบอกว่าขยันเขียนและเขียนได้น่าอ่านมาก
สงสัยพี่กุ้งจะเป็นแฟนคลับทรายซะเเล้วกระมัง
สวัสดีค่ะ °o.O ปลายฟ้า O.o° Mr.Direct ครูคิม คนไม่มีราก คุณเหรียญชัย เหรียญชัย มาวงษ์ แม่ต้อย พี่กุ้งสุธีรา คุณSila Phu-Chaya
ขอบคุณทุกคนที่ระลึกถึงค่ะ
น้องทรายคะ
คิดถึงคะ